“ถ้าคิดว่าการส่งสายตาแบบนั้นจะทำให้ฉันยอมถอยล่ะก็... บอกไว้ก่อนนะคะว่าคุณคิดผิดถนัดค่ะ คุณเกรซ”
เสียงกระซิบที่เจือด้วยความท้าทายดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ หลังจากที่ผู้บริหารคนอื่น ๆ ทยอยเดินออกไปจนหมด เหลือเพียงแค่รินรดาที่ยังคงยืนตรงแน่ว เอกสารในมือถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบด้วยปลายนิ้วที่มั่นคง แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก จากเหตุการณ์เมื่อครู่ที่สายตาคมกริบคู่นั้นมองตรงมายังเธอยังคงติดตรึงอยู่ในความรู้สึก
รินรดากวาดสายตามองหญิงสาวผู้ดำรงตำแหน่งประธานบริษัท ซึ่งตอนนี้กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง ใบหน้าสวยเฉียบคมนิ่งสนิทไร้รอย
ยิ้ม แววตาคู่นั้นเย็นชาจนน่ากลัว แต่ใครจะรู้เล่าว่า... เมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้านี้ แววตาคู่นั้นแหละที่แอบมองสำรวจทุกสัดส่วนของเธอด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนไว้ไม่มิด และโชคดีเหลือเกินที่รินรดาหันกลับไปสบตาเข้าพอดี!
เกรซชะงักไปเล็กน้อย เปลือกตาบางกะพริบถี่เพื่อปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว หญิงสาวเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ปากเรียวสวยเม้มเข้าหากันแน่นก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างเย่อหยิ่งเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ
“เพ้อเจ้ออะไรของเธอ รินรดา?” เกรซสวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ทว่าติดจะห้วนจัดกว่าปกติ “ฉันจะไปมองเธอทำไมให้เสียเวลาทำงาน? เอกสารสรุปยอดขายไตรมาสนี้ที่ฉันสั่งให้แก้... ทำเสร็จหรือยังถึงมีเวลามายืนเพ้อเจ้อใส่ฉันตรงนี้”
“เสร็จเรียบร้อยและวางไว้บนโต๊ะตั้งแต่ก่อนที่คุณจะเดินเข้าห้องประชุมแล้วค่ะ” รินรดายิ้มมุมปาก ส่งยิ้มหวานหยดที่แฝงความร้ายกาจไปให้คนปากแข็ง “หรือว่า... ที่คุณเกรซจำไม่ได้ เป็นเพราะมัวแต่เอาสายตามาโฟกัสที่อื่นกันแน่คะ?”
“นี่เธอ!” เกรซผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความเยือกเย็นที่เคยมีกระเจิงหายไปในพริบตาเมื่อโดนจี้จุดเข้าอย่างจัง ใบหน้าสวยเฉียบขึ้นสีระเรื่อจาง ๆ บริเวณโหนกแก้ม แม้จะพยายามใช้ความดุและอำนาจมืดกลบเกลื่อน แต่แววตาที่ไหววับราวน้ำผิวน้ำต้องลมก็ฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังจำนนต่อหลักฐาน
รินรดาไม่ถอยหนย แม้เกรซจะก้าวเข้ามาประชิดตัวทีละน้อยจนแผ่นหลังของเธอบัมเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรง ๆ กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังราคาแพงระยับผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้บริหารสาวลอยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่พร้อมจะสปาร์กได้ทุกเมื่อ
“ฉันไม่ได้มอง!” เกรซเสียงแข็ง เถียงเสียงราบเรียบแต่ปลายเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย “คนอย่าง เกรซ รวิการ์ ไม่มีความจำเป็นต้องเสียเวลาไปมองเด็กฝึกงานปากดีอย่างเธอหรอกนะ”
“ปากดีเหรอคะ?” รินรดาแกล้งเอียงคอมองด้วยความสงสัย รอยยิ้มพรายปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างยั่วเย้า “แต่เมื่อกี้... คนที่ปากดีคนนี้เกือบจะทำให้คุณประธานผู้เพอร์เฟกต์เสียอาการกลางที่ประชุมเลยนะคะ ดีนะที่ฉันไหวตัวทัน ไม่ทักท้วงออกไมโครโฟนไป ไม่อย่างนั้น... พนักงานทั้งบริษัทคงได้รู้กันหมดแน่ ๆ ว่าบอสคนเก่งแอบมองเลขาฯ ตัวเองจนเหม่อลอย”
“รินรดา!” เกรซขึ้นเสียงอย่างเหลืออด มือเรียวเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเล็กของอีกฝ่ายไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่กลับเต็มไปด้วยความหงุดหงิดที่หาทางลงไม่ได้ “เธอนี่มัน... ต่อปากต่อคำเก่งจริง ๆ นะ หัดมีความเคารพผู้บังคับบัญชาซะบ้างสิ!”
“ปล่อยก่อนค่ะคุณเกรซ เดี๋ยวคนอื่นมาเห็นเข้าจะเข้าใจผิดกันใหญ่” รินรดาแสร้งทำเป็นกระซิบเสียงเบา ทั้งที่ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้แกล้งคนซึนให้จนมุม “อีกอย่าง... ถ้าไม่อยากให้ฉันเอาเรื่องนี้ไปพูดที่ไหน คุณเกรซก็ควรจะเลิกทำหน้าดุใส่ฉันสักวันดีไหมคะ?”
เกรซชะงัก ค้างมือที่กำลังจับข้อมืออีกฝ่ายไว้ ดวงตาสีเข้มจ้องมองใบหน้าหวานที่อยู่ห่างกันแค่คืบ ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย ถูกแทนที่ด้วยหัวใจที่เต้นรัวโครมครามจนน่าโมโห รินรดามีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเธอมากเกินไปแล้ว มากเกินกว่าที่ผู้บริหารอย่างเธอจะควบคุมได้
หญิงสาวเม้มปากแน่น กำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพูดเผ็ดร้อนเพื่อกู้หน้าคืนมาเสียหน่อย แต่ทว่า...
*ก๊อก ๆ ๆ*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ ตามด้วยบานประตูไม้เนื้อดีที่ค่อย ๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ
“คุณเกรซคะ พอดีเมย์เอาเอกสารโปรเจกต์ใหม่มาให้... อุ๊ย!”
เสียงแหลมใสของเมย์ที่ดังแทรกเข้ามาทำให้ทั้งสองร่างที่ยืนประชิดกันอยู่ผละออกจากกันแทบจะไม่ทัน รินรดารemoveมือออกแล้วจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยใบหน้าเรียบเฉย ในขณะที่เกรซรีบหันหลังกลับไปจัดระเบียบสีหน้าและความรู้สึกของตัวเองให้กลับมาเยือกเย็นดังเดิมในเสี้ยววินาที
เมย์กวาดสายตามองทั้งคู่ด้วยแววตาจับผิด รอยยิ้มหวานฉาบอยู่บนใบหน้าแต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความสงสัยที่ปกปิดไม่มิด “แหม... อยู่กันสองต่อสองในห้องประชุมหลังเลิกประชุมแบบนี้ มีเรื่องอะไรสำคัญเป็นพิเศษหรือเปล่าคะคุณเกรซ? พอดีเมย์ผ่านมาเห็นว่าประตูไม่ได้ล็อก ก็เลยถือวิสาสะเข้ามา... หวังว่าเมย์คงไม่ได้เข้ามาขัดจังหวะ ‘งานสำคัญ’ อะไรของใครเข้าหรอกนะคะ?”
บรรยากาศในห้องพลิกผันจากความหวานปนแซ่บกลายเป็นความตึงเครียดขึ้นมาทันที รินรดากวาดสายตามองรอยยิ้มจอมปลอมของเมย์ด้วยความหมั่นไส้ ขณะที่เกรซหันกลับมาพร้อมกับแววตาคมกริบที่เย็นชาเสียยิ่งกว่าเดิม
ทว่า... ก่อนที่เกรซจะได้เอ่ยปากไล่เพื่อนสนิทตัวดีออกไป สายตาของรินรดาเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่เมย์แอบเหน็บไว้ใต้แฟ้มเอกสาร และข้อความลายมือหวัด ๆ ที่โผล่พ้นออกมานั้น... ทำให้ลมหายใจของรินรดาต้องสะดุดกึก!
*มันคือแผนผังโครงการลับที่ควรจะอยู่ในเซฟของบริษัท... แต่ทำไมถึงมาอยู่ในมือของเมย์ได้?!*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความซึนของบอสตัวร้ายด้วยกันนะคะ!
เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นเด็กของหนูไหม?•ตอนที่ 6
สายตาที่เผลอมอง
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นเด็กของหนูไหม? นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!