“ถ้าการที่ฉันเป็นห่วงคุณ มันกลายเป็นความน่ารำคาญในสายตาดอกฟ้าอย่างคุณ... งั้นก็เชิญอยู่บนหิ้งสูง ๆ ของคุณคนเดียวไปเลยค่ะ!”
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด รินรดาหอบหายใจน้อย ๆ อกบางกระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์ที่พุ่งทะยานถึงขีด
ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววความห่วงใยเมื่อครู่ บัดนี้เปลี่ยนเป็นประกายแข็งกร้าว ดุดัน และพร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า
เกรซชะงักมือที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบปากกา ปรมาจารย์แห่งความเย็นชาและประธานสาวผู้เพอร์เฟกต์ในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้ม นิ่งค้างไปชั่วขณะ
ใบหน้าสวยเฉียบคมไร้รอยยิ้ม แต่ดวงตาคู่สวยกลับไหวระริกด้วยความตกใจปนร้าวรานที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เกราะกำบังอันหนาเตอะ
“เธอมีสิทธิ์อะไรมาตะคอกใส่ฉัน... รินรดา”
เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาอย่างยากเย็น เกรซไม่ยอมแพ้ เธอเลือกใช้ความเยือกเย็นเข้าสยบความร้อนรุ่ม
ทว่ามือเรียวยาวที่กำด้ามปากกาแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาวกลับฟ้องชัดว่าเจ้าตัวกำลังควบคุมสติแทบไม่อยู่
“สิทธิ์ในฐานะเลขาฯ หรือสิทธิ์ในฐานะ... คนที่ยืนอดนอนเฝ้าคุณไข้ข้ามคืนทั้งคืนคะ?”
รินรดาย้อนถาม เสียงสั่นพร่าด้วยความน้อยใจ ปากบางเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง
ภาพเมื่อคืนย้อนกลับมาในหัว สมองเธอยังจำความรู้สึกตอนที่วิ่งกระหืดกระหอบมาที่คอนโดหรูหลังนี้เพราะติดต่อเกรซไม่ได้
แล้วพบว่าอีกฝ่ายนอนซมพิษไข้ ร่างกายร้อนรุ่มแต่ยังอวดเก่งฝืนเซ็นเอกสารบนเตียงนอน
เธอทั้งเช็ดตัว ทั้งป้อนยา ทั้งเคี่ยวโจ๊กด้วยความเป็นห่วงจากใจจริง
แต่พอตื่นเช้ามา สิ่งที่เธอได้รับกลับไม่ใช่คำขอบคุณ
แต่เป็นสายตาเย็นชาและคำพูดเฉือดเฉือนที่ว่า *‘ใครใช้ให้เธอเสนอหน้ามาดูแล... ฉันไม่ได้ขอ’*
มันเจ็บจี๊ดจนเกินจะทนไหว คนอะไรจะปากแข็งและใจร้ายได้เบอร์นี้!
“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันดูแลตัวเองได้!” เกรซลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ทำงาน ร่างสูงโปร่งก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาด้วยความเร็วที่ทำให้อีกฝ่ายต้องผถายหลังไปหนึ่งก้าว
“เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้าทำตัวก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวของฉันขนาดนี้? คิดว่าทำดีด้วยหน่อยแล้วจะปีนเกลียวฉันได้หรือไง!”
คำพูดใจร้ายพรั่งพรูออกมาจากริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีแดงเพลิง เกรซตั้งใจใช้กำแพงความดุและวาจาร้ายกาจผลักไส เพราะเธอกลัว...
กลัวเหลือเกินว่าความอ่อนแอและความหวั่นไหวที่ถูกซ่อนไว้ใต้ซอกหลืบหัวใจ จะหลุดลอดออกไปให้เด็กสาวตรงหน้าเห็น
เธอกลัวการพ่ายแพ้ให้กับความใส่ใจที่อีกฝ่ายมอบให้ ยิ่งรินรดาใจดีด้วยเท่าไหร่ เกรซก็ยิ่งเกลียดความอ่อนแอของตัวเองมากขึ้นเท่านั้น
“ใช่สิคะ! ฉันมันก็แค่เลขาฯ ปากกัดตีนถีบ ไม่ได้สูงส่งเพอร์เฟกต์เหมือนคุณนี่!”
รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ ดวงตาคู่สวยรื้นหยาดน้ำใส ๆ แต่เธอไม่มีวันยอมร้องไห้ต่อหน้าผู้หญิงใจร้ายคนนี้เด็ดขาด
“ถ้าการที่ฉันหวังดีกับคุณมันทำให้คุณอึดอัดนัก งั้นก็ไม่ต้องห่วงค่ะ... ต่อไปนี้ ฉันจะทำหน้าที่แค่ในเวลางาน จะไม่ล้ำเส้นไป ‘เสนอหน้า’ ดูแลคนปากแข็งใจดำอีกแน่นอน!”
สิ้นคำพูดตัดพ้อที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ รินรดาก็หมุนตัวเตรียมจะเดินหนีออกจากห้องนรกนี่ทันที
เธอไม่อยากทนหายใจร่วมกับคนประเภทนี้อีกแม้แต่วินาทีเดียว
แต่ทว่า...
พรึบ!
ข้อมือเรียวเล็กถูกกระชากด้วยแรงมหาศาล ร่างบางถูกดึงกลับมากระแทกเข้ากับแผงอกอุ่นของคนตัวสูงกว่าอย่างจัง
กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังปะปนกับกลิ่นไอร้อนจากพิษไข้ที่ยังหลงเหลืออยู่โชยเข้าจมูก
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าใบหน้าของเกรซอยู่ห่างจากเธอไม่ถึงคืบ
ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้มสาก สายตาคู่คมที่เคยเย็นชา บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความรุ่มร้อนและแรงปรารถนาบางอย่างที่อ่านไม่ออก
“ปล่อยนะคะ!” รินรดาพยายามบิดข้อมือหนี พร้อมกับออกแรงผลักไหล่กว้าง
“บอกให้ปล่อยไงคะคนใจร้าย... อื้อ!”
คำประณามถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อเกรซตัดสินใจปิดปากช่างเจรจานั้นด้วยริมฝีปากของตัวเอง!
สัมผัสแรกมีความดิบเถื่อนและเอาแต่ใจตามประสาคนปากแข็ง ทว่าไม่นานนัก แรงกดดันก็แปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลและเรียกร้อง
เกรซขบเม้มริมฝีปากอิ่มของคนใต้ร่างด้วยความหมั่นไส้ระคนโหยหา
มือข้างหนึ่งเปลี่ยนจากจับข้อมือมาเป็นล็อกเอวบางให้แนบชิดติดกัน จนไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง สมองขาวโพลนไปหมด แรงขัดขืนที่มีเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา
หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวราวกับกลองรบ ร่างกายร้อนผ่าวไปทั่วสรรพางค์เมื่อลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานอย่างไร้การตั้งตัว
รสจูบที่ทั้งเอาแต่ใจและเว้าวอนในเวลาเดียวกัน ทำให้ขาสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่
เกรซ... คนที่เพิ่งไล่เธอเมื่อกี้... กำลังจูบเธออย่างเอาเป็นเอาตายเนี่ยนะ?
ผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งลมหายใจเริ่มขาดหช่วง เกรซถึงยอมผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง
หน้าผากมนแนบชิดติดกับหน้าผากของรินรดา ลมหายใจร้อนหอบกระชั้นชิดสะท้อนรดกันและกัน
ดวงตาทั้งสองคู่สบประสานกันอย่างมีความหมาย
มีความสับสน มีความหวั่นไหว และมีความรู้สึกบางอย่างที่เกินเลยกว่าคำว่าเจ้านายกับลูกน้องไปไกลลิบ
เกรซเม้มปากแน่น เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำบางคำออกมา... คำที่ซ่อนไว้ลึกที่สุดในใจ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศหวานปนมาคุอย่างไม่รู้กาลเทศะ
“คุณเกรซคะ! เมย์เองค่ะ พอดีเอกสารสรุปยอดโปรเจกต์ด่วน... เมย์ขออนุญาตเข้ามานะคะ!”
เสียงแหลมใสของเมย์ ศัตรูตัวฉกาจดังทะลุกรอบประตูเข้ามา
ก่อนที่ลูกบิดประตูจะหมุนเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาตจากเจ้าของห้องแม้แต่น้อย!
รินรดาสดุ้งสุดตัว สติที่หลุดลอยกลับเข้าร่างทันที เธอรีบผลักอกเกรซออกสุดแรงจนร่างสูงเซถอยหลังไปสองก้าว
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินจิกหมอนไปด้วยกันนะคะ!
เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นเด็กของหนูไหม?•ตอนที่ 30
การปรับความเข้าใจที่ล้มเหลว
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นเด็กของหนูไหม? นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!