"ถ้าคิดจะเข้ามาขัดจังหวะเพื่อทำคะแนนโง่ๆ ล่ะก็... แนะนำให้เดินกลับออกไปทางเดิมซะดีกว่าค่ะ คุณเมย์"
น้ำเสียงของรินรดาไม่ได้ดังนัก แต่กลับเฉียบคมและทรงพลังพอกที่จะทำให้คนที่เพิ่งผลักประตูเข้ามาถึงกับชะงักกึก เมย์ยืนถือแฟ้มเอกสารค้างเติ่งอยู่ตรงขอบประตูกรอบหน้า รอยยิ้มจอมปลอมที่มักจะสวมไว้เสมอแทบจะบิดเบี้ยวไปทันทีเมื่อเจอสายตานิ่งสนิทแต่เต็มไปด้วยรังสีอำมหิตของเด็กสาวรุ่นน้องที่ยืนประจันหน้าอยู่
เกรซขยับตัวเล็กน้อยเพื่อดึงตัวเองกลับสู่โหมดประธานสาวผู้เยือกเย็น ทว่าเสี้ยววินาทีที่ผ่านมา รินรดากลับจับสังเกตประกายความไหววูบในดวงตาคู่สวยนั้นได้ทัน หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ... เมื่อครู่ เกรซกำลังกังวลเรื่องชื่อที่เธอเผลอหลุดปากออกมาสินะ ชื่อของผู้หญิงคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคนนี้
"แหม... น้องรินพูดจาแรงจอดแบบนี้พี่เสียใจแย่นะคะ พอดีเอกสารด่วนจากฝ่ายบัญชีต้องให้ท่านประธานเซ็นอนุมัติภายในห้านาทีนี้ พี่ก็แค่วิ่งหน้าตั้งมาเพราะกลัวงานจะสะดุด ไม่ได้ตั้งใจจะมาเป็น 'ก้างขวางคอ' ใครหรอกค่ะ" เมย์เน้นเสียงคำว่าก้างขวางคออย่างจงใจ พร้อมกับกวาดสายตามองสำรวจความชิดใกล้ระหว่างเจ้านายสาวกับเลขาฯ ตัวแสบที่ยืนห่างกันไม่ถึงคืบด้วยรอยยิ้มเยาะ
"เอกสารด่วนเหรอคะ? แต่เท่าที่ดิฉันจำได้ ตารางวาระงานของท่านประธานช่วงเวลานี้คือ 'ช่วงเวลาพักผ่อนส่วนตัว' และไม่อนุญาตให้ใครรบกวนยกเว้นกรณีฉุกเฉินระดับตึกถล่ม... หรือว่าคุณเมย์อ่านภาษาอังกฤษคำว่า *Do Not Disturb* บนหน้าจอระบบไม่ออกคะ ถึงได้ถือวิสาสะพรวดพราดเข้ามาแบบนี้" รินรดายกยิ้มมุมปาก ย่างสามขุมเข้าไปประชิดขอบโต๊ะทำงานพลางเอ่ยตอกกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เชือดเฉือนจนคนฟังหน้าชาซ่าน
"รินรดา!" เมย์กัดฟันกรอด เสียงลอดไรฟันด้วยความโกรธ
"พอได้แล้วค่ะ ทั้งคู่เลย"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลที่เอ่ยแทรกขึ้นตัดบทการปะทะคารมทำให้บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลง เกรซกวาดสายตาคมกริบมองเลยผ่านร่างของเลขาฯ ทั้งสองคน ใบหน้าเรียบนิ่งไร้ระลอกคลื่นจนเดาอารมณ์ไม่ออก แต่รินรดารู้ดี... ยิ่งเกรซนิ่งมากเท่าไหร่ แปลว่าเธอกำลังรำคาญและพยายามกดความหงุดหงิดเอาไว้มากเท่านั้น
"วางเอกสารไว้ตรงนั้นแล้วออกไปซะค่ะ คุณเมย์... ส่วนเธอ รินรดา เก็บกระเป๋าแล้วตามฉันมา เรามีธุระที่ต้องเคลียร์กันนอกรอบ"
ประโยคคำสั่งเด็ดขาดนั้นทำเอาเมย์ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความไม่พอใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากวางแฟ้มกระแทกโต๊ะเสียงดังปั้งแล้วสะบัดหน้าพรวดพราดเดินออกไปจากห้องโดยไม่ลืมทิ้งสายตาอาฆาตมาယ်ไว้ให้รินรดาแวบหนึ่ง
ทว่า... ประโยคหลังของเกรซต่างหากที่ทำให้รินรดาถึงกับชะงัก
*ออกไปเคลียร์กันนอกรอบ?*
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถยนต์หรูสีดำสนิทพุ่งตัวออกจากลานจอดรถใต้ดินของบริษัทมุ่งหน้าสู่ย่านเมืองเก่า ซอยแคบที่ถูกบดบังด้วยตึกแถวโบราณและเงียบสงบจนแทบไม่มีผู้คนพลุกพล่าน เกรซเลือกจอดรถไว้หน้าร้านอาหารขนาดเล็กสไตล์วินเทจที่ป้ายหน้าร้านขึ้นสนิมจนแทบอ่านไม่ออก บรรยากาศภายในร้านอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของกาแฟคั่วบดและไม้เก่าๆ ปราศจากผู้คนเนื่องจากไม่ใช่เวลาเร่งด่วน
รินรดาก้าวลงจากรถตามร่างสูงระหงของประธานสาวเข้ามาในร้านด้วยความรู้สึกประหลาดใจ เกรซในยามนี้ถอดภาพลักษณ์สาวมั่นผู้ทรงอำนาจในชุดสูททางการออกไปจนหมด เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นลวกๆ กับกางเกงสแลคเข้ารูปที่ดูสบายตาขึ้น แต่แววตาคู่คมกลับยังคงเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่ยังไม่ได้คำตอบ
ทั้งค่านั่งลงที่โต๊ะมุมสุดติดกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวสวนหย่อมเล็กๆ ด้านหลังร้าน ความเงียบโรยตัวปกคลุมระหว่างคนทั้งสองอยู่ครู่ใหญ่ มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ จากลำโพงเก่าๆ ที่คลอเคลียอยู่ริมโสตประสาท
"ทำไมถึงพามาที่นี่คะ?" รินรดาเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน ดวงตากลมโตจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว "อย่าบอกนะคะว่านี่คือแผนการลงโทษเลขาฯ ปากดี ที่กล้าเถียงท่านประธานฉอดๆ ในห้องทำงานเมื่อเช้า"
เกรซยังคงนิ่งเงียบ นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ สายตาคมกริบจดจ้องมองใบหน้าหวานของเด็กสาวตรงหน้า ราวกับกำลังพยายามค้นหาความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มท้าทายนั้น
"เธอรู้จักชื่อ 'นภัส' ได้ยังไง..."
คำถามที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบนั้นทำเอารินรดาถึงกับชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมโต๊ะอาหารทันทีราวกับอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองสบเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา ความหงุดหงิด ความระแวง และ... ความเจ็บปวดจางๆ ที่ถูกซ่อนไว้ลึกสุดซึ้ง เกรซกำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่าง และผู้หญิงคนนั้น... นภัส คือกุญแจสำคัญที่ล็อกหัวใจประธานสาวคนนี้เอาไว้
"ดิฉัน... แค่บังเอิญได้ยินมาค่ะ" รินรดาเลือกที่จะตอบเลี่ยงๆ แม้จะรู้ว่ามันฟังไม่ขึ้นเลยสักนิด
"บังเอิญงั้นเหรอ?" เกรซแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นบนมุมปาก "คนอย่างรินรดาไม่เคยทำอะไรโดยบังเอิญหรอกค่ะ เธอมักจะมีแผนการซ่อนอยู่เสมอ... เหมือนกับตอนที่เธอพยายามเข้ามาปั่นป่วนชีวิตฉัน ยั่วโมโหฉัน และทำให้ฉัน... ควบคุมตัวเองไม่ได้แบบนี้"
ประโยคสุดท้ายเกรซจงใจโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม รินรดารู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวที่คุ้นเคยผสมผสานกับกลิ่นอายความดุดันและเย้ายวนทำให้เธอลืมหายใจไปชั่วขณะ
*ยัยเจ้านายซึนคนนี้... รู้ตัวบ้างไหมว่ากำลังทำให้อารมณ์ของเธอเตลิดไปไกลแค่ไหนแล้ว*
"ถ้าดิฉันมีแผน... ท่านประธานคิดว่าแผนของดิฉันคืออะไรล่ะคะ?" รินรดาตัดสินใจรุกกลับ เธอโน้มตัวเข้าไปใกล้มากกว่าเดิม ปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาท้าทายประกายระยิบระยับด้วยความเย้ายวน "อยากให้ฉันเป็นแค่เด็กในคาถา หรือว่า... อยากให้ฉันเป็นคนเดียวที่เข้าไปนั่งในใจคุณกันแน่คะ?"
เกรซชะงักไป ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจกับการรุกฆาตที่ไม่มีปี่มีขลุ่ย ปากแข็งๆ ที่มักจะหาคำมาเถียงได้ตลอดกลับเม้มเข้าหากันแน่น ใบหน้าสวยเฉียบขึ้นสีระเรื่อจางๆ โดยที่เจ้าตัวไม่ทันได้ตั้งตัว ความร้อนผ่าวลามเลียจากลำ cuello ขึ้นมาถึงใบหูอย่างห้ามไม่อยู่
บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนอบอวลไปด้วยความหวานที่แอบซ่อนอยู่ใต้ความดุดันและคำพูดเชือดเฉือน รินรดายิ้มกริ่มในชัยชนะเมื่อเห็นว่าเกรซเริ่มเสียศูนย์ มือเรียวเล็กเอื้อมออกไปหมายจะแตะปลายคางมนเพื่อล้อเลียนความซึนของอีกฝ่าย
ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสผิวเนียน
*กริ๊งงงงง!*
เสียงกระดิ่งทองเหลืองหน้าร้านดังขึ้นพร้อมกับแรงผลักประตูที่เปิดผางเข้ามาอย่างแรง รินรดากับเกรซผละออกจากกันแทบจะไม่ทัน ประธานสาวปรับสีหน้ากลับมาเรียบสนิทเป็นน้ำแข็งภายในเสี้ยววินาที ขณะที่รินรดากัดฟันกรอดด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะเป็นครั้งที่สองในวันเดียว
ร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะของพวกเธอ เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังชัดเจนในความเงียบ
"อุ๊ย... ขอโทษทีนะคะ ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะ 'เดทลับๆ' ของท่านประธานกับเลขาฯ ตัวแสบเข้าให้อีกแล้วหรือเปล่าคะเนี่ย?"
รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตากลมโตหันขวับไปมองผู้มาใหม่ทันที และเมื่อเห็นใบหน้านั้นชัดเจน เลือดในกายเธอก็แทบจะพุ่งขึ้นไปกองที่ศีรษะ
ผู้หญิงคนนั้น... คนที่เพิ่งเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นและแววตาท้าทาย คือคนเดียวกับชื่อที่เกรซเผลอพึมพำออกมาในห้องทำงานเมื่อเช้า!
**นภัส** ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเธอแล้ว รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนริมฝีปากนั้นไม่ได้มีความหมายอื่นใดเลย นอกจากประกาศสงครามอย่างเต็มรูปแบบ!
*รี้ดเดอร์คะ... ความซับซ้อนนี้ชักจะสนุกเกินไปแล้วใช่ไหมล่ะคะ มาลุ้นกันค่ะว่ายัยเจ้านายปากแข็งจะแก้สถานการณ์นี้ยังไงในตอนหน้า!*
- โรสแมรี่พิษ -
เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นเด็กของหนูไหม?•ตอนที่ 38
ความหวานที่แอบซ่อน
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นเด็กของหนูไหม? นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!