"ถ้าคุณเกรซยังเอาแต่จ้องปากฉันเหมือนอยากจะกลืนกินกันเข้าไปแบบนั้น... งานเอกสารกองนี้คงไม่เสร็จภายในเที่ยงนี้แน่ค่ะ"
น้ำเสียงของรินรดาไม่ได้มีความเกรงกลัวต่อสถานะประธานบริษัทเลยแม้แต่น้อย ปลายปากกาในมือเรียวเคาะเบาๆ บนโต๊ะทำงานกระจกใสเพื่อดึงสติคนที่กำลังนั่งเท้าคางมองเธอมานานร่วมสิบนาทีแล้ว บรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวของบอสสาวเวลานี้ไม่ได้อบอวลไปด้วยความตึงเครียดของตัวเลขยอดขายในไตรมาสล่าสุด แต่มันกลับเต็มไปด้วยอุณหภูมิที่ร้อนรุ่มจนแปลกประหลาด
เกรซสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกจับได้คาหนังคาเขา ดวงตาคู่คมที่มักจะใช้ปราบพนักงานทั้งบริษัทจนตัวสั่นไหวหลบวูบไปทางอื่นอย่างเสียฟอร์ม ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย เย็นชา และถือตัวเหมือนเช่นเคย ทว่าใบหูขาวสะอาดที่ขึ้นสีแดงเรื่อนั้นไม่สามารถตบตาเลขาฯ สาวตัวแสบได้เลย
"เหลวไหล รินรดา ฉันแค่กำลังทบทวนประสิทธิภาพการทำงานของคุณต่างหากช่วงนี้คุณทำงานผิดพลาดบ่อยนะ" เกรซเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามใช้น้ำเสียงดุกลบเกลื่อนความวุ่นวายใจที่กำลังตีรวนอยู่ในอก
"ผิดพลาดตรงไหนคะ? เอกสารทุกฉบับผ่านการตรวจสอบอย่างไร้ที่ติ หรือว่า... ที่คุณเกรซไม่มีสมาธิ เป็นเพราะฉันสวยเกินไปจนรบกวนสายตาคะ?" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่มีบอสสาวนั่งเก๊กขบขันอยู่ เธอโน้มตัวลงไปเล็กน้อย แววตาส่อประกายความท้าทายอย่างจงใจ
เกรซเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน หล่อนเกลียดรอยยิ้มมั่นอกมั่นใจนั่นเหลือเกิน เกลียดที่ตัวเองต้องมาพ่ายแพ้ให้กับเด็กกะโปโลปากเก่งคนนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากที่เคยคิดจะเขี่ยทิ้งให้พ้นทางตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงาน กลายเป็นว่าตอนนี้... หล่อนกลับขาดรอยยิ้มกวนประสาทนี่ไม่ได้แม้แต่วันเดียว
"อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยรินรดา คนอย่างคุณ... ต่อให้ฟรีสลักติดป้ายลดราคาครึ่งหนึ่ง ฉันก็ไม่ชายตาแลหรอก" ปากแข็ง... ช่างเป็นประโยคที่เกรซหยิบมาใช้กลบเกลื่อนความคลั่งรักของตัวเองได้ดีเยี่ยมเสมอ
"ปากแข็งจังนะคะ ระวังเถอะค่ะ... ปากแข็งแบบนี้ วันไหนถ้าเกิดตกหลุมรักฉันขึ้นมาจริงๆ ฉันจะเรียกค่าเสียหายเป็นจูบสักร้อยครั้งข้อหาปากเสียใส่กัน" รินรดาหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ เธอชอบเหลือเกินเวลาที่เห็นเสือสาวผู้ทรงอำนาจต้องจนมุมด้วยคำพูดของตัวเอง
เกรซทนมองรอยยิ้มเย้ายวนนั้นไม่ไหวอีกต่อไป ร่างระหงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงดึงดูดมหาศาลบางอย่างผลักดันให้ก้าวเข้าไปประชิดตัวเลขาฯ สาวอย่างรวดเร็ว จนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับชั้นวางเอกสารด้านหลังโดยไม่ทันตั้งตัว
พื้นที่รอบตัวแคบลงทันตาเห็นเมื่อท่อนแขนเรียวของประธานสาวกักตัวเธอไว้กับชั้นหนังสือ กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของเกรซลอยวนอยู่ปลายจมูก ชวนให้ใจสั่นไหวอย่างรุนแรง รอยยิ้มท้าทายบนใบหน้าของรินรดาเริ่มเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่เวลานี้ไม่ได้มีความเย็นชาเหลืออยู่เลย มีเพียงความปรารถนาอันร้อนแรงที่ถูกเก็บกดไว้มานานกำลังปะทุออกมา
"กล้าดีนี่... คิดจะต่อรองกับฉันเหรอ รินรดา" เกรซโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านแก้มเนียน น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวตอนนี้กลับแหบพร่าและสั่นระริกเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด มาดบอสสาวผู้เยือกเย็นพังทลายลงไม่เป็นท่าเมื่อความคลั่งรักเข้าครอบงำ
"ถ้าไม่กล้า... ฉันจะยืนอยู่ตรงนี้ให้คุณแกล้งเหรอคะ?" รินรดาผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก แต่ศักดิ์ศรีและสัญชาตญาณนักสู้ทำให้เธอเลือกที่จะสบตากลับอย่างไม่ยอมแพ้ ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน
เกรซจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เอาแต่ต่อล้อต่อเถียงกับหล่อนมาตลอดหลายเดือน ความอดทนเส้นสุดท้ายขาดผึ่งลงในวินาทีนั้น หล่อนยกมือขึ้นเรียวเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียแก้มใสของรินรดาออกอย่างทะนุถนอม สัมผัสที่อ่อนโยนผิดวิสัยทำให้เลขาฯ สาวถึงกับกลั้นหายใจ
"ถ้ารู้ตัวว่าเล่นกับไฟ... ทำไมไม่ถอยไปซะตั้งแต่แรก" เกรซกระซิบเสียงแผ่วข้างใบหู ใบหน้าสวยคมเคลื่อนเข้าไปใกล้ริมฝีปากนุ่มช้าๆ ราวกับถูกสะกดจิต หล่อนกำลังจะทำลายกำแพงทิฐิทั้งหมดที่มีเพื่อครอบครองริมฝีปากคู่นั้นให้หนำใจ
รินรดาหลับตาลงครึ่งหนึ่ง หัวใจยอมจำนนต่อแรงดึงดูดอันตรายตรงหน้า เธอรอคอยเวลานี้มานานเกินกว่าจะปฏิเสธ ระยะห่างลดลงจนเหลือเพียงศูนย์... ปลายสัมผัสอุ่นร้อนกำลังจะแตะเข้าหากันในอีกเสี้ยววินาที
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ถูกผลักเข้ามาอย่างไร้มารยาท
"คุณเกรซคะ! เอกสารสรุปยอดโปรเจกต์ใหม่เสร็จแล— อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าคะเนี่ย?"
เสียงแหลมสูงของเมย์ที่ดังขึ้นกลางห้องทำงานทำให้เกรซและรินรดารีบผละออกจากกันแทบไม่ทัน ประธานสาวหน้าเสีย สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราดในทันทีที่เห็นเพื่อนสนิทตัวแสบยืนยิ้มระรื่นอยู่หน้าประตู โดยในมือถือแฟ้มเอกสารที่ดูเหมือนจะจงใจเอามาส่งในจังหวะนรกนี้พอดีเป๊ะ
เกรซถอยหลังกลับไปยืนตั้งหลักที่โต๊ะทำงานด้วยความหงุดหงิดจนแทบจะระเบิดควันออกหู หล่อนส่งสายตาดุร้ายชนิดที่พร้อมจะฆ่าคนให้ตายได้ด้วยการมองไปยังเมย์ที่ยืนลอยหน้าลอยตาอยู่
"ถ้าสมองเธอมีรอยหยักมากพอที่จะใช้คิดสักนิด เธอก应该รู้ว่าควรเคาะประตูแล้วรอให้ฉันอนุญาตก่อนจะเดินเข้ามา เมย์!" เกรซตบโต๊ะเสียงดังสนั่นด้วยความโมโหที่แผนการส2ต่อ2พังไม่เป็นท่า
รินรดายืนจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงจัดด้วยความเขินอายปนขัดใจไม่แพ้กัน เธอมองหน้าเมย์ที่ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์กลับมาให้แบบรู้ทัน ก่อนที่เมย์จะก้าวเข้ามาใกล้แล้ววางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะด้วยท่าทางยียวน
"แหม... ก็เห็นว่าเงียบกันไปนาน นึกว่าเกิดอุบัติเหตุอะไรในห้องทำงานบอสซะอีกค่ะคุณเลขาฯ... ดูท่าทางฉันคงมาขัดจังหวะสำคัญเข้าจริงๆ สินะคะเนี่ย?" เมย์จงใจลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท พลางเหลือบมองรินรดากับเกรซสลับกันไปมาด้วยแววตาสนนอกสนใจ
เกรซสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังแผดเผา หล่อนตวัดสายตากลับไปมองเมย์ด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่น่ากลัวกว่าเดิมหลายเท่าตัว
"ถ้าเอกสารนั่นไม่มีอะไรแก้แล้ว ก็เชิญออกไปจากห้องฉันซะ! แล้วก็... ช่วยกรุณารอให้อยู่ในโหมด 'ทำงาน' ก่อนค่อยเข้ามาพบฉันครั้งหน้า ไม่อย่างนั้นฉันจะพิจารณาตำแหน่งของเธอใหม่ เมย์"
เมย์หุบยิ้มลงทันทีเมื่อเจอสายตาสั่งตายของเจ้านายสาวตัวแม่เข้าเต็มเปา เธอไหวไหล่เบาๆ อย่างไม่แคร์สื่อ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มมุมปากให้รินรดาที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่มุมห้อง
"งั้นฉันไม่กวนเวลา 'ทบทวนงาน' ของพวกคุณสองคนแล้วดีกว่าค่ะ เชิญทำต่อตามสบายนะคะ..." เมย์ทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงมีเลศนัยก่อนจะหมุนตัวเดินนวยนาดออกไปจากห้อง พร้อมกับปิดประตูเสียงดังปัง! เพื่อทิ้งให้คนทั้งคู่จมอยู่กับความอึดอัดที่ทวีความรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
ความเงียบกลับมาปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง เกรซยืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ใบหน้าสวยบึ้งตึงด้วยความเสียดายและขัดเคืองใจ หล่อนไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองรินรดาในตอนนี้ด้วยซ้ำ
รินรดากวาดสายตามองท่าทีเงอะงะที่ไม่คุ้นเคยของบอสสาวคนเก่ง มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกสนุกสนานกลับมาแทนที่ความตกใจเมื่อครู่ ร่างบางค่อยๆ ก้าวเดินกลับเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกครั้งอย่างจงใจ
"คุณเกรซคะ..." รินรดาเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงหวานเชื่อม
เกรซเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาตื่นตระหนกเล็กน้อย กลบรอยเขินด้วยการเชิดหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณ "อะ... อะไรอีกเล่า จะรายงานเรื่องงานอะไรก็ว่ามา อย่ามาทำเสียงน่ารำคาญแถวนี้"
รินรดาไม่ตอบคำถาม เธอโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหูของประธานสาวที่กำลังนั่งตัวเกร็งด้วยลมหายใจอุ่นร้อน
"ค้างไว้ตั้งเยอะ... เย็นนี้หลังเลิกงาน ห้ามปฏิเสธเด็ดขาดนะคะคุณเกรซ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและฟินไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ
เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นเด็กของหนูไหม?•ตอนที่ 39
เมื่อหมาป่าเริ่มเผยหาง
ผลงานโดย โรสแมรี่พิษ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โรสแมรี่พิษ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นเด็กของหนูไหม? นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!