"ความทรงจำของคุณในลูปที่แปดร้อยสี่สิบสอง... เริ่มเสื่อมสภาพลงแล้วสินะครับ เคนจิ"
เสียงนั้นไม่ได้สั่นเครือ แต่มันเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานนับศตวรรษในเศษเสี้ยวของเวลาที่ถูกบิดเบี้ยว ร่างของดร.เอลาร่าพิงอยู่กับแผงควบคุมควอนตัมที่กำลังส่งเสียงฮัมต่ำๆ แสงสีฟ้าจากหน้าจอโฮโลแกรมสาดกระทบใบซีดเซียวของเธอ เผยให้เห็นรอยคล้ำใต้ดวงตาที่บ่งบอกถึงการอดนอนมาอย่างยาวนาน ไม่ใช่แค่เพียงชั่วข้ามคืน แต่เป็นชั่วข้าม 'ความตาย' นับร้อยๆ ครั้ง
ผมก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ปลายรองเท้าบูทกระทบเข้ากับพื้นโลหะเย็นเฉียบ หัวใจในอกเต้นกระหน่ำด้วยจังหวะที่ไร้ซึ่งระเบียบ ตรรกะทุกข้อที่ผมเคยคำนวณไว้ ตารางความน่าจะเป็นที่ผมใช้เวลาแรมเดือนในการสร้างสรรค์พังทลายลงในประโยคเดียว
"คุณพูดเรื่องอะไรกัน... เอลาร่า" ผมพยายามควบคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ รักษามาดของนักวิทยาศาสตร์ผู้ยึดมั่นในความเป็นจริง "ลูปนี้เพิ่งเริ่มต้นเป็นครั้งแรกสำหรับผม... มันคือความผิดพลาดของตัวแปรระบบ ไม่ใช่สิ่งที่..."
"หยุดโกหกเถอะครับ เคนจิ" เธอสวนกลับทันควัน ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของผม ราวกับกำลังมองทะลุผ่านม่านกั้นทางจิตวิทยาที่ผมสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองจากความบ้าคลั่ง "คุณคิดว่าตัวเองเป็นคนเดียวรึไงที่แบกรับความรู้สึกผิดของการสูญเสียลินดาไว้บนบ่า? คุณคิดว่าเสียงเตือนภัยเร่งด่วนในทุกๆ รอบนาฬิกาตายด้านนั่น... มีแค่คุณคนเดียวที่ได้ยินมันซ้ำๆ แบบนั้นงั้นเหรอ?"
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางห้องควบคุมที่ไร้หน้าต่างนี้ อากาศรอบตัวผมหนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก ภาพความทรงจำที่ผมพยายามฝังกลบ—ภาพที่รถของลินดาพุ่งชนเข้ากับเสาสัญญาณในวินาทีที่ศูนย์จุดศูนย์ศูนย์—ผุดวาบขึ้นมาในหัว สมองของผมประมวลผลความน่าจะเป็นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่วินาทีนี้ ตัวแปรที่สำคัญที่สุดที่ผมมองข้ามมาตลอดกลับนั่งอยู่ตรงหน้าผม
เธอก็ติดอยู่ในวงจรอุบาทว์นี้เช่นกัน
ผมก้าวเข้าไปประชิดแผงควบคุม มือทั้งสองข้างยันขอบโต๊ะโลหะจนข้อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว "ถ้าคุณรู้... ถ้าคุณรู้ว่าทุกอย่างจะจบลงด้วยการพังทลาย ทำไมคุณถึงปล่อยให้ผมพยายามวิ่งแข่งกับเวลาอยู่ฝ่ายเดียว ทำไมคุณถึงปล่อยให้ผมทำลายตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อหาทางแก้แค้นระบบ!"
เอลาร่าไม่ได้หลบสายตา รอยยิ้มขื่นๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ เป็นรอยยิ้มที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนในฐานะเพื่อนร่วมงานผู้เย็นชาและเคร่งครัดในระเบียบ
"เพราะความพยายามของคุณ... คือความหวังเดียวที่เหลืออยู่ของผมยังไงล่ะครับ เคนจิ" เธอเอ่ยเบาๆ มือเรียวยื่นไปแตะปุ่มรีเซ็ตมาสเตอร์ที่ซ่อนอยู่หลังแผงควบคุมหลัก "คุณไม่รู้หรอกว่าการตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าโลกใบเดิมถูกรีเซ็ตกลับไปจุดเริ่มต้น เจ็ดร้อยสามสิบครั้งติดต่อกัน มันบั่นทอนความเป็นมนุษย์ในตัวเราไปมากแค่ไหน... ทุกครั้งที่คุณตายในลูปก่อนหน้า ผมคือคนที่ต้องเก็บกวาดเศษซากความทรงจำและซ่อมแซมรอยต่อของมิติเวลา เพื่อให้คุณได้มีโอกาสลืม... และเริ่มใหม่อีกครั้ง"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงพัดลมระบายความร้อนของเซิร์ฟเวอร์ที่ยังคงคำรามก้องราวกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของโชคชะตา
ผมหันไปมองหน้าจอหลักที่แสดงกราฟความน่าจะเป็น เส้นกราฟสีแดงที่เคยพุ่งดิ่งลงสู่จุดจบ กลับเริ่มสั่นไหวและบิดเบี้ยวเข้าหากัน มันไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ แต่มันคือปฏิกิริยาตอบสนองของจิตสำนึกสองดวงที่ติดอยู่ในห่วงเวลาเดียวกัน และกำลังจะสร้างจุดเอกฐาน (Singularity) ขึ้นในไม่ช้า
"ถ้าเราทั้งคู่จำได้..." ผมเริ่มพูด เสียงแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด "นั่นหมายความว่า..."
"ใช่ครับ" เอลาร่าตัดบท น้ำเสียงของเธอกลับมาจริงจังและเฉียบคมดังเดิม เธอกดแป้นพิมพ์รัวเร็วด้วยความชำนาญ หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าเปลี่ยนเป็นภาพแผนผังโครงสร้างของ 'โปรเจกต์โอเมก้า' ที่เรืองแสงสีแดงฉาน "เวลาของลูปนี้เหลือไม่ถึงสิบนาทีแล้ว และถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่างเพื่อหยุดยั้งมันในตอนนี้..."
ประโยคของเธอยังไม่ทันจบลง เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตก็ดังสนั่นหวั่นไหว แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานกะพริบถี่รัวสลับกับความมืด โครงสร้างของสถานีวิจัยเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับว่าพื้นดินเบื้องล่างกำลังแยกตัวออกจากกัน
ทว่า สิ่งที่ทำให้ผมต้องหยุดชะงักและเลือดในกายเย็นเฉียบ ไม่ใช่การสั่นสะเทือนของมิติเวลา แต่เป็นหน้าจอแสดงผลภายนอกที่เพิ่งเปิดใช้งานอัตโนมัติ
ภาพจากกล้องวงจรปิดด้านนอกปรากฏร่างของบุคคลผู้หนึ่ง—บุคคลที่ไม่ควรมีตัวตนอยู่ในลูปนี้ บุคคลที่ผมเพิ่งฝังร่างไปเมื่อสามชั่วโมงก่อนในลูปที่แล้ว
เธอกำลังยืนอยู่หน้าประตูกระจกนิรภัย พร้อมกับรอยยิ้มที่ส่งตรงมายังกล้อง... และรอยเลือดที่เปื้อนอยู่บนเสื้อโค้ทสีขาว
"เคนจิ..." เสียงกระซิบของเอลาร่าดังแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน "นั่นไม่ใช่ลินดาจากลูปที่เรา connais... เธอกลับมาพร้อมกับรหัสผ่านที่สมบูรณ์แบบที่สุดจากอนาคต"
และก่อนที่ผมจะได้อ้าปากเอ่ยคำถามใดๆ ประตูนิรภัยเบื้องหน้าก็ส่งเสียงปลดล็อกด้วยรหัสผ่านระดับผู้ดูแลระบบสูงสุด... รหัสผ่านที่มีเพียงตัวผมและเอลาร่าเท่านั้นที่รู้
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาไปพร้อมกับผมเสมอนะครับ
- ควอนตัมคอร์
ชั่วโมงดับสูญ: ปริศนาเส้นตายลบจักรวาล•ตอนที่ 10
คำสารภาพของเวลา
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชั่วโมงดับสูญ: ปริศนาเส้นตายลบจักรวาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!