"อย่าขยับ!"
เสียงคำรามของเคนจิดังก้องในห้องควบคุมหลัก ทว่ามันสายเกินไป ร่างของเอลาร่าในตอนนี้ไม่ได้ประกอบด้วยเนื้อหนังมังสาอีกต่อไปแล้ว เธอกลายเป็นกลุ่มก้อนพิกเซลสีครามที่สั่นไหวราวกับภาพโฮโลกราฟิกความละเอียดต่ำที่สัญญาณกำลังจะขาดหาย นิ้วมือเรียวยาวของเธอยังคงค้างอยู่บนแป้นพิมพ์อักษรเรืองแสง ดวงตาสتคมกริบมองตรงมาที่เขา—ไม่ใช่ด้วยความหวาดกลัว แต่ด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
ความน่าจะเป็นในการรอดชีวิตของลูปนี้ร่วงหล่นจากร้อยละแปดสิบสี่จุดเก้า... สู่ศูนย์จุดศูนย์ศูนย์ทันที
เคนจิกัดกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามปูดนูน ความเย็นเยียบของอากาศในศูนย์วิจัยใต้ดินไม่ได้ช่วยให้สมองอันปราดเปรื่องของเขาประมวลผลได้ดีขึ้นเลย เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผม ขณะที่หน้าจอหลักขนาดมหึมาตรงหน้าเริ่มกะพริบเป็นสีแดงฉาน ข้อความเตือนภัยระบบล่มสลายวิ่งพล่านผ่านเรตินาเทียมของเขาเป็นทางยาว
*[SYSTEM WARNING: CRITICAL ERROR IN OMEGA PROTOCOL]*
*[LUP_INDEX: 105 - FATAL ANOMALY DETECTED]*
"คุณคำนวณพลาดแล้ว เคนจิ..." เสียงของเอลาร่าดังก้องในหัวของเขาโดยตรง ผ่านช่องสัญญาณประสาทเทียมที่เชื่อมต่อกันอยู่ มันไม่ใช่เสียงพูด แต่เป็นคลื่นความคิดที่ถูกบีบอัดมาด้วยความเจ็บปวด "คุณคิดว่าการย้อนเวลากลับมาแก้ไขจุดเริ่มต้น จะลบความจริงที่ว่า... ตัวคุณเองคือผู้สร้างระบบนี้ขึ้นมาได้งั้นหรือ"
เคนจิก้าวเท้าเข้าไปหาเธออย่างไม่ลังเล แม้จะรู้ว่าเบื้องหน้าเป็นเพียงกลุ่มข้อมูลที่กำลังสลายตัว "หยุดพูดเพ้อเจ้อแล้วส่งรหัสปลดล็อกมาซะ เอลาร่า! เรายังมีเวลาคำนวณหาเส้นทางสำรอง..."
"เวลา?" เอลาร่าหัวเราะ เสียงหัวเราะของเธอก้องสะท้อนในโสตประสาทราวกับเสียงแตกของกระจกเงา "คุณไม่มีเวลาเหลืออีกแล้วครับ... ลูปที่ 105 ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ แต่มันคือ 'จุดจบ' ที่ถูกเขียนฝังไว้ตั้งแต่บรรทัดแรกที่คุณกดรันโปรแกรม"
ร่างของเธอสลายกลายเป็นละอองข้อมูลสีฟ้าครามที่ปลิวหายไปกับสายลมจำลองจากระบบระบายอากาศ ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังหนวกหูจนประสาทแทบระเบิด
*ตี๊ด! ตี๊ด! ตี๊ด!*
แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสาดส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีกของเคนจิที่ยืนนิ่งค้างอยู่กลางห้อง เขายกมือขึ้นสัมผัสหน้าอกด้านซ้าย หัวใจของเขากำลังเต้นรัวระส่ำ—ไม่ใช่ด้วยความกลัวความตาย แต่เป็นความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินวิญญาณซ้ำแล้วซ้ำเล่า นี่คือครั้งที่ 105 ที่เขาต้องมองดูผู้หญิงคนนี้ดับสลายไปต่อหน้าต่อตา โดยที่เขาไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากยืนเป็นประจักษ์พยานแห่งความล้มเหลวของตนเอง
ตรรกะ ตัวเลข สมการ และอัลกอริทึมที่เขาเชื่อมั่นมาตลอดชีวิต กำลังหัวเราะเยาะใส่ความโง่เขลาของเขา
เคนจิทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้นโลหะเย็นเฉียบ มือทั้งสองข้างกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนมีเลือดซึมไหลออกมา ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงคำรามต่ำๆ ของแกนพลังงานหลักที่กำลังระเบิดตัวเองเป็นวงกว้าง ทุกอย่างพังทลายลงแล้ว... ไม่เหลือแม้แต่เศษซากของความหวัง
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลังประตูนิรภัยที่ควรจะถูกล็อกตายสนิท
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
ไม่ใช่เสียงของระบบอัตโนมัติ และไม่ใช่เสียงสะท้อนจากโครงสร้างตึก มันคือเสียงรองเท้าหนังที่กระทบกับพื้นเหล็กอย่างจงใจและเยือกเย็น เคนจิสะดุ้งเฮือก เงยหน้าขึ้นมองผ่านม่านน้ำตาและความเหนื่อยล้า ร่างสูงโปรดของชายปริศนาในชุดโค้ทสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงาของเสาคอนกรีต ใบหน้าของเขาถูกบดบังด้วยความมืดครึ้ม แต่รอยยิ้มที่มุมปากนั้นช่างคุ้นตาเสียจนน่าขนพองสเกล
"ยินดีต้อนรับกลับสู่จุดเริ่มต้นครับ, ด็อกเตอร์เคนจิ"
ชายคนนั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคยอย่างประหลาด ก่อนจะยกปืนพกลำกล้องสีเงินวาววับขึ้นเล็งตรงมาที่ศีรษะของเขาโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
"หวังว่าการตายในลูปที่ 105 นี้ จะทำให้คุณฉลาดขึ้น... ในการตื่นขึ้นมาที่ลูปถัดไปนะ"
---
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านมาจนถึงบทนี้นะครับ ควอนตัมคอร์สัญญาว่าจะพาคุณไปไขปริศนาบทต่อไปด้วยความเข้มข้นยิ่งกว่าเดิมครับ
ชั่วโมงดับสูญ: ปริศนาเส้นตายลบจักรวาล•ตอนที่ 32
สัญญาณเตือนภัย
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชั่วโมงดับสูญ: ปริศนาเส้นตายลบจักรวาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!