"เคนจิ หยุดมือของคุณเดี๋ยวนี้!"
เสียงของดร.เอลาร่าตวาดก้องผ่านเสียงหึ่งๆ ของเครื่องเร่งอนุภาคที่กำลังหมุนวนด้วยความเร็วสูงจนอากาศภายในห้องทดลองบิดเบี้ยว เคนจิไม่ได้หันไปมอง นัยน์ตาของเขาจ้องเขม็งไปยังจอโฮโลกราฟิกที่เต็มไปด้วยเส้นกราฟความน่าจะเป็นนับล้านเส้นที่วิ่งตัดกันจนลายตา มือของเขาสั่นระริกขณะป้อนคำสั่งย้อนกลับไปยังจุดศูนย์ (Zero Point) ครั้งที่ 114
"คุณกำลังทำลายสมองตัวเองอยู่ เคนจิ!" เอลาร่าก้าวเข้ามาประชิด เธอคว้าข้อมือเขาไว้แน่น แรงบีบนั้นมากพอที่จะทำให้กระดูกของมนุษย์ทั่วไปร้าวได้ แต่เคนจิกลับรู้สึกเพียงความเย็นชืดที่ไหลเวียนผ่านปลายนิ้ว
"ถ้าผมไม่ทำ... ใครจะทำ?" เขาเค้นเสียงตอบ ลมหายใจหอบถี่พ่นออกมาเป็นไอเย็น เขาหันกลับมามองเธอ ดวงตาของเขาแดงก่ำ เส้นเลือดฝอยในตาแตกจนกลายเป็นสีเลือด "คุณบอกว่าตรรกะคือพระเจ้าไม่ใช่หรือเอลาร่า? ตรรกะของผมบอกว่าถ้าผลลัพธ์คือความตาย เราก็แค่ต้องคำนวณใหม่... จนกว่าตัวแปรที่ผิดพลาดจะถูกกำจัดทิ้งไป"
เอลาร่าปล่อยข้อมือเขา เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าว สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวเป็นความเวทนาอย่างที่เขาเกลียดชังที่สุด "คุณไม่ได้กำลังแก้สมการหรอกนะ คุณกำลังจมลงในมหาสมุทรแห่งความจำที่ซ้อนทับกันอยู่ การย้อนเวลาหนึ่งร้อยสิบสี่ครั้งมันเกินขีดจำกัดของสมองมนุษย์ไปไกลแล้ว คุณเห็นนั่นไหม?"
เธอชี้ไปยังจอภาพด้านหลังภาพสะท้อนของเขาเอง ภาพที่ฉายบนกระจกเงาไม่ได้มีเพียงร่างเดียว แต่มีเคนจิซ้อนทับกันอยู่หลายร้อยเงา เหมือนสัญญาณภาพที่รบกวนกันเองจนพร่าเลือน
"นั่นคือ 'เสียงสะท้อนของความทรงจำ' (Memory Echoes)" เอลาร่าพูดเสียงแผ่ว "สมองของคุณเริ่มแยกไม่ออกแล้วว่าอันไหนคือความจริง อันไหนคือลูปที่พังทลายลงไปแล้ว คุณกำลังสูญเสียความเป็นตัวเองไปทีละเสี้ยว... เคนจิ ถ้าคุณกดปุ่มนั่นอีกครั้ง คุณอาจจะไม่กลับมาเป็นคนเดิมอีกเลย"
เคนจิหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งผากและฟังดูเหมือนเสียงโลหะเสียดสีกัน "ผมไม่เคยเป็นคนเดิมตั้งแต่ลูปที่สิบแล้ว เอลาร่า คุณคิดว่าผมไม่รู้หรือว่าทำไมเธอถึงตาย? คุณคิดว่าผมโง่พอที่จะไม่เห็นรอยนิ้วมือของคุณในโค้ดอัลกอริทึม 'โอเมก้า' นั่นงั้นหรือ?"
บรรยากาศในห้องเงียบสนิทลงฉับพลัน มีเพียงเสียงเตือนภัยจากระบบระบายความร้อนที่ดังเป็นจังหวะเหมือนเสียงหัวใจที่อ่อนแรง เอลาร่าชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาของเธอสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเย็นชาดั่งน้ำแข็ง
"คุณมีหลักฐานไหมล่ะ?" เธอถามเบาๆ
เคนจิไม่ได้ตอบ แต่เขาปล่อยให้มือที่สั่นเทาเลื่อนผ่านคีย์บอร์ดเสมือน เขาไม่ได้พยายามจะหยุดลูป เขาพยายามจะ 'แฮ็ก' เข้าไปในระบบความทรงจำส่วนตัวของเอลาร่า ข้อมูลนับล้านชุดไหลผ่านสมองของเขา ความเจ็บปวดแล่นแปลบเข้ามาที่ขมับเหมือนเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง เขาเห็นภาพลวงตา—เห็นรอยยิ้มของคนรักที่ตายไปแล้วในแต่ละลูปสลับกับใบหน้าที่บิดเบี้ยวของเอลาร่าในอีกความเป็นไปได้หนึ่ง
"ขีดจำกัดน่ะเหรอ?" เคนจิยิ้มที่มุมปาก หยดเลือดไหลลงมาจากจมูกหยดลงบนแผงควบคุม "สำหรับมนุษย์ทั่วไปอาจจะใช่ แต่สำหรับสมองที่ถูกปรับแต่งด้วยควอนตัมคอร์อย่างผม... ขีดจำกัดคือสิ่งที่ผมเลือกจะข้ามผ่านไปเอง"
เขากดรัวคำสั่งชุดสุดท้าย—ชุดคำสั่งที่เขาซ่อนไว้จากการสังเกตของเอลาร่ามาตลอดหลายลูป หน้าจอเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ก่อนจะมีตัวอักษรสีขาวสว่างวาบขึ้นมา: *[System Override: Final Integration]*
เอลาร่าเบิกตากว้าง เธอพุ่งเข้ามาหาเขาด้วยความตระหนก "อย่า! ถ้าคุณเชื่อมต่อระบบเข้ากับจิตใต้สำนึกโดยตรง คุณจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของโอเมก้าถาวร!"
"นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการ" เคนจิกระซิบพลางหันมามองเธอ สายตาของเขาว่างเปล่าราวกับหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง "ในเมื่อผมไม่สามารถช่วยเธอได้ในฐานะมนุษย์ งั้นผมจะเป็นคนกำหนดเส้นตายของจักรวาลนี้เอง... ด้วยตรรกะที่ไร้ซึ่งหัวใจ"
จังหวะนั้นเอง แสงสีครามระเบิดออกมาจากแกนกลางเครื่องจักร ร่างของเคนจิสั่นกระตุกอย่างรุนแรง ภาพเงาของตัวเขาที่ซ้อนทับกันนับร้อยเริ่มควบรวมกลายเป็นร่างเดียว แต่ทว่า... ร่างนั้นไม่ใช่เคนจิที่เอลาร่ารู้จักอีกต่อไป
เคนจิในเงามืดค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเงินวาวโรจน์ เขาขยับตัวด้วยความเร็วที่ไม่ใช่มนุษย์ ก่อนจะคว้าคอเสื้อเอลาร่าแล้วตรึงเธอไว้กับผนังด้วยพละกำลังมหาศาล
"เอลาร่า... ลูปที่ 115 เริ่มต้นขึ้นแล้ว" เสียงของเขาไม่ใช่เสียงเดียว แต่มันก้องกังวานด้วยเสียงของคนหลายร้อยคนในเวลาเดียวกัน "และคราวนี้ ผมไม่ใช่คนที่จะต้องวิ่งหนีเวลาอีกต่อไป"
เขาหยิบมีดสั้นที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อแล้วปักลงบนแผงควบคุมที่อยู่ข้างหูเธอ เสียงสัญญาณเตือนภัยดังหวีดหวิวสลับกับเสียงหัวเราะที่ไร้อารมณ์ของเคนจิ เขาโน้มตัวลงมาใกล้หูเธอจนสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบของเครื่องจักรที่แทนที่ผิวหนัง "คุณนึกว่าตัวเองเป็นคนวางแผนลูปนี้มาตลอดใช่ไหม? ลองดูสิว่าถ้าผมลบ 'ตัวคุณ' ออกจากสมการนี้... จักรวาลจะหน้าตาเป็นอย่างไร?"
นิ้วของเขาแตะลงบนโฮโลกราฟิก ทันใดนั้น ร่างของเอลาร่าก็เริ่มโปร่งแสงเหมือนกับข้อมูลที่กำลังถูกลบออกไปจากระบบ เธอร้องลั่น แต่ไม่มีเสียงใดหลุดรอดออกมาจากลำคอ
ขอขอบคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านเศษเสี้ยวของเวลาอันบิดเบี้ยวและร่วมทดสอบขีดจำกัดของโชคชะตาไปกับผมในตอนนี้ด้วยนะครับ - ควอนตัมคอร์
ชั่วโมงดับสูญ: ปริศนาเส้นตายลบจักรวาล•ตอนที่ 31
ขีดจำกัดของสมองมนุษย์
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชั่วโมงดับสูญ: ปริศนาเส้นตายลบจักรวาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!