ชั่วโมงดับสูญ: ปริศนาเส้นตายลบจักรวาล•ตอนที่ 16

ห้องแล็บใต้ดิน

ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
เสียงโลหะเสียดสีกันด้วยความถี่ต่ำระดับแปดเฮิรตซ์ คือสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าเรายังอยู่ในมิติสามมิติ ไม่ใช่เศษผงคลื่นควอนตัมที่กระจัดกระจายไปตามแรงเหวี่ยงของเวลา "ถ้าคุณยังก้าวเท้าซ้ายนำในจังหวะที่ตัวเลขบนหน้าจอตก 0.03 วินาทีนี้ เราจะกลายเป็นแค่อะตอมไฮโดรเจนที่ไม่มีวันได้ประกอบร่างใหม่อีกเลยนะครับ เคนจิ" น้ำเสียงของดร.เอลาร่าราบเรียบจนน่ากลัว เธอไม่ได้หันมามองผมด้วยซ้ำ สายตาของเธอยังคงจดจ่ออยู่กับหน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานที่สะท้อนอยู่ในแก้วตาสีเข้ม แสงวาบจากรหัสโค้ดที่รันอย่างบ้าคลั่งสาดกระทบกรอบแว่นทรงเหลี่ยมของเธอจนแทบมองไม่เห็นแววตา ผมขยับรองเท้าบู้ทคอมแบตถอยหลังตามสัญชาตญาณ แรงกดดันจากสนามแม่เหล็กใต้พื้นคอนกรีตหนาแปดเมตรทำเอาแก้วหูอื้ออึง ลมหายใจของผมร้อนผ่าว ความเหนื่อยล้าจากการตายและฟื้นคืนชีพซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดสิบห้าลูปที่ผ่านมาเริ่มกัดกินเส้นประสาททีละน้อย แต่ความเจ็บปวดทางกายยังเทียบไม่ได้กับความรู้สึกผิดที่เกาะกุมขั้วหัวใจ—ภาพที่ฮารุกะสลายกลายเป็นละอองแสงในอ้อมแขนผมยังคงเด่นชัดทุกครั้งที่กะพริบตา "ผมคำนวณความน่าจะเป็นแล้ว เอลาร่า" ผมตอบเสียงลอดไรฟัน พยายามควบคุมน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุด แม้ว่าปลายนิ้วที่กำด้ามปืนพกพลังงานจะสั่นเทา "ทางเลือกที่เราเหลืออยู่ไม่ใช่การรอดชีวิต แต่เป็นการเลือกรูปแบบความตายที่จะส่งผลกระทบต่อลูปถัดไปให้น้อยที่สุดต่างหาก" "คุณนี่มัน... โรคจิตทางตรรกะเสียจริง" เธอแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "คิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้าผู้ควบคุมกระดานหมากรุกหรือไงครับ ถึงได้กล้าเอาความทรงจำของคนทั้งศูนย์วิจัยมาเดิมพันกับสมการครึ่งๆ กลางๆ ของคุณ" เรากำลังยืนอยู่หน้าประตูนิรภัยของชั้นใต้ดินระดับ -5 ซึ่งถูกปกปิดจากฐานข้อมูลหลักขององค์กรมานานกว่าทศวรรษ ไม่มีชื่อปรากฏในผังอาคาร ไม่มีร่องรอยการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตภายนอก มีเพียงกระแสไฟฟ้าปริมาณมหาศาลที่ถูกลักลอบดึงมาจากเตาปฏิกรณ์ฟิวชั่นหลักเท่านั้นที่ฟ้องว่าสถานที่แห่งนี้มีตัวตน ผมไม่ตอบโต้คำถากถางนั้น ปลายนิ้วกวาดลงบนแผงควบคุมชีวมิติที่หลุดลอก คราบเลือดแห้งกรังจากลูปที่แปด (ซึ่งผมจำได้แม่นว่ากระดูกซี่โครงหักไปสามซี่จากการพยายามพังประตูนี้ด้วยมือเปล่า) ยังคงทิ้งร่องรอยไว้บนแป้นพิมพ์โลหะ ผมกดฝ่ามือลงไป เลือดเนื้อและรหัสพันธุกรรมถูกสแกนผ่านเซนเซอร์โบราณ *คลิก... ครอดดดด—* เสียงกลไกไฮดรอลิกอายุสิบปีทำงานอย่างฝืดเคือง กลุ่มควันสีขาวพวยพุ่งออกมาจากรอยต่อของบานประตูเหล็กกล้าหนาหนึ่งเมตร กลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นฉุนของโอโซนทะลักเข้าปะทะจมูกทันทีที่ช่องว่างเปิดออก ความมืดมิดภายในห้องนั้นชวนให้นึกถึงปากเหวของหลุมดำ ไม่มีแสงสว่างใดๆ เล็ดลอดออกมา จนกระทั่งผมยกไฟฉายควอนตัมขึ้นส่อง ลำแสงสีฟ้าเข้มเจาะทะลุความมืด กวาดผ่านผนังคอนกรีตที่เต็มไปด้วยรอยขีดเขียนสูตรคณิตศาสตร์และสมการความหนาแน่นของเวลา มันไม่ใช่ลายมือของผม และไม่ใช่ของเอลาร่า... มันคือลายมือของใครอีกคนที่หมกมุ่นอยู่กับการบิดเบือนเส้นเวลาจนสติวิปลาส และที่ใจกลางห้องนั้นเอง—สิ่งที่เราตามหากันมาตลอดสิบลูป "พระเจ้า..." ดร.เอลาร่าหลุดอุทานออกมาเป็นครั้งแรก น้ำเสียงของเธอสั่นพร่า ความเยือกเย็นทั้งหมดที่เธอสวมกอดไว้พังทลายลงในเสี้ยววินาที ตรงหน้าเราคือเครื่องกำเนิดสัญญาณย้อนเวลาขนาดมหึมา วงแหวนไทเทเนียมสามวงซ้อนกันกำลังหมุนวนสวนทิศทางด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงหึ่งต่ำๆ เสียดแทงสมอง ใจกลางวงแหวนไม่ใช่แกนพลังงานธรรมดา แต่เป็นผลึกควอนตัมสีดำสนิทที่ดูดกลืนแสงทั้งหมดรอบตัว มันแผ่รังสีความร้อนระอุออกมาเป็นระลอก พร้อมกับส่งเสียงชีพจรดังเป็นจังหวะ... คล้ายกับเสียงเต้นของหัวใจสิ่งมีชีวิต เต้น... หยุด... แล้วเต้นต่อ "มันไม่ใช่เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์..." ผมพึมพำ ก้าวเท้าเข้าไปใกล้โครงสร้างประหลาดนั้นอย่างไม่รู้ตัว ร่างกายส่งเสียงเตือนภัยจากทุกเซลล์ว่าที่นี่อันตรายเกินกว่าจะเข้าใกล้ แต่สัญชาตญาณนักวิทยาศาสตร์กลับร่ำร้องอยากสัมผัสความจริง "เอลาร่า... นี่มันเครื่องมือส่งสัญญาณ มันกำลังสื่อสารกับอะไรบางอย่าง... หรือ *บางคน* ในอนาคต" "ไม่ใช่แค่ออนเซ็ตของสัญญาณหรอกครับ เคนจิ..." เสียงหนึ่งดังขึ้นจากความมืดมุมห้อง เสียงที่ไมควรจะมีอยู่ ณ ที่แห่งนี้ เสียงที่ทำให้เลือดในกายของผมเย็นเฉียบลงฉับพลัน ผมชะựngกักฝีเท้า ปลายนิ้วกระชับด้ามปืนแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ เอลาร่าดีดตัวถอยหลังไปชิดกำแพง พร้อมกับยกบล็อกควบคุมขืนตัวเตรียมตั้งรับ ร่างในชุดคลุมสีขาวเปื้อนคราบฝุ่นก้าวพ้นเงาสลัวของเสาคอนกรีตทีละน้อย ใบหน้านั้น... เส้นผมที่ยุ่งเหยิง รอยแผลเป็นลากผ่านโหนกแก้มขวา และแววตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าจากการผ่านศึกมานับร้อยครั้ง ผู้ชายคนนั้นยกมือขึ้นทั้งสองข้างเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ แต่รอยยิ้มที่มุมปากช่างเยียบเย็นและคุ้นเคยเสียจนผมแทบหยุดหายใจ "ยินดีต้อนรับสู่ลูปที่สิบหกนะ... ตัวฉันเอง" ความจริงข้อที่เจ็บปวดที่สุดไม่ได้อยู่ที่ว่าเรากำลังวิ่งแข่งกับเวลา แต่อยู่ที่ว่าเส้นชัยที่เราตามหา ถูกขีดเอาไว้ตั้งแต่วันที่เรายังไม่ได้เริ่มออกวิ่งเสียด้วยซ้ำ แล้วผมจะตัดสินใจอย่างไรเมื่อคนเดียวที่รู้ทางรอด... คือศัตรูที่หน้าตาเหมือนผมทุกประการ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ ควอนตัมคอร์
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชั่วโมงดับสูญ: ปริศนาเส้นตายลบจักรวาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%