“ถ้าคุณเดินหมากตัวนี้ด้วยอารมณ์ชั่ววูบ เคนจิ... กาลเวลาก็จะเป็นเพียงสุสานที่ฝังร่างคุณไว้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
เสียงของดร.เอลาร่าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งแห้ง เธอไม่ได้หันกลับมามองผม แต่จ้องเขม็งไปยังแกนปฏิกรณ์ควอนตัมที่กำลังสั่นไหวด้วยความถี่สูง แสงสีฟ้าจัดจ้าสะท้อนเข้ากับดวงตาที่แฝงความนัยของเธอ มันเป็นแสงสีเดียวกับที่ผมเห็นในวินาทีที่ ‘เธอ’ จากไปในลูปแรก
ผมวางเครื่องมือโลหะผสมไทเทเนียม-อิริเดียมลงบนโต๊ะทำงาน นิ้วของผมสั่นเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น แต่ในโลกที่การคำนวณคือลมหายใจ ความผิดพลาดเพียงเสี้ยววินาทีหมายถึงจุดจบของมวลมนุษยชาติ
“ตรรกะของผมบอกว่าอุปกรณ์นี้คือทางรอดเดียว แต่สัญชาตญาณในฐานะมนุษย์... มันกำลังกรีดร้องว่าผมกำลังสร้างนรกขุมใหม่ขึ้นมา” ผมตอบกลับโดยไม่ละสายตาจากวงจรไฟฟ้าที่ซับซ้อนราวกับใยแมงมุม
“มนุษย์ทุกคนต่างก็เป็นทาสของความกลัวเคนจิ แต่คุณต่างออกไป คุณเป็นสถาปนิกผู้กุมพิมพ์เขียวแห่งความตาย” เอลาร่าหมุนตัวกลับมา เธอขยับแว่นสายตาพลางโน้มตัวลงมาหาผม กลิ่นจางๆ ของโอโซนจากเครื่องจักรทำให้บรรยากาศในห้องแล็บใต้ดินกดดันจนแทบหายใจไม่ออก “อุปกรณ์หยุดเวลาเฉพาะจุด... คิดจะขัง 'ความตาย' ไว้ในกล่องแก้วงั้นหรือ?”
ผมไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่หยิบ 'โครโน-สตาซิส โมดูล' (Chrono-Stasis Module) ที่เพิ่งประกอบเสร็จขึ้นมา มันคืออุปกรณ์ขนาดเท่าฝ่ามือ ดูภายนอกเรียบง่าย แต่ภายในบรรจุอัลกอริทึมที่สามารถหยุดการสั่นไหวของโมเลกุลในรัศมีสามเมตรได้ถึงสิบวินาที—สิบวินาทีที่ยาวนานเท่ากับการชำระบาป
“มันไม่ใช่การขังความตายครับเอลาร่า แต่มันคือการสร้าง 'ความว่างเปล่า' ในพิกัดที่เวลาเข้าไม่ถึง ถ้าผมทำสำเร็จ ผมจะสามารถดึงตัวเธอออกมาจากเสี้ยววินาทีก่อนที่ระเบิดจะทำงานได้”
“นั่นคือการแทรกแซงโดยตรงกับความน่าจะเป็นที่กำหนดไว้!” เธอขึ้นเสียงเล็กน้อย แต่เพียงครู่เดียวก็กลับมานิ่งสนิทราวกับหุ่นยนต์ “คุณรู้ใช่ไหมว่าแรงกระเพื่อมย้อนกลับของมิติเวลาจะฉีกกระชากเซลล์ประสาทคุณจนไม่เหลือชิ้นดี”
“ถ้าผมต้องแลกด้วยการคงอยู่เพื่อเห็นโลกแตกสลายไปเรื่อยๆ การถูกฉีกกระชากก็ถือเป็นราคาที่ถูกมากครับ”
ผมเชื่อมต่อสายเคเบิลสุดท้ายเข้ากับเครื่องกระตุ้นพลังงาน หัวใจของผมเต้นเป็นจังหวะเดียวกับเสียงหึ่งๆ ของระบบ เสียงนั้นทุ้มต่ำและสม่ำเสมอ ราวกับโลกกำลังคอยให้ผมกดสวิตช์เพื่อพิพากษาตัวเอง ผมมองเห็นภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาด้านหลังเอลาร่า—ชายผู้ดูอ่อนล้า นัยน์ตาไร้ประกายชีวิต แต่แฝงด้วยความมุ่งมั่นที่น่ากลัว
ผมค่อยๆ หมุนไดอัลปรับแต่งความถี่ ลมรอบตัวเริ่มหมุนวนด้วยแรงเหวี่ยงที่ผิดปกติ ข้าวของบนโต๊ะค่อยๆ ลอยตัวขึ้นจากพื้นแรงโน้มถ่วงเริ่มบิดเบี้ยวตามสมการที่ผมเขียนขึ้น นี่คือการทดลองที่ข้ามเส้นแบ่งระหว่างวิทยาศาสตร์และไสยศาสตร์ของจักรวาล
“เคนจิ... หยุดเดี๋ยวนี้!” เอลาร่าก้าวเข้ามาคว้าข้อมือผมไว้ “ถ้าคุณเปิดระบบนี้โดยไม่มีตัวประคองเสถียรภาพ รอยแยกมิติจะไม่ได้ดูดกลืนแค่พื้นที่ตรงนี้ แต่มันจะลบคุณออกไปจากประวัติศาสตร์ทั้งหมด คุณจะไม่มีตัวตนแม้แต่ในความทรงจำของใคร!”
ผมหันไปมองเธอ สายตาของผมสบเข้ากับดวงตาของคนที่รู้ความลับทุกอย่างของโอเมก้า “แล้วใครจะจดจำล่ะครับ ถ้าโลกนี้เหลือเพียงอัลกอริทึมที่ทำงานไปวันๆ โดยไร้จิตวิญญาณ?”
ผมกระชากข้อมือออกแล้วกดสวิตช์สีแดงฉานลงไป
ความเงียบที่แท้จริงเข้าปกคลุมห้องแล็บ ไม่มีเสียงเครื่องจักร ไม่มีเสียงลมหายใจของเอลาร่า ทุกอย่างหยุดนิ่ง แม้แต่ฝุ่นที่ลอยอยู่ในอากาศก็ดูราวกับเพชรเม็ดเล็กๆ ที่ถูกตรึงไว้ด้วยมนตรา ทว่าในจังหวะที่ผมกำลังจะก้าวเข้าไปในพื้นที่นั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น—ไม่ใช่เสียงจากเครื่องจักร แต่เป็นเสียงนาฬิกาไขลานที่ดังติ๊กๆ มาจากเงามืดหลังตู้เก็บสารเคมี
เสียงนั้นเป็นจังหวะที่ผมจำได้แม่นยำ... จังหวะที่เกิดขึ้นในทุกครั้งก่อนที่ลูปจะรีเซ็ต
เอลาร่าในตำแหน่งที่หยุดนิ่งเริ่มขยับตัวได้ เธอไม่ได้มีสีหน้าตกใจ แต่เธอกลับยิ้ม ยิ้มที่ดูเศร้าสร้อยและเปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยัน เธอเอื้อมมือมาแตะไหล่ผมที่กำลังสั่นสะท้าน มือของเธอเย็นเฉียบราวกับหิมะจากอีกมิติหนึ่ง
“คุณทำสำเร็จแล้ว เคนจิ... คุณสร้างมันขึ้นมาได้จริงๆ” เธอเผลอพูดด้วยเสียงที่แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน “แต่คุณลืมไปอย่างหนึ่ง... อุปกรณ์นี้ไม่ได้หยุดเวลาสำหรับคุณคนเดียว มันหยุดเวลาสำหรับ 'สิ่งนั้น' ที่กำลังไล่ล่าคุณอยู่ด้วย”
ในจังหวะที่ผมหันไปมองเงามืดหลังตู้เก็บสารเคมี เงาร่างหนึ่งก็ก้าวออกมา มันสวมเสื้อโค้ทตัวเดียวกับที่ผมสวมใส่อยู่ตอนนี้ ทว่าใบหน้าของมันกลับไร้ดวงตา มีเพียงรอยเย็บสีดำสนิทที่ขวางผ่านใบหน้า และในมือของมัน... คืออุปกรณ์ชิ้นเดียวกันกับที่ผมถืออยู่ แต่มีรอยร้าวและคราบเลือดสีน้ำเงินจางๆ
มันยกปืนที่ประกอบขึ้นจากเศษซากกาลเวลาขึ้นจ่อที่ขมับของผม เสียงกลไกปืนดังขึ้นเบาๆ ในความเงียบสงัดของห้วงเวลา
“ลูปนี้ไม่ได้เริ่มต้นที่จุดจบ แต่เริ่มต้นที่จุดที่คุณตัดสินใจสร้างมันขึ้นมา... สวัสดีครับ ตัวผมเองในอีกเวอร์ชันหนึ่ง”
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในห้วงเวลาที่บิดเบี้ยวแห่งโชคชะตานี้ หวังว่าตอนถัดไปเราจะยังพบกันในมิติเวลาที่ไม่ล่มสลายนะครับ
ควอนตัมคอร์
ชั่วโมงดับสูญ: ปริศนาเส้นตายลบจักรวาล•ตอนที่ 37
อาวุธจากกาลเวลา
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชั่วโมงดับสูญ: ปริศนาเส้นตายลบจักรวาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!