กระบี่ทะลวงศิลา กับเซียนสาวผู้เย็นชา•ตอนที่ 6

คดีฆาตกรรมสำนักกระบี่

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โลหิตหยดหนึ่ง... ร่วงหล่นกระทบลงบนพื้นศิลาเย็นเฉียบ เสียงกังวานใสราวกระดิ่งแก้วแตกสลายในความเงียบงัน "ฮ่าๆๆ ค้นหาพวกเจ้าแทบพลิกแผ่นดิน ที่แท้ก็มาแอบกกกันอยู่ในรูหนูนี้เอง... ส่งกระบี่เล่มนั้นมาให้ข้า มิฉะนั้น วันนี้จะเป็นวันตายของพวกเจ้าทั้งคู่!" เสียงหัวoเราะเย้ยหยันดังก้องกังวานไปทั่วโถงถ้ำโบราณ เงาร่างของบุรุษชุดดำสามคนปรากฏขึ้นที่ปากทางเข้า รังสีอำมหิตแผ่ซ่านกดทับบรรยากาศจนแทบหายใจไม่ออก หนึ่งในนั้นคือ "เหอซาน" ผู้อาวุโสพรรคโลหิตทมิฬ ผู้มีชื่อเสียงในการสังหารหมู่สำนักน้อยใหญ่มานักต่อนัก หลี่เฟยเทียนยืนบังร่างของมู่หรงเสวี่ยไว้ครึ่งก้าว กระบี่เหล็กนิลในมือสั่นระริก มิใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะกระแสลมปราณในตันtian (ตานเถียน) กำลังปั่นป่วนจากพิษร้ายที่แฝงมากับการโจมตีเมื่อครู่ บาดแผลที่หัวไหล่ขวายังคงมีเลือดสีดำคล้ำไหลซึม บ่งบอกว่าพวกมันใช้พิษสลายวิญญาณ "เหอซาน... เดรัจฉานอย่างพวกแก กล้าดียังไงมาเหยียบสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้" หลี่เฟยเทียนเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสคมดุจพยัคฆ์จ้องเขม็งไปยังศัตรูเบื้องหน้า สติสัมปชัญญะของเขาเริ่มพร่ามัว แต่จิตวิญญาณแห่งวิถีกระบี่กลับยิ่งลุกโชนดุจเปลวเพลิงในเตาหลอม "สถานที่ศักดิ์สิทธิ์งั้นรึ? ฮร่ะๆๆ ที่นี่คือสุสานของอาจารย์เจ้าต่างหากเล่า!" เหอซานแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม ยกมือขึ้นลูบดาบยาวในมือ "เจ้าแก่เฟยเทียนนั่น... ก่อนตายมันดิ้นรนน่าดูเลยนะ เสียดายที่กระดูกแข็งเกินไปหน่อย ข้าต้องใช้เวลาถึงสามวันสามคืนกว่าจะเลาะเอาคัมภีร์วิชากระบี่ออกจากร่างมันได้!" ประโยคนี้ดั่งสายฟ้าฟาดผ่ากลางใจมู่หรงเสวี่ยและหลี่เฟยเทียน ร่างระหงของมู่หรงเสวี่ยสั่นสะท้านเล็กน้อย ไอปราณเยือกแข็งรอบกายแปรเปลี่ยนเป็นความหนתเหน็บเสียดกระดูก นางปรายตามองศิษยานุศิษย์พรรคโลหิตทมิฬด้วยแววตาดุจคมมีดน้ำแข็ง แม้แต่นางผู้เย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี ยามนี้ยังรู้สึกได้ถึงหัวใจที่ถูกบีบอัดจนเจ็บแปลบ อาจารย์เฟยเทียน ผู้ซึ่งเปรียบเสมือนร่มโพธิ์ร่มไทรในยุทธภพ มรณกรรมของเขากลับเต็มไปด้วยความอัปยศอดสูและร่องรอยการทรมานอันโหดเหี้ยมเช่นนี้เชียวหรือ? "เจ้า... พูดว่าอะไรนะ" หลี่เฟยเทียนคำรามต่ำ น้ำเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยจิตสังหารที่น่าสะพรึงกลัว อุณหภูมิรอบตัวเขาร้อนระอุขึ้นฉับพลันจนหยดเลือดบนพื้นระเหยกลายเป็นไอ "หูหนวกหรือไง? ข้าบอกว่า อาจารย์ของเจ้า... มันตายอย่างอนาถ ร้องขอชีวิตเหมือนสุนัขข้างถนน!" เหอซานยังคงเยาะเย้ย โดยไม่รู้ตัวเลยว่า ความตายกำลังคืบคลานเข้ามาประชิดตัว *เปรี้ยง!* ไม่ทันที่เหอซานจะกล่าวจบประโยค ร่างของหลี่เฟยเทียนก็หายวับไปจากจุดเดิม เหลือไว้เพียงพื้นศิลาที่แตกละเอียดเป็นจุล! นี่คือ "วิชากระบี่ทะลวงศิลา" ขั้นที่ห้า — ฝ่าภพพยัคฆ์คำราม! ความเร็วของหลี่เฟยเทียนในยามนี้เหนือล้ำกว่ายามปกติถึงสามเท่า ความแค้นและความโศกเศร้าหลอมรวมเป็นพลังผลักดันขีดจำกัดของร่างกาย ทะลวงผ่านจุดตันtianที่เคยตีบตันขึ้นสู่ขอบเขตพลัง "หลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์" ชั่วพริบตา! "ระวัง!" ลูกน้องคนสนิทของเหอซานร้องเตือนด้วยความตื่นตระหนก แต่ช้าไปเสียแล้ว ประกายกระบี่สีนิลทอดยาวราวกับสายฟ้าแลบในความมืด กรีดผ่านอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิวบาดแก้วหู คมกระบี่พุ่งตรงไปยังลำคอของเหอซานอย่างไร้ความปรานี *ฉับ!* เหอซานเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง คาถาป้องกันที่เตรียมไว้ยังไม่ทันได้ร่าย ศีรษะของมันก็หลุดลอยกระเด็นขึ้นสู่กลางอากาศ โลหิตพุ่งกระฉูดราวกับน้ำพุ ย้อมผนังถ้ำให้กลายเป็นสีชาดน่ากลัว ลูกสมุนอีกสองคนหน้าถอดสี ถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว ขาสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ "ปีศาจ... มันเป็นปีศาจ!" "หนีไม่พ้นหรอก" เสียงหวานเยือกเย็นดั่งมาจากขุมนรกดังขึ้นด้านหลัง มู่หรงเสวี่ยเคลื่อนกายดุจภูตพราย นางไม่ได้ขยับตัวด้วยซ้ำ เพียงแค่กวาดสายตาและสะบัดปลายนิ้วเบาๆ ปราณดัชนีเยือกแข็งก็พุ่งแหวกอากาศเข้าแช่แข็งร่างของลูกสมุนทั้งสองคนในชั่วพริบตา จากนั้น ร่างของพวกมันก็แตกสลายกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีแดงฉาน โปรยปรายลงพื้นราวกับหิมะเลือด ความเงียบสงบกลับคืนสู่โถงถ้ำอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของหลี่เฟยเทียนที่พยายามค้ำยันร่างตัวเองไว้ด้วยกระบี่ มู่หรงเสวี่ยรีบปรากฏกายเคียงข้าง นางประคองร่างอันโชกเลือดของเขาไว้ อ้อมแขนที่เคยเย็นชาบัดนี้กลับสั่นเทาเล็กน้อย นางส่งกระแสปราณบริสุทธิ์เข้าสู่ร่างของเขาเพื่อกดพิษร้ายไว้ "เจ้า... ทำเกินไปแล้ว บาดแผลฉกรรจ์เพียงนี้ หากใช้พลังมากเกินไป เส้นชีพจรของเจ้าจะขาดสะบั้นนะ" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือความกังวลอย่างปิดไม่มิด หลี่เฟยเทียนฝืนยิ้มมุมปาก ฝืนกลืนลิ่มเลือดที่ตี ขึ้นมาลงคอ "ข้า... ทนฟังมันดูหมิ่นอาจารย์ไม่ได้ เสวี่ยเอ๋อร์ เจ้าได้ยินที่มันพูดหรือไม่? อาจารย์ไม่ได้ตายเพราะประลองแพ้... แต่ถูกทรมานเพื่อแย่งชิงคัมภีร์!" มือหนายื่นไปสัมผัสผนังศิลาเบื้องหน้า ซึ่งมีรอยขูดขีดลึกลงไปเป็นอักษรเลือดที่อาจารย์เฟยเทียนเขียนไว้ก่อนสิ้นใจ — *'พรรคเงาโลหิต... อยู่เบื้องหลังความวิบัติสำนักกระบี่'* ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังเพ่งพินิจอักษรเลือดนั้นเอง พื้นศิลาใต้เท้าก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ราวกับมีกลไกบางอย่างถูกกระตุ้น *ครืนนน...* ผนังถ้ำด้านหลังศพของเหอซานค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นห้องลับที่ถูกซ่อนเร้นมานานนับร้อยปี กลื่นอายโบราณและกดดันมหาศาลพัดโชกออกมาจากภายใน หลี่เฟยเทียนและมู่หรงเสวี่ยหันขวับไปมองด้วยความระแวง ท่ามกลางความมืดมิดของห้องลับ มีดวงตาสีทองคู่หนึ่งกำลังจ้องมองพวกเขาอยู่... พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบแห้งที่คุ้นหูอย่างประหลาด ดังลอดออกมาจากความมืดมิดนั้น *“ฮ่าๆๆ... ในที่สุด ก็มีเหยื่อโง่เขลามาปลดผนึกให้ข้าเสียที...”* ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันยุทธภพอันโหดร้ายนี้ไปด้วยกันนะครับ พยัคฆ์ขาวคำรามขอสัญญาว่าจะรังสรรค์เรื่องราวให้เดือดดาลและสะใจยิ่งกว่าเดิมในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ทะลวงศิลา กับเซียนสาวผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%