กระบี่ทะลวงศิลา กับเซียนสาวผู้เย็นชา•ตอนที่ 3

เซียนสาวผู้เย็นชา

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
“รับทัณฑ์สวรรค์งั้นหรือ? ช่างเป็นคำกล่าวที่โอหังนัก!” หลี่เฟยเทียนแค่นเสียงหัวเราะเยาะเย้ยในลำคอ ดวงตาคมปลาบคู่นั้นวาวโรจน์ดุจกระบี่ที่กำลังถูกลับคมด้วยความแค้น เบื้องหน้าเขาคือ ‘ทูตโลหิตทมิฬ’ บุรุษร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีเลือดที่แผ่กลิ่นอายคาวคละคลุ้งไปทั่วหุบเขาอับลม เขาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากปราณทมิฬที่บีบอัดชั้นบรรยากาศจนต้นหญ้ารอบข้างล้มระเนระนาด “เจ้าไม่มีสิทธิ์ตัดสินชีวิตข้า!” หลี่เฟยเทียนคำรามลั่น มือขวาเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่ทื่อสนิมเขรอะที่สะพายอยู่ด้านหลัง กระบี่เล่มนี้ไม่ได้คมกริบ แต่มันหนักอึ้งด้วยภาระของสำนักที่ถูกทำลาย ทูตโลหิตทมิฬไม่รอช้า ฝ่ามือที่หุ้มด้วยปราณสีดำสนิทซัดเข้าใส่ราวกับลูกตุ้มเหล็กพุ่งทะลวงอากาศ พลังนั้นรุนแรงจนเกิดเสียงหวีดหวิวแหลมสูง หลี่เฟยเทียนโน้มตัวลงต่ำ พลิกกายหลบคมฝ่ามือที่เฉียดผ่านไหล่ไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ก่อนจะดีดตัวสวนกลับด้วยวิชากระบี่ ‘ทะลวงศิลา’ ที่เน้นพลังทำลายล้างมากกว่าความพริ้วไหว เคร้ง! เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้องกัมปนาท แต่ทว่า... วัตถุที่ขวางกั้นระหว่างกระบี่ของหลี่เฟยเทียนและฝ่ามือของทูตโลหิตกลับไม่ใช่สิ่งกีดขวางธรรมดา มันคือลำแสงสีฟ้าครามที่แผ่ไอเย็นเยือกแข็งออกมาจนหยดน้ำค้างในอากาศกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงพรูลงสู่พื้น ทูตโลหิตทมิฬชะงักงัน แรงปะทะนั้นสั่นสะเทือนไปถึงกระดูก “ผู้ใด! ผู้ใดบังอาจขวางทางทัณฑ์สวรรค์!” ร่างระหงในชุดพริ้วไหวสีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะแรกแย้มปรากฏขึ้นเบื้องหน้าหลี่เฟยเทียน ใบหน้าของนางงดงามดุจรูปสลัก ทว่าเย็นชาไร้ความรู้สึก ราวกับมองทุกชีวิตในยุทธภพเป็นเพียงธุลีดิน ดวงตาสีฟ้าครามคู่นั้นกวาดมองผู้มาเยือนด้วยความนิ่งสงบ “สำนักวิหคเหมันต์...” ทูตโลหิตทมิฬกัดฟันกรอด “มู่หรงเสวี่ย... เจ้ามายุ่งเรื่องนี้ด้วยเหตุใด?” มู่หรงเสวี่ยไม่ตอบคำถาม นางเพียงแต่สะบัดแขนเสื้อเบาๆ ดัชนีเรียวงามดั่งหยกขาวชี้นำไปเบื้องหน้า ไอเย็นจัดพุ่งเข้าจู่โจมทูตโลหิตทมิฬโดยตรง มันไม่ใช่การโจมตีที่รุนแรงทว่าลุ่มลึกและซับซ้อน ร่างของทูตโลหิตถูกไอเย็นปกคลุมจนต้องถอยกรูดไปหลายก้าว ลมปราณในกายที่เคยดุดันกลับชะงักงันดั่งสายน้ำที่ถูกแช่แข็ง หลี่เฟยเทียนยืนนิ่งตะลึงงัน เขาไม่ได้เกรงกลัวต่อความตาย แต่ความสง่างามที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจของสตรีผู้นี้ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาถึงกับกระตุกไหว “ข้าไม่ได้มาช่วยเจ้า” เสียงของมู่หรงเสวี่ยเรียบเฉย เย็นยะเยือกราวกับลมพัดผ่านสุสาน “ข้ามาเพื่อทำภารกิจตามหาความลับแห่งศิลาฟ้า และเจ้า... หลี่เฟยเทียน คือเบาะแสเดียวที่ข้ามี” “ข้าไม่ใช่เบี้ยหมากของใคร” หลี่เฟยเทียนเอ่ยเสียงกร้าว กระชับกระบี่ในมือแน่น “หากเจ้าไม่เป็นเบี้ยหมาก ก็จงเป็นโล่ให้ข้าเสีย” นางปรายตามองเขาเพียงแวบเดียว ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับทูตโลหิตทมิฬที่กำลังเรียกใช้ปราณโลหิตเข้าต้านทานไอเย็น “เจ้ามีเวลาเพียงครู่เดียวในการตัดสินใจว่าจะตายในฐานะศัตรูของพวกมัน หรือจะร่วมมือกับข้าเพื่อรอดชีวิตไปล้างแค้นให้สำนักของเจ้า” คำพูดนั้นจี้จุดตายของหลี่เฟยเทียนอย่างรุนแรง เขารู้ดีว่าลำพังตนเองไม่มีทางเอาชนะทูตโลหิตทมิฬได้ในตอนนี้ แต่การยอมพึ่งพาสตรีผู้นี้ก็ดูจะขัดกับทิฐิลูกผู้ชายของเขาไม่น้อย “เจ้าคิดว่าตนเองเป็นใคร ถึงได้บังอาจมาสั่งให้คนอย่างหลี่เฟยเทียนต้องทำตาม!” เขาแค่นหัวเราะ ก่อนจะตวัดกระบี่ขึ้นพาดไหล่ “แต่เอาเถอะ... ในเมื่อศัตรูของเจ้าคือศัตรูของข้า ข้าจะยอมวางดาบในฐานะศัตรูชั่วคราว... เพียงชั่วคราวเท่านั้น!” ท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบคั้น ทูตโลหิตทมิฬพลันกางฝ่ามือออกกว้าง ปราณโลหิตที่สะสมไว้ระเบิดออกมาเป็นอักขระสีแดงฉานลอยเด่นอยู่กลางอากาศ พื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินจะแยกออกเป็นสองส่วน มู่หรงเสวี่ยเริ่มร่ายรำดัชนีเหมันต์อย่างรวดเร็ว ก่อเกิดเป็นม่านพลังรูปดอกบัวน้ำแข็งปกป้องพวกเขาไว้ “เตรียมตัวให้ดี หลี่เฟยเทียน...” มู่หรงเสวี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในโสตประสาท “ข้าจะเปิดช่องโหว่ให้เพียงจุดเดียว... หากเจ้าแทงไม่โดนหัวใจของมัน เจ้าและข้าจะตกตาย ณ ที่แห่งนี้” ทันใดนั้น ทูตโลหิตทมิฬก็พุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วเหนือเสียง พลังทมิฬแผ่ซ่านดุจเงาปีศาจที่พร้อมจะกลืนกินทุกอย่างที่ขวางหน้า หลี่เฟยเทียนสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมปราณกระบี่ทั้งหมดลงที่ปลายกระบี่ทื่อๆ เล่มนั้นจนเกิดแสงสว่างจ้าขึ้นมา... ทว่า ในจังหวะที่คมกระบี่กำลังจะปะทะกับม่านพลังทมิฬ มู่หรงเสวี่ยกลับสะดุดลงชั่วครู่ ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความตกใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นางหันมามองที่คอเสื้อของหลี่เฟยเทียนที่ขาดวิ่นจากการต่อสู้ เผยให้เห็นรอยสักรูปตราประทับโบราณที่ส่องแสงประหลาดออกมา “ตราประทับแห่งเทพกระบี่... เจ้าคือคนผู้นั้น?” รี้ดเดอร์ทุกท่านครับ เรื่องราวความลับของตัวเอกและสายสัมพันธ์ที่ซ่อนเร้นกำลังจะถูกเปิดเผย โปรดติดตามตอนต่อไปครับ ด้วยจิตคารวะ พยัคฆ์ขาวคำราม
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ทะลวงศิลา กับเซียนสาวผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%