กระบี่ทะลวงศิลา กับเซียนสาวผู้เย็นชา•ตอนที่ 14

เลือดหลั่งรินในทะเลทราย

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
ประกายแสงสีเงินยวดยวงวับวามสะท้อนขึ้นจากพื้นทรายระอุเบื้องล่าง ราวกับดวงดาวนับร้อยดวงถูกฝังไว้ใต้ผืนทะเลทรายสีกุหลาบ ทว่าไอความร้อนระอุกลับแผดเผาจนอากาศบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น "ป้ายหยกนี้... เจ้าได้มันมาจากที่ใด เสวี่ยเอ๋อร์" เสียงทุ้มต่ำของหลี่เฟยเทียนดังขึ้นท่ามกลางกระแสลมกรดที่พัดโหมกระหน่ำ เศษทรายถูกลมพัดจนกลายเป็นคมมีดนับพันเล่มที่กรีดแทะผิวเนื้อ แต่วินาทีนี้ ไม่มีใครสนใจความเจ็บปวดภายนอก สายตาของยอดฝีมือหนุ่มพเนจรจับจ้องอยู่ที่แผ่นหยกสีขาวนวลสลักลายวิหคกางปีกในมือของหญิงสาวอย่างไม่กะพริบ ป้ายหยกชิ้นนั้นสั่นริกๆ ราวกับมีชีวิต มันสะท้อนพลังปราณเยือกแข็งที่คุ้นเคย ยืนยันตัวตนของผู้เป็นเจ้าของได้อย่างชัดเจน... เจ้าสำนักวิหคเหมันต์ ผู้อาวุโสสูงสุดผู้ควรจะหายสาบสูญไปในเหตุการณ์นองเลือดเมื่อสิบปีก่อน มู่หรงเสวี่ยริมฝีปากสั่นระริก ดวงตาคู่คมที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งบัดนี้ไหววูบราวกับผิวน้ำในฤดูใบไม้ร่วง นางกำป้ายหยกในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ไอความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกจากร่างของนางโดยไม่รู้ตัวจนเกลือกกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งบางๆ บนเม็ดทรายรอบกาย "ข้า..." นางสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสะกดกลั้นคลื่นอารมณ์ที่ตีรวนขึ้นมาในอก "ข้าพบมันในซากปรักหักพังของตำหนักร้างทางเหนือ... สถานที่ที่ท่านอาจารย์เคยพำนักก่อนจะ..." ครืนนน! ยังไม่ทันที่มู่หรงเสวี่ยจะกล่าวจบ ผืนทรายเบื้องหน้าก็ระเบิดออกราวกับภูเขาไฟปะทุ! เสียงคำรามกึกก้องเสียดแก้วหูทะลวงผ่านชั้นบรรยากาศลงมา พร้อมกับเงาร่างมหึมาสามร่างที่พุ่งทะยานขึ้นมาจากใต้พื้นทราย พวกมันไม่ใช่สัตว์อสูรธรรมดา แต่เป็น "ราชันย์อสูรทรายทมิฬ" สัตว์ดุร้ายระดับเจ็ดที่ปกคลุมด้วยเกล็ดหนาเตอะดั่งเหล็กกล้า ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองผู้บุกรุกทั้งสองด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น "ระวัง!" หลี่เฟยเทียนแผดเสียงก้อง กระบี่ทะลวงศิลาในมือขวาพลันสั่นสะท้าน เปล่งประกายแสงสีทองเจิดจ้าตัดกับบรรยากาศสีส้มเพลิงของทะเลทราย *เปรี้ยง!* ร่างของหลี่เฟยเทียนพุ่งทะยานออกไปดุจสายอัสนีฟาด รัศมีกระบี่แผ่ขยายออกเป็นรูปดอกบัวเพลิงเก กลีบกระบี่แต่ละกลีบคมกริบราวกับศาสตราวุธเซียน ปะทะเข้ากับกรงเล็บมหึมาของราชันย์อสูรตัวแรกอย่างจัง แรงปะทะทำให้คลื่นทรายรอบด้านกระจายตัวออกเป็นวงกว้างนับร้อยวา นี่คือวิชากระบี่มุทะลุที่หลอมรวมจากประสบการณ์ความเป็นความตายในยุทธภพ มันมิใช่แค่กระบวนท่า หากแต่เป็นจิตวิญญาณแห่งความองอาจที่ไม่ยอมก้มหัวให้ผู้ใด แม้แต่ฟ้าดินก็ยังต้องหลีกทาง! "ย้ากกก!" หลี่เฟยเทียนคำรามลั่น แขนขวาเกร็งแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน พลังปราณแท้จริงทะลวกลึกเข้าไปในร่างของอสูรทรายจนมันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่ร่างมหึมาจะแตกสลายกลายเป็นผุยผง ทว่า... นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ราชันย์อสูรอีกสองตัวที่เหลือหาได้หวาดกลัวไม่ พวกมันประสานเสียงคำรามประสานกันจนเกิดเป็นคลื่นเสียงโจมตีทางจิตวิญญาณ พลังปราณสายหนึ่งพุ่งตรงเข้าใส่รุกรานจุดชีพจรของมู่หรงเสวี่ยที่กำลังตกอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความทรงจำ "เสวี่ยเอ๋อร์! หลบไป!" หลี่เฟยเทียนกวาดสายตาเห็นอันตรายในเสี้ยววินาที ร่างกายเคลื่อนไหวไปตามสัญชาตญาณของลูกผู้ชาย เขาดีดตัวกลับหลังอย่างรวดเร็วราวกับเหยี่ยวร่อนลม ใช้ร่างของตนเองเข้าขวางกั้นระหว่างคลื่นพลังมรณะกับหญิงสาว *ตูมมม!* พลังปราณอสูรสายนั้นพุ่งทะลวงเข้าใส่แผ่นหลังของหลี่เฟยเทียนเต็มแรง เสียงกระดูกลั่นดังสนั่นหวั่นไหว เลือดสีแดงฉาดพ่นทะลักออกจากปากของยอดฝีมือหนุ่มย้อมผืนทรายเบื้องล่างให้กลายเป็นสีชาดในพริบตา "เฟยเทียน!" เสียงร้องเรียกที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและปวดร้าวหลุดออกมาจากลำคอของมู่หรงเสวี่ยเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ความเย็นชาทั้งหมดทั้งมวลที่นางเคยสวมใส่ราวกำแพงน้ำแข็งพังทลายลงในพริบตา นางพุ่งเข้ามาประคองร่างที่กำลังทรุดลงของชายหนุ่มด้วยสองมือที่สั่นเทา ดวงตาของหลี่เฟยเทียนพร่ามัว ปราณคุ้มGายแตกซ่าน บาดแผลฉกรรจ์ที่แผ่นหลังแผ่ไอความร้อนแผดเผาร่างกายจนแทบหลอมละลาย ทว่าเขากลับฝืนยبرอบยิ้มบางๆ ออกมา ฝ่ามือที่เปื้อนเลือดเอื้อมไปแตะที่แก้มเนียนนุ่มของนางเบาๆ "ข้า... ไม่เป็นไร... เจ้าปลอดภัย... ก็ดีแล้ว..." "อย่าพูดอะไรอีก!" น้ำตาหยดใสไหลรินจากดวงตาคู่สวยของมู่หรงเสวี่ย หยดลงบนใบหน้าของชายหนุ่ม นางโคจรพลังปราณเยือกแข็งสูงสุดในชีวิตเพื่อกดจุดสกัดกั้นบาดแผลและพิษร้ายที่กำลังกัดกินหัวใจของเขา ทว่าอาการบาดเจ็บของหลี่เฟยเทียนหนักหนาสากรรจ์เกินกว่าที่พลังปราณทั่วไปจะเยียวยาได้ทันท่วงที ท่ามกลางความเงียบงันของทะเลทรายที่กว้างใหญ่ มีเพียงเสียงลมหายใจรวยรินของหลี่เฟยเทียน และเสียงหัวใจของมู่หรงเสวี่ยที่เต้นรัวด้วยความหวาดกลัว—ความหวาดกลัวที่จะสูญเสียบุคคลสำคัญที่สุดในชีวิตไปชั่วนิรันดร์ ทว่า ในวินาทีที่ความสิ้นหวังกำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง... เงาร่างลึกลับร่างหนึ่งก็ก้าวเดินออกมาจากม่านหมอกแห่งความร้อนระอุ ห่างออกไปเพียงสิบก้าว ฝีก้าวของมันเบาราวกับไร้น้ำหนัก แต่กลับกดทับจิตวิญญาณของสรรพสิ่งให้ต้องสั่นสะทواด กลิ่นอายอันคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมาจากผู้มาใหม่... มันคือกลิ่นอายเดียวกันกับป้ายหยกในมือของมู่หรงเสวี่ย! มู่หรงเสวี่ยเงยหน้าขึ้นสบตากับเงาร่างนั้น ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ เมื่อเห็นใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าคลุมสีดำสนิท "ท่าน... ท่านอาจารย์...?" จบบทที่ 14 ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันเข้มข้นนี้ร่วมกันนะครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ทะลวงศิลา กับเซียนสาวผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%