กระบี่ทะลวงศิลา กับเซียนสาวผู้เย็นชา•ตอนที่ 17

ประลองยุทธ์คัดเลือก

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
"สิบสองศิลาปะทะโลหิต... หากเจ้ายังดึงดันใช้กระบี่เล่มนั้นในเขตแดนตระกูลจ้าว มีแต่จะนำพาความวิบัติมาสู่เก้าชั่วโคตรของตนเอง!" เสียงคำรามแหบพร่าดังก้องขึ้นท่ามกลางโถงประลองหินอัคนีเบื้องล่าง กลิ่นอายโลหิตและคาวสนิมคละคลุ้งปะปนกับไอร้อนระอุของเตาหลอมหมื่นปี ด้านหน้าเสาหินศิลาทมิฬขนาดมหึมา ปรากฏร่างของบุรุษหนุ่มในชุดคลุมสีเทาเก่าคร่ำคร่า ใบหน้าของเขาถูกอำพรางด้วยหน้ากากทองแดงลายพยัคฆ์ซ่อนลาย ทว่านัยน์ตากลับสุกใสราวกับดวงดาวในคืนเดือนมืด นั่นคือหลี่เฟยเทียน—ผู้ที่ยอมสวมรอยเป็น "ฮั่วเฟิง" ยอดฝีมือพเนจรไร้ชื่อ เพื่อแฝงตัวเข้ามาสืบหาเบาะแสเกี่ยวกับพรรคอัคคีทมิฬที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังการประลองยุทธ์คัดเลือกในครั้งนี้ หลี่เฟยเทียนแค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างเยียบเย็น ปราณกระบี่ภายในจุดตันتيนหมุนวนอย่างบ้าคลั่งจนเสื้อคลุมด้านหลังสะบัดพับตามแรงลมปราณ เขากำด้ามกระบี่เหล็กนิลที่พันด้วยผ้าเก่าๆ เอาไว้แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน สัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อนของจิตวิญญาณกระบี่ที่ร่ำร้องอยากจะพุ่งทะยานออกมารับศึก "คำขู่ของพวกเจ้าใช้ได้ผลกับสุนัขรับใช้ที่ไร้กระดูกสันหลังเท่านั้น แต่สำหรับข้า หลี่... ฮั่วเฟิงผู้นี้ สิ่งเดียวที่รู้จักคือการใช้กระบี่ในมือพูดคุย!" สิ้นคำพูด ร่างของหลี่เฟยเทียนก็หายวับไปจากจุดเดิม ดุจดังสายฟ้าสีครามที่ผ่าแหวกม่านหมอกเพลิง แรงกดดันจากขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นที่แปดระเบิดออกอย่างเต็มกำลัง ทำเอาผู้ฝึกยุทธ์รอบลานประลองถึงกับหายใจติดขัด แรงกระแทกจากการก้าวเท้าเพียงครั้งเดียวทำให้พื้นหินแกรนิตหนาสามนิ้วแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ *เปรี้ยง!* กระบี่เหล็กนิลปะทะเข้ากับง้าววิญญาณอัคคีของยอดฝีมือตระกูลจ้าวเข้าอย่างจัง ประกายไฟสارتกระเซ็นดั่งดอกไม้ไฟยามราตรี พลังปราณรุนแรงแผ่ขยายเป็นวงกว้างจนป้ายประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบปลิวหายไปในพริบตา หลี่เฟยเทียนไม่ถอยแม้แต่ครึ่งก้าว นัยน์ตาคมกริบมองทะลุผ่านความอลหม่านไปยังระเบียงชั้นสองของหอคอยประลอง ที่ซึ่งเงาร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์กำลังยืนประทับรอยยิ้มเยียบเย็นอยู่เบื้องหลังม่านมุก มู่หรงเสวี่ย... แม้นางจะไม่ได้ลงสนามประลองด้วยตนเอง แต่แววตาคู่คมที่มองลงมาจากเบื้องบนคู่นั้น กลับส่งกระแสจิตสื่อสารมาถึงเขาอย่างชัดเจน *‘ระวังตัวด้วย... คนของพรรคอัคคีทมิฬไม่ได้มีแค่พวกมดปลวกเหล่านี้’* กระแสจิตที่เย็นเยียบแต่แฝงความห่วงใยปะปนอยู่ลึกๆ ทำเอาหัวใจของหลี่เฟยเทียนกระตุกวูบ เขาแค่นยิ้มรับในใจ ก่อนจะสะบัดข้อมือพลิกแพลงกระบวนท่า "กระบี่ทะลวงศิลา" ท่าร่างอันเป็นเอกลักษณ์ที่พลิกผันจากรุกเป็นรับได้อย่างแนบเนียน คมกระบี่กรีดผ่านอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิวบาดแก้วหู ปัดป้องง้าวอัคคีจนคู่ต่อสู้เสียหลักถอยหลังไปสามก้าว การประลองยุทธ์คัดเลือกในรอบที่สามนี้ เต็มไปด้วยความดุเดือดเลือดพล่าน ผู้เข้าร่วมทุกคนต่างเป็นยอดฝีมือจากทั่วสารทิศที่ถูกดึงดูดด้วยสมบัติล้ำค่าและคัมภีร์โบราณ ทว่าเบื้องหลังความคึกคักนี้ หลี่เฟยเทียนรู้ดีว่ามันคือ "หลุมพราง" ที่ถูกขุดขึ้นมาเพื่อล่อให้หนูติดจั่นเปิดเผยตัวตน "ฮ่าๆๆ ฝีมือไม่เลวเลยนี่เจ้าหนูหน้ากากพยัคฆ์ แต่คิดว่าจะผ่านด่าน 'ค่ายกลอัคคีผลาญโลหิต' ไปได้ง่ายๆ งั้นรึ?" เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังขึ้นจากประมุขพรรคย่อยผู้หนึ่ง ซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานการตัดสิน มันสะบัดพัดในมือเบาๆ วงแหวนอักขระสีแดงฉานก็ปรากฏขึ้นใต้ฝ่าเท้าของหลี่เฟยเทียนทันที เปลวเพลิงสีดำสนิทพวยพุ่งขึ้นมาราวกับงูพิษนับร้อยตัว พยายามกัดกินปราณคุ้มกันกายของเขาอย่างดุร้าย นี่คือกับดัก! พวกมันต้องการบีบให้เขาต้องแสดงเคล็ดวิชาแท้จริงของสำนัก เพื่อเปิดโปงตัวตนที่แท้จริงท่ามกลางสายตาของผู้คนนับพัน หลี่เฟยเทียนขมวดคิ้วมุ่น เหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผม แม้เขาจะสามารถใช้ปราณกระบี่ทำลายค่ายกลนี้ได้ แต่หากทำเช่นนั้น เคล็ดวิชาประจำตระกูลที่สาบสูญจะถูกเปิดเผย และอาจทำให้มู่หรงเสวี่ยที่คอยคุ้มเชิงอยู่ต้องตกอยู่ในอันตรายไปด้วย ทว่าในจังหวะที่เปลวเพลิงสีดำกำลังจะกลืนกินร่างของเขาจนมิด พลังปราณความเย็นเยือกสายหนึ่งก็แผ่ซ่านลงมาจากเบื้องบน ดุจดังหิมะโปรยปรายกลางฤดูร้อน *ฟรึบ!* ละอองน้ำแข็งสีขาวบริสุทธิ์โปรยปรายลงมาดับเปลวเพลิงสีดำมอดดับลงในพริบตา พร้อมกับร่างของหญิงสาวนางหนึ่งที่ร่อนลงมาเยือนกลางลานประลองอย่างสง่างามราวกับเทพเซียนลงมาจุติ นางไม่แม้แต่จะชายตามองคู่ต่อสู้ที่กำลังตื่นตะลึง ปลายดัชนีเรียongงามชี้ตรงไปยังหน้าอกของประมุขพรรคย่อยผู้นั้นอย่างไร้ความปรานี "ผู้ใดกล้าใช้ค่ายกลมารนอกรีตในงานประลองยุทธ์ระดับนี้... อยากตายนักใช่ไหม?" เสียงหวานใสดุจน้ำค้างแข็งเอ่ยขึ้น ทำเอาบรรยากาศทั่วทั้งโถงประลองเงียบสงบลงในชั่วพริบตา แม้แต่เสียงหายใจก็แทบไม่มีใครกล้าส่งออกมา หลี่เฟยเทียนมองแผ่นหลังบอบบางที่ยืนเคียงข้างเขาในยามวิกฤต มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างโล่งอก ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนกำลังตกตะลึงกับปรากฏการณ์ดัชนีเหมันต์นั้นเอง พื้นหินอัคนีเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเก่า รอยแยกสีดำสนิทนับสายปรากฏขึ้นราวกับปากอสูรที่กำลังอ้ากว้าง เสียงหัวเราะแหบพร่าอันน่าขนลุกดังสะท้อนมาจากห้วงลึกใต้ดิน *ครืนนน...!* เศษศิลาแตกกระเด็น พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างในชุดคลุมสีดำสนิทที่แผ่ไอสังหารรุนแรงจนท้องฟ้าเหนือลานประลองแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด และสิ่งที่ถืออยู่ในมือของมัน... กลับเป็นป้ายวิญญาณตระกูลหลี่ที่ควรจะถูกทำลายไปเมื่อสิบปีก่อน! "ฮี่ๆๆ หลี่เฟยเทียน... ในที่สุดเจ้าก็โผล่หัวออกมาจนได้นะ ทายาทคนสุดท้ายของคนทรยศ!" ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันยุทธภพอันโหดร้ายนี้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมาตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ทะลวงศิลา กับเซียนสาวผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%