"คุณจะเอาให้ได้แบบนี้จริงๆ ใช่ไหม แทนคุณ?"
เสียงของพายไม่ได้ดัง แต่มันสั่นประสาทคนฟังมากกว่าเสียงตะโกน เธอยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ไม้สีเข้ม ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องมองผมเหมือนอยากจะเปลี่ยนร่างผมให้กลายเป็นผงแป้งเสียตั้งแต่เดี๋ยวนี้
"ผมเป็นสถาปนิก ไม่ใช่ผู้รับเหมาถมที่ งานมันต้องเป๊ะ ถ้าคุณอยากได้งานที่ 'ชิลล์' แนะนำให้ไปจ้างเด็กฝึกงานมาเขียนแบบบนกระดาษวาดเขียนเล่นดีกว่าครับ"
ผมตอบกลับโดยไม่ละสายตาจากแปลนโครงสร้างที่กางอยู่บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่กลางร้าน 'Pastry Box' ที่ตอนนี้ถูกเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นออฟฟิศชั่วคราว ความเงียบยามเที่ยงคืนมีเพียงเสียงแอร์ครางหึ่งๆ กับเสียงปากกาเขียนแบบของผมที่ลากเส้นอย่างหนักแน่น
คำพูดของไอ้บ้านั่นเมื่อตอนเย็นยังติดอยู่ในหัวเหมือนเศษแก้วที่บาดลึก 'จำโปรเจกต์แรกที่แกทำพังจนคนตายได้ไหม...'
ผมสะบัดหัวไล่ความคิดนั้นทิ้ง ก่อนจะกดดินสอกดลงไปจนไส้หัก เสียง 'เป๊าะ' ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ
"ถ้าคุณจะหงุดหงิดใส่แปลนจนไส้ดินสอหักขนาดนั้น ก็พักบ้างเถอะ"
พายเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของวานิลลาและเนยสดที่อบอวลอยู่ในอากาศจางๆ เริ่มชัดขึ้น เธอวางจานเซรามิกใบเล็กที่มี 'เลมอนทาร์ต' ชิ้นหนึ่งลงบนโต๊ะข้างๆ แผนผังโครงสร้างของผม
"กินซะ จะได้เลิกทำหน้าเหมือนคนไปโกรธใครมาจนโลกแตก"
ผมมองทาร์ตชิ้นนั้น แล้วเงยหน้ามองคนตรงหน้า "ผมไม่ได้โกรธ และผมก็ไม่หิวครับ"
"นี่แทนคุณ..." พายถอนหายใจยาวพลางลากเก้าอี้มานั่งฝั่งตรงข้าม "คนเราน่ะ บางทีก็ต้องยอมปล่อยให้ความหวานเข้าแทรกซึมบ้าง ไม่ใช่เอาแต่สร้างกำแพงหินปูนคอนกรีตไว้ล้อมตัวเองแบบนี้ งานมันไม่พังเพราะทาร์ตชิ้นนี้หรอก แต่คุณอาจจะพังเพราะความดันทุรังของตัวเองนี่แหละ"
คำพูดของเธอทำเอาผมชะงักไปครู่หนึ่ง ปกติผมเป็นคนชอบโต้ตอบให้แพ้ทาง แต่ครั้งนี้มันแปลก... จังหวะที่เธอมองมาด้วยแววตาที่พยายามจะ 'อ่าน' ตัวตนของผม มันทำให้รู้สึกเหมือนถูกเปลื้องผ้าต่อหน้าฝูงชนอย่างไรอย่างนั้น
ผมหยิบส้อมขึ้นมาจิ้มทาร์ตชิ้นนั้นส่งเข้าปาก รสชาติเปรี้ยวอมหวานของเลมอนที่ตัดกับความกรุบของแป้งพายมันพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนผมต้องหลับตาลงโดยไม่รู้ตัว มันไม่ได้หวานเลี่ยน แต่มันละมุนจนน่าหงุดหงิด... หงุดหงิดที่ผมดันปฏิเสธไม่ลง
"เป็นไง?" เธอถาม เสียงเรียบๆ แต่แฝงความคาดหวัง
"ก็... พอกินได้ครับ" ผมตอบพลางวางส้อมลงพยายามทำตัวให้ดูปกติที่สุด แม้หัวใจจะเต้นผิดจังหวะไปนิดหน่อยเพราะความเหนื่อยล้าหรืออะไรบางอย่างที่ผมไม่อยากจะยอมรับ
"ปากแข็ง" พายแค่นหัวเราะเบาๆ "ก็ดี ถ้างั้นก็นั่งคุมงานไปเถอะ ฉันจะไปนอนแล้ว อย่าทำร้านฉันไฟไหม้ก็พอ"
เธอหันหลังกลับ แต่แล้วเธอก็หยุดกึกเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ ก่อนจะหันมามองผมด้วยสายตาที่ลึกล้ำขึ้น
"แทนคุณ... เรื่องที่เขาพูดตอนเย็นน่ะ ฉันไม่รู้หรอกนะว่ามันคืออะไร แต่ถ้าวันนี้คุณกำลังพยายามพิสูจน์อะไรบางอย่างกับงานชิ้นนี้... ก็ทำให้ดีที่สุดแล้วกัน เพราะอย่างน้อยตอนนี้งานของคุณก็มีคนรอชิมผลลัพธ์ของมันอยู่คนหนึ่งแล้ว"
เธอเดินหายเข้าไปในห้องพักหลังร้าน ทิ้งให้ผมอยู่กับกลิ่นกาแฟจางๆ และเศษซากเลมอนทาร์ตบนจาน
ผมทรุดตัวลงพิงพนักเก้าอี้ พลางมองหน้าจอโทรศัพท์ที่วางอยู่อีกฝั่ง มันมีข้อความค้างไว้ในแชทกลุ่มบริษัทที่ส่งมาตั้งแต่หัวค่ำ เป็นลิงก์ข่าวเก่าเมื่อหลายปีก่อน... ข่าวความผิดพลาดของโครงการที่เกือบจะทำลายชีวิตสถาปนิกคนหนึ่งไปตลอดกาล
ผมตัดสินใจกดเข้าไปอ่านรายละเอียดอีกครั้ง มือสั่นเทาเล็กน้อย ความทรงจำที่อยากลืมย้อนกลับมาฉายชัดเหมือนหนังม้วนเดิมที่ไม่มีวันจบ
ในจังหวะที่ผมกำลังจะปิดหน้าจอ สายตาก็เหลือบไปเห็นการแจ้งเตือนจาก 'พาย' ที่เด้งขึ้นมาในแชทส่วนตัว
*พาย: "ที่บอกว่าพอกินได้น่ะ... หมายถึงตัวทาร์ต หรือหมายถึงฉัน?"*
ข้อความนั้นทำให้ผมถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง ผมรีบพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความลนลานแบบที่คนอย่างแทนคุณไม่เคยเป็นมาก่อน
*แทนคุณ: "คุณนั่นแหละที่เพ้อเจ้อ ผมหมายถึงทาร์ตต่างหาก!"*
ผมกดส่งไปทันที แต่แล้วก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นข้อความถัดมาที่เธอเพิ่งส่งตามหลังมาติดๆ
*พาย: "อ๋อเหรอ? แต่ฉันเพิ่งเห็นคุณแอบยิ้มตอนกินเข้าไปนะ... หรือจะให้ฉันไปเช็กดูให้ถึงที่โต๊ะเลยไหมล่ะว่ายิ้มจริงไหม?"*
ยังไม่ทันที่ผมจะได้พิมพ์แก้ตัว เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังออกมาจากทางเดินด้านหลัง แสงไฟในร้านที่ผมหรี่ไว้เริ่มสว่างขึ้นทีละดวง พายเดินออกมาในชุดนอนผ้าฝ้ายสีอ่อน ผมของเธอรวบไว้ลวกๆ แต่กลับดูน่ามองอย่างประหลาด
เธอหยุดยืนอยู่ข้างหลังผม มือเรียวแตะลงบนไหล่เบาๆ
"ผมบอกแล้วไงครับว่าให้ไปนอน..." ผมพยายามจะหันไปพูด แต่เธอกลับโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รดที่ข้างหู
"พอดีฉันเปลี่ยนใจแล้ว... แทนคุณ" เธอเว้นจังหวะ ก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของผมหยุดหมุน "ถ้าคุณยังไม่เลิกโกหกตัวเองเรื่องความรู้สึก... ฉันก็มีเรื่อง 'ความลับ' ของร้านนี้ที่อยากให้คุณรู้เหมือนกัน"
เธอดึงกระดาษแปลนของผมออก แล้ววางรูปถ่ายใบหนึ่งที่พับไว้อย่างดีลงบนโต๊ะแทนที่
นั่นคือรูปถ่ายโครงการแรกที่ผมทำพัง... แต่ในภาพนั้น มีคนคนหนึ่งยืนยิ้มอยู่ข้างหลังผมในวันแถลงข่าวเมื่อห้าปีก่อน คนที่ผมไม่เคยคิดว่าจะได้เจอกันอีกที่นี่ ในร้านขนมหวานเล็กๆ แห่งนี้
สายลมแผ่วเบาขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางมาถึงบทที่ 4 นี้ด้วยกันนะครับ
สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของร้านขนมหวานที่ไม่ยอมหวานตาม•ตอนที่ 4
กลิ่นกาแฟกับเสียงบ่น
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของร้านขนมหวานที่ไม่ยอมหวานตาม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!