สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของร้านขนมหวานที่ไม่ยอมหวานตาม•ตอนที่ 3

สงครามบนแบบร่าง

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
“ถ้าคุณยังยืนยันจะใช้สีเบจตุ่นๆ กับไฟวอร์มไลท์ดรอปฝ้าแบบนี้ ผมแนะนำให้ไปจ้างสถาปนิกจบใหม่หลังห้องแล้วเอาเงินไปซื้อแป้งทำเค็กเพิ่มดีกว่าครับ จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลานั่งเถียงกับคนหัวโบราณอย่างผมให้เปลืองน้ำลาย” ปลายนิ้วเรียวที่ถือปากกาแลמשตาร์ดเคาะลงบนกระดาษไขแผ่นใหญ่เสียงดัง *ป๊อก* แทนคุณถอนหายใจยาวเหยียดจนไหล่กว้างขยับไหว ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสطท้อนความหงุดหงิดระคนเหนื่อยหน่าย ขณะจ้องมองเจ้าของร้านขนมหวานตัวดีที่กำลังยืนกอดอกหน้ามุ้ยอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานชั่วคราวกลางร้าน พายสูดหายใจเข้าลึกจนอกกระเพื่อม เธอปรายตามองแบบแปลนสามมิติที่ถูกแก้จนเละเทะด้วยหมึกสีแดงฉานของพ่อหนุ่มสถาปนิกปากจัดคนนี้แล้วอยากจะกรี๊ดใส่หูสักสามรอบ ร้าน ‘Pastry Box’ ของเธอนะครับ ไม่ใช่ห้องผ่าตัดโรงพยาบาลเอกชน ทำไมรสนึงถึงได้จืดชืดไร้หัวใจขนาดนี้ “นี่! คุณแทนคุณคะ... เอ้ย คุณแทนคุณครับ!” พายเกือบหลุดปากคำลงท้ายต้องห้ามเพราะความโมโห เธอกลืนน้ำลายเอื้อมมือไปตบโต๊ะเบาๆ เพื่อเรียกสติ “ร้านนี้เป็นร้านขายขนมโฮมเมดที่ลูกค้าเข้ามาแล้วต้องรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน อบอุ่น นุ่มนวล ละมุนละไม ไม่ใช่สถานีขนส่งผู้โดยสารหรือสำนักงานกฎหมายที่จะต้องมาคุมโทนสีเทา-ดำให้มันดูน่ากลัวเล่นแบบนั้น!” “ผมไม่ได้บอกให้ทำสีเทาดำครับ” แทนคุณสวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่เฉียบคมเหมือนใบมีดโกนที่อาบน้ำผึ้ง “ผมกำลังบอกว่า คอนเซปต์ ‘Modern Minimal’ ที่คุณตกลงเซ็นสัญญาตั้งแต่แรก มันหมายถึงความสะอาดตา การจัดการสเปซที่เป็นระบบ และแสงเงาที่ช่วยขับให้โปรดักส์ของคุณมันดูโดดเด่นขึ้นมา ไม่ใช่การเอาโคมไฟสีส้มตาสว่างมารọiจนร้านคุณกลายเป็นร้านขายสังฆภัณฑ์วินเทจแบบนี้” “คุณเปรียบร้านขนมแสนรักของฉันเป็นร้านขายสังฆภัณฑ์เลยเหรอ!” พายอ้าปากค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความโกรธจนแก้มใสๆ แดงก่ำ “คุณนี่มัน... พูดจาหาเรื่องเก่งเป็นที่หนึ่งเลยจริงๆ สมแล้วล่ะที่เขาว่าสถาปนิกเก่งๆ มักจะอีโก้สูงจนหูหนวกและตาบอดต่อความรู้สึกของเจ้าของพื้นที่” บรรยากาศในร้านที่ปิดปรับปรุงอบอวลไปด้วยความตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด กลิ่นอายของความอึดอัดลอยอบอวลอยู่ระหว่างคนทั้งคู่ แทนคุณไม่ได้โกรธที่โดนต่อว่า เขากลับรู้สึกว่าริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความขัดเคืองของหญิงสาวตรงหน้ามันดึงดูดสายตามากกว่าแบบแปลนบนโต๊ะเสียอีก แต่กระนั้น ศักดิ์ศรีของสถาปนิกมือรางวัลก็ค้ำคออยู่ เขาปล่อยให้เธอบิดเบือนงานดีไซน์ตามใจชอบไม่ได้เด็ดขาด โดยเฉพาะงานนี้... งานที่เขาตั้งใจทุ่มเทมากกว่าทุกโปรเจกต์ที่ผ่านมาในชีวิต “ถ้าผมหูหนวกตาบอดจริง...” แทนคุณโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แว่นสายตาเลื่อนต่ำลงเล็กน้อยเผยให้เห็นดวงตาคมที่จ้องมองมาอย่างจริงจัง “ผมคงปล่อยให้คุณทาสีชมพูพาสเทลทั้งร้านแล้วแปะวอลเปเปอร์ลายดอกไม้กุ๊กกิ๊กแบบที่เอเจนซี่ฝึกงานของคุณออกแบบมาตั้งแต่แรกแล้วครับ พาย... คุณต้องเข้าใจก่อนว่า สถาปัตยกรรมมันคือการเล่าเรื่องผ่านพื้นที่ ไม่ใช่การเอาความชอบส่วนตัวมาแปะรวมกันเหมือนเค็กวันเกิดเด็กสามขวบ” “แต่นี่มันร้านฉัน!” พายเผลอขึ้นเสียงด้วยความเหลืออด เธอดึงแบบแปลนดึงเข้ามาหาตัวแล้วม้วนมันเข้าหากันแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ “ถ้าคุณจะเข้ามาแล้วทำตัวเป็นเผด็จการ สั่งห้ามโน่นห้ามingนี่ บอกเลยว่าเราไม่ต้องร่วมงานกันอีกต่อไปแล้ว! ฉันยอมจ่ายค่าเสียเวลาตามสัญญาแล้วไปจ้างคนอื่นดีกว่าที่จะต้องมานั่งปวดหัวกับคนปากจัดอย่างคุณ!” คำว่า ‘ยกเลิกสัญญา’ ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ แทนคุณนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบมองกระดาษที่ถูกยับยู่ยี่ในมือของเธอ ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงรถราที่วิ่งผ่านไปมานอกกระจกใสหน้าร้านเท่านั้นที่พอจะช่วยเตือนว่าเวลาในโลกความเป็นจริงยังคงเดินต่อไป สถาปนิกหนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆ เขายืดตัวตรง เก็บปากกาลงในกระเป๋าเสื้อเชิ้ตสีขาวอย่างใจเย็น ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย ทว่ายังคงมีความดื้อรั้นเจืออยู่จางๆ “คุณใจร้อนเกินไปแล้วนะครับ... พาย” แทนคุณเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป ผ่อนคลายขึ้นและมีความอบอุ่นระคนเอ็นดูซ่อนอยู่ลึกๆ อย่างที่เจ้าตัวก็แทบไม่รู้ตัว “เรื่องสีผนัง... เราพักไว้ก่อนดีกว่า ขืนเถียงกันต่อตอนนี้ ร้านคุณคงได้พังก่อนเปิดให้บริการจริงๆ แน่” “ใครเริ่มก่อนล่ะคะ... เอ้ย ใครเริ่มก่อนล่ะครับ!” พายหน้าแดงซ่านเมื่อเกือบหลุดคำพูดต้องห้ามอีกรอบ เธอรีบแก้คำอย่างลนลานจนดูน่ารักน่าเอ็นดูในสายตาของคนมอง “โอเค ผมยอมถอยให้ครึ่งก้าว” แทนคุณยื่นมือออกไปแตะเบาๆ ที่มุมกระดาษแปลนที่เธอกำไว้ เพื่อดึงมันกลับมาคลี่ออกช้าๆ อย่างทะนุถนอม “เราจะใช้ไฟวอร์มไลท์ที่คุณต้องการ แต่... ขอผมซ่อนไฟแอม비เอนท์สีขาวนวลไว้ตามแนวบิลด์อินชั้นวางขนม เพื่อตัดความเลี่ยนและช่วยดึงคาแรกเตอร์ความพรีเมียมของวัตถุดิบออกมา ตกลงตามนี้... ถือว่าเราประนีประนอมกันแล้วนะครับ” พายกะพริบตาปริบๆ เธอมองหน้าเขาอย่างระแวง “คุณไม่ได้วางแผนจะตลบหลังฉันทีหลังนะ?” “สถาปนิกมืออาชีพเขาไม่เล่นอะไรเด็กๆ แบบนั้นหรอกครับ” แทนคุณมุมปากกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่นานๆ ครั้งจะปรากฏบนใบหน้าดุๆ นั้น ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูละมุนขึ้นมาถนัดตา “ทำงานเหนื่อยๆ มาครึ่งวัน ผมว่าเราพักรบแล้วไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันดีกว่า... อ้อ หมายถึง คุณต้องพาผมไปชิมขนมซิกเนเจอร์ร้านคุณ เพื่อที่ผมจะได้รู้ว่าทำไมคุณถึงหวงบรรยากาศในร้านนักหนา” พายอ้าปากจะปฏิเสธ แต่ท้องของเธอกลับส่งเสียงร้อง ‘โครกคราก’ ออกมาเบาๆ ท่ามกลางความเงียบได้อย่างเหมาะเจาะพอดี ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อจนลามไปถึงใบหู เธอรีบยกมือขึ้นจับแก้มตัวเองแก้เขิน แทนคุณกลั้วหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาสีเข้มทอประกายความเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด เขากำลังจะเอ่ยปากแซวเธอต่อด้วยประโยคกวนประสาทตามเคย ทว่าจังหวะนั้นเอง เสียงข้อความแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของเขาก็สั่นครืดขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน แทนคุณหยิบขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว สีหน้าผ่อนคลายเมื่อครู่ก็พลันเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดขึ้นมาทันที หน้าจอแสดงข้อความจากเบอร์แปลกที่ส่งรูปถ่ายใบเสร็จเก่าๆ ใบหนึ่ง พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาเลือดในกายของสถาปนิกหนุ่มเย็นเฉียบ *“จำโปรเจกต์แรกที่แกทำพังจนคนตายได้ไหม... แทนคุณ”* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความอบอุ่นปนกวนประสาทนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของร้านขนมหวานที่ไม่ยอมหวานตาม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%