แผนรักฉบับบั๊กใจยัยตัวตึง•ตอนที่ 4

แต้มเสน่ห์ที่แลกมาด้วยความซวย

ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
เสียงโลหะเนื้อดีกระทบพื้นหินแกรนิตดัง *กริ๊ง* ยาวนานเกินกว่าจะเป็นอุบัติเหตุ เรย์ไม่ได้ก้มมองเหรียญทองมูลค่าเทียบเท่าค่าครองชีพหนึ่งสัปดาห์ของสามัญชนที่เพิ่งกลิ้งหลุดจากปลายนิ้วของชายร่างใหญ่เบื้องหน้า สายตาของเธอปักหมุดอยู่ที่รอยสักรูปงูสามหัวพันรอบข้อมือหนา ซึ่งกำลังกระตุกไหวตามจังหวะการหายใจอย่างฮึกเหิมของเจ้าของร่าง "ตาบอดหรือไงวะไอ้หนู เดินชนคนระดับ 'กลุ่มพยัคฆ์ทมิฬ' แล้วคิดว่าจะก้มหัวขอโทษเฉยๆ มันจบเหรอ?" เสียงทุ้มต่ำที่จงใจกดให้ก้องกังวานในตรอกแคบหลังหอสมุดเวท2 เขย่าฝุ่นละอองที่เกาะอยู่ตามผนังอิฐเก่าให้ร่วงกาว เรย์เอียงคอมองเล็กน้อย เส้นผมสีดำสนิทลู่ลงปรกกรอบหน้าขาวจัด แววตาที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นทรงกลมไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความรำคาญใจจางๆ ราวกับกำลังประเมินว่าขยะชิ้นนี้รกทางเดินแค่ไหน ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยระบบสเตตัสและคลาสอาชีพ การมีเรื่องกับพวกนักเลงปลายแถวที่ซื้อแต้มสเตตัสด้วยเงินสกุลจริงไม่ใช่เรื่องฉลาด แต่ก็นั่นแหละค่ะ… ใครบอกให้พวกมันเลือกยืนขวางทางลัดที่เธอจะใช้ไปส่งรายงานให้อาจารย์ประจำวิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์พอดีกันล่ะคะ? "ฉันขอโทษค่ะที่เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ไร้ซึ่งความประหม่า มือเรียวเล็กขยับแว่นตาขึ้นเล็กน้อย "แต่ถ้าคุณกรุณาก้มลงไปเก็บเหรียญทองนั้น แล้วหลีกทางให้ฉันสักสามก้าว ฉันจะถือว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น… ตกลงไหมคะ?" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงหัวเราะครื้นแครงจะระเบิดออกมาจากลูกน้องอีกสามคนที่ปิดล้อมหัวมุมถนนไว้ ร่างยักษ์ตรงหน้าหน้าดำคร่ำเครียด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธ "ไอ้เด็กปากดี! มึงรู้ไหมว่ากูคือใคร? กูคือ 'ดานิล' มือขวาของหัวหน้าหน่วยล่าแต้มนะเว้ย!" ดานิลคำรามลั่น พลางกระชากขวานศึกเล่มโตออกจากห่วงมิติที่เอว แสงสีแดงฉานจากคมขวานบ่งบอกถึงการเคลือบเวทมนตร์ธาตุไฟระดับกลาง "วันนี้กูจะสั่งสอนให้รู้ว่า สังคมของคนจริงเขาอยู่กันยังไง!" *ฟึบ!* ลมร้อนวูบผ่านใบหน้า เรย์ไม่ได้ขยับเขยื้อนหนີแม้แต่นصมิลลิเมตรเดียว เธอยืนนิ่งราวกับรากไม้ แต่สมองกลับทำงานด้วยความเร็วสูงกว่าปกติถึงสิบเท่า หน้าต่างสีฟ้าใสที่ไม่มีใครมองเห็นปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้าเธอ [ ตรวจพบเจตంటาสสังหารจากเป้าหมาย: ดานิล (เลเวล 34) ] [ เงื่อนไขพิเศษทำงาน: 'สายตาแห่งผู้รอดชีวิต' (Unique Passive) ทำงาน ] [ วิเคราะห์จุดอ่อน: กล้ามเนื้อต้นขาซ้ายเคยได้รับบาดเจ็บจากสนามรบ ความเร็วในการเคลื่อนไหวลดลง 15% เมื่อใช้ท่าฟันแนวตั้ง ] เรย์มุมปากกระตุกขึ้นนิดหน่อย เป็นรอยยิ้มที่น้อยคนนักจะทันสังเกตเห็น รอยยิ้มแบบเดียวกับที่เธอมักจะใช้ก่อนจะคว้าเกรด A ในวิชาที่ขึ้นชื่อว่าหินที่สุดในสถาบัน "ช้าไปค่ะ" เธอพึมพำเบาๆ ก่อนจะก้าวเท้าขวาเฉียงออกด้านข้างสี่สิบห้าองศา หลบคมขวานที่ฟาดผ่าอากาศลงมาได้อย่างเฉียดฉิว แรงลมจากการหวาดเหวี่ยงทำให้ชายเสื้อคลุมสีเทาของเธอสะบัดไหว ดานิลเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าเด็กหนุ่มรูปร่างบอบบางตรงหน้าจะหลบการโจมตีที่รวดเร็วระดับนี้พ้น ในจังหวะที่ดานิลเสียหลักเพราะน้ำหนักของขวานดึงร่างไปข้างหน้า เรย์ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ นิ้วเรียวดีดเข้าที่จุดชีพจรใต้ข้อศอกของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำราวกับจับวาง *แปะ!* เสียงเนื้อกระทบกันเบาๆ แต่พลังเวทแฝงที่ถูกบีบอัดด้วยเทคนิคเฉพาะตัวกลับส่งผลให้แขนขวาของดานิลชาหนึบ ขวานศึกหลุดจากมือร่วงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น "แก... ทำอะไรวะ!" ดานิลคำรามด้วยความเจ็บใจและอับอาย ลูกน้องอีกสามคนเห็นท่าไม่ดีจึงชักอาวุธพุ่งเข้ามาพร้อมกันหมายจะรุมกินโต๊ะ บรรยากาศในตรอกแคบเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นอายของมานาที่ปั่นป่วนทำให้บรรยากาศรอบตัวหนาทึบขึ้น เรย์ถอยหลังไปหนึ่งก้าว แผ่นหลังชนเข้ากับผนังอิฐเย็นเฉียบ แต่แววตาของเธอกลับสว่างวาบด้วยประกายความตื่นเต้น นี่ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด แต่มันคือ… การเก็บเกี่ยวแต้มประสบการณ์ราคาแพงต่างหากล่ะคะ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากปากตรอก พร้อมกับไอเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านจนอุณหวลดิ่งฮวบลงอย่างกะทันหัน แรงกดดันมหาศาลกดทับลงบนบ่าของทุกคนในบริเวณนั้นจนกลุ่มนักเลงพยัคฆ์ทมิฬถึงกับเข่าอ่อน "เกิดอะไรขึ้นตรงนี้ เสียงดังรบกวนเวลาพักผ่อนของฉันรู้ไหม" น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์ แต่กลับทรงพลังจนทำให้ดานิลและพรรคพวกตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว รินก้าวเท้าออกมาจากเงามืดของกำแพง ชุดเครื่องแบบนักเรียนตัดเย็บอย่างประณีตไร้ที่ติ และริบบิ้นสีน้ำเงินเข้มที่ติดอยู่บนปกเสื้อบ่งบอกสถานะอันสูงส่ง เส้นผมสีเงินยวงสะท้อนกับแสงไฟเวทมนตร์ยามเย็น ใบหน้างดงามราวกับตุ๊กตาแก้วแต่เย็นชาดั่งน้ำแข็งกำลังมองมาที่เรย์ด้วยหางตา เรย์กะพริบตาปริบๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จางหายไปจากใบหน้า แทนที่ด้วยสีหน้าเรียบเฉยตามฟอร์มเด็กหลังห้องผู้เจียมเนื้อเจียมตัว "อ้าวนึกว่าใคร หัวหน้าห้องสุดโหดนี่เอง พอดีพวกพี่ๆ เขากทำตกหล่นเหรียญทองน่ะค่ะ ฉันแค่กำลังช่วย… เก็บให้อยู่พอดี" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย พลางก้มลงหยิบเหรียญทองขึ้นมาถือไว้ในมือ รินปรายตามองเหรียญทองในมือเรย์ทีหนึ่ง ก่อนจะกวาดสายตานิ่งสนิทไปยังกลุ่มพยัคฆ์ทมิฬที่ตอนนี้เหงื่อกาฬแตกพลั่ก "ไสหัวไปซะ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจรายงานเรื่องนี้สภานักเรียน" คำพูดสั้นๆ เพียงประโยคเดียวมีอิทธิพลยิ่งกว่ากองกำลังทหารทั้งกอง ดานิลรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นคว้าขวานแล้ววิ่งหนีหายลับไปในความมืดอย่างไม่คิดชีวิต ลูกน้องที่เหลือต่างพากันวิ่งตามก้นจ้ำม่ำ เมื่อความวุ่นวายสงบลง รินจึงหันกลับมาจ้องหน้าเรย์ เข็มนาฬิกาเวทมนตร์เหนือจัตุรัสกลางเมืองส่งเสียงตีบอกเวลา เรย์ส่งยิ้มบางๆ ให้คู่หมั้นจำเป็นที่มักจะโผล่มาถูกจังหวะเสมอ แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากแซวอะไร ระบบที่เงียบหายไปนานก็ส่งเสียงแจ้งเตือนขึ้นในหัวสมองอย่างกะทันหัน [ ตรวจพบเงื่อนไขลับ: 'ผู้ช่วยเหลือในเงามืด' สำเร็จ ] [ คุณได้รับแต้มเสน่ห์พิเศษ +50 แต้ม ] [ แจ้งเตือนด่วน: พลังงานปริศนาในตัวคุณกำลังเชื่อมโยงกับหอคอยโบราณชั้นที่ 7… และมีบางสิ่งกำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหล ] เรย์หุบยิ้มทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนใต้พื้นดิน รินเองก็ชะงักฝีเท้าที่กำลังจะเดินผ่านไป ดวงตาสีไพลินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างผิดวิสัย "เดี๋ยว..." รินเอ่ยเสียงเครียด "เธอก็รู้สึกเหมือนกันใช่ไหม..." พื้นหินใต้ฝ่าเท้าเริ่มปริแตกเป็นรอยแยกสีม่วงเข้ม พร้อมกับเสียงคำรามก้องที่ดังมาจากเบื้องล่าง ราวกับมีสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์กำลังฉีกกระชากมิติเพื่อขึ้นมาสู่โลกเบื้องบน และหน้าจอระบบสีฟ้าตรงหน้าเรย์ก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พร้อมข้อความกระพริบเตือนระดับวิกฤตที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการผจญภัยสุดอลวนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนรักฉบับบั๊กใจยัยตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%