“ถ้าเธอยังเดินเกมด้วยความสะเพร่าแบบนี้ สิทธิ์ผู้สืบทอดตระกูลรินปีนี้… ก็เตรียมตัวสละสิทธิ์ให้คนอื่นได้เลย, ริน”
เสียงทุ้มต่ำแต่เฉียบคมราคมมีดโกนของผู้นำตระกูล ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงกระจกใสไร้รอยต่อที่ตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของหอคอยบัญชาการ ระบบโฮโลแกรมรอบตัวกะพริบแสงสีแดงวาบฟ้องความผิดพลาดระดับ Minor Error จากการประเมินภารกิจย่อยในดันเจี้ยนเขตแดนเหนือ ทว่าสำหรับตระกูล ‘ริน’ ที่ขับเคลื่อนด้วยกฎเกณฑ์สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ความผิดพลาดเล็กน้อยแค่นี้ก็เพียงพอจะถูกตีตราว่าเป็น ‘รอยด่างพร้อย’ ที่ไม่อาจให้อภัย
รินยืนนิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานหินอ่อนสีดำสนิท แผ่นหลังบางเหยียดตรงเป็นเส้นดิ่งราวกับเสาเข็มที่ตอกตรึงไว้ด้วยความรับผิดชอบอันหนักอึ้ง ชุดเครื่องแบบนักเรียนระดับสูงไร้รอยยับ แต่หากสังเกตให้ลึกซึ้งถึงระดับพิกเซลบนหน้าจออินเตอร์เฟซของเรย์ที่แอบซ่อนอยู่หลังมุมเสา จะพบว่าค่าความเสถียรทางจิตใจ (Mental Stability) ของเธอกำลังดิ่งพสุธาลงอย่างน่าใจหาย จากเกณฑ์ปกติที่แปดสิบเปอร์เซ็นต์ ตอนนี้มันร่วงกราวรูดลงมาแตะเส้นสีแดงที่สามสิบห้าเปอร์เซ็นต์แล้ว
เรย์หรี่ตาลงเล็กน้อย นิ้วเรียายาวเคาะเบาๆ เข้ากับกรอบหน้าต่างระบบเลเวลที่ถูกตั้งค่าให้โปร่งใสจนแทบมองไม่เห็น รอยยิ้มขี้เล่นที่มักประดับอยู่มุมปากเสมอในยามปกติ มลายหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงแววตาคมกริบของเด็กหนุ่มหลังห้องผู้กุมความลับของระบบสเตตัสทั้งหมดไว้ในมือ
*ติ๊ง! ระบบตรวจพบสภาวะกดดันทางจิตขั้นรุนแรง (Severe Psychological Pressure)*
*เป้าหมาย: ริน (รหัสประจำตัว: RIN-001)*
*ผลกระทบ: ค่าความทนทานต่อความเครียด (Stress Tolerance) เกินขีดจำกัด, ปลดล็อกเงื่อนไขสถานะ ‘แบกรับภาระแห่งสายเลือด’*
หน้าต่างสีฟ้าจางๆ ลอยขึ้นเตือนสติเรย์ในหัว ทว่าเขาไม่จำเป็นต้องอาศัยระบบช่วยคำนวณเลยแม้แต่น้อย เพราะแค่มองเห็นสันจاوโด่งที่เชิดขึ้นเพื่อกลั้นความสั่นไหวของริมฝีปากบางเฉียบนั้น เขาก็สัมผัสได้ถึงความกดดันมหาศาลที่เด็กผู้หญิงวัยเดียวกันคนหนึ่งต้องแบกรับไว้บนบ่า
โลกใบนี้ไม่ได้ใจดีกับอัจฉริยะ โดยเฉพาะอัจฉริยะที่เกิดมาในตระกูลใหญ่ผู้กุมอำนาจเบื้องหลังระบบเลเวล รินไม่เคยมีคำว่า ‘วัยรุ่น’ ในพจนานุกรมชีวิต ทุกย่างก้าวของเธอถูกตีราคาเป็นแต้มประสบการณ์ ทุกรอยยิ้มถูกคำนวณเป็นผลกำไรขาดทุนของวงศ์ตระกูล และทุกความผิดพลาด... หมายถึงการถูกเขี่ยทิ้งราวกับหมากตัวหนึ่งที่หมดประโยชน์
“ฉันจะแก้ไขข้อผิดพลาดในภารกิจหน้าค่ะ ท่านพ่อ” เสียงของรินราบเรียบและเย็นชา ราวกับถูกฝึกฝนมาให้ไร้ซึ่งความรู้สึก แต่นัยน์ตาสีรัตติกาลคู่นั้นกลับไหววูบชั่วขณะ ยามที่ปลายนิ้วเรียวของเธอจิกเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด
“คำแก้ตัวไม่ได้ช่วยให้อันดับความเข้ากันได้กับซิงโครไนซ์เรตของตระกูลเราขยับขึ้นหรอกนะ” เสียงตวาดลอดออกมาจากปลายสายโฮโลแกรม ก่อนที่ภาพเงาสลัวของผู้นำตระกูลจะตัดการเชื่อมต่อลงอย่างไร้เยื่อใย
ห้องโถงกลับคืนสู่ความเงียบงันอีกครั้ง เงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจที่ติดขัดเล็กน้อยของคนที่ยืนอยู่ตรงกลาง
เรย์ถอนหายใจยาวเหยียดออกมาเบาๆ เขาก้าวพ้นจากมุมเสา รองเท้าผ้าใบสีเข้มกระทบกับพื้นกระจกจนเกิดเสียงก้องกังวานเบาๆ ท่ามกลางความเงียบ รินสะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยราดน้ำแข็งทันที พร้อมกับหันขวับมามองผู้บุกรุกพื้นที่ส่วนตัวด้วยแววตาระแวดระวัง
“นายมาทำอะไรตรงนี้… เรย์” เธอเอ่ยเสียงแข็ง พยายามซ่อนร่องรอยความเปราะบางทั้งหมดไว้ภายใต้เกราะกำบังอันหนาทึบ
“มาดูคนกำลังจะสติแตกคาที่ทำงานมั้งครับ เอ้ย... มั้งคะ” เรย์เกือบเผลอหลุดคำพูดคุ้นปากออกไป แต่ก็ไหวตัวทันเปลี่ยนสรรพนามในใจตามสถานการณ์เฉพาะหน้า ก่อนจะเดินเข้าไปหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นจางๆ ของชาเขียวผสมกลิ่นอายฝนจากโลกภายนอกโชยแตะจมูก
“ฉันไม่ได้สติแตก” รินเชิดหน้าขึ้นดื้อดึง แม้ว่าขอบตาของเธอจะเริ่มแดงเรื่อขึ้นมาเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิดก็ตามที “นี่เป็นเรื่องภายในของตระกูลริน นายไม่มีสิทธิ์เข้ามายุ่ง”
“สิทธิ์เหรอ?” เรย์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและลึกซึ้งจนน่าประหลาด “จำวันที่เราลงดันเจี้ยนระดับ B ร่วมกันครั้งแรกได้ไหม เธอบอกว่าเราเป็น ‘สหายร่วมรบ’ กันแล้วไม่ใช่เหรอ หรือว่ากฎของตระกูลรินเขาสั่งให้ลบความทรงจำส่วนนั้นทิ้งไปหลังออกจากเขตปลอดภัยด้วยล่ะ”
คำพูดทีเล่นทีจริงแต่นัยน์ตากลับจริงจังอย่างยิ่งยวด ทำให้รินชะงักไป เธอมองหน้าเด็กหนุ่มผู้ซ่อนคมเขี้ยวไว้ใต้มาดเด็กหลังห้องคนนี้ เนิ่นนาน... จนกระทั่งกำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้นมาตลอดสิบหปีเริ่มมีรอยร้าว
“นายไม่เข้าใจหรอก เรย์…” รินทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ ไหล่บางลู่ลงเล็กน้อยราวกับตุ๊กตาไขลานที่พลังงานใกล้หมด “ตระกูลรินไม่ได้สร้างขึ้นมาจากมิตรภาพ แต่มันสร้างขึ้นมาจากความสมบูรณ์แบบ ถ้าฉันก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียว... ตัวตนของฉันในฐานะทายาทก็จะถูกลบหายไปจากระบบฐานข้อมูลทันที คนพวกนั้นไม่ได้มองฉันเป็นลูกสาว เขามองฉันเป็น ‘เครื่องมือ’ ที่ต้องทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุดต่างหากล่ะ”
ความจริงอันโหดร้ายถูกพรั่งพรูออกมาจากริมฝีปากที่สั่นเทาเล็กน้อย มันเป็นความลับระดับสูงสุดที่รินไม่เคยปริปากบอกใคร แม้แต่เพื่อนร่วมชั้นเรียนระดับท็อปคนอื่นๆ ก็ยังไม่มีใครล่วงรู้ว่าเบื้องหลังความสำเร็จและฉายาอัจฉริยะอันน่า ภาคภูมิใจ เธอต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ คราบน้ำตา และอิสรภาพทั้งชีวิต
เรย์ไม่ได้พูดปลอบใจด้วยคำพูดสวยหรูแบบนิยายแฟนตาซีทั่วไป เขารู้ดีว่าคนอย่างรินไม่ต้องการความเห็นใจ เธอกลៅต้องการ ‘ความเข้าใจ’ และ ‘ทางออก’
เด็กหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนกระทั่งเงาของเขาทาบทับร่างเพรียวบางของเธอไว้ทั้งหมด เรย์ย่อตัวลงเล็กน้อยให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับเธอ นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าอันเหนื่อยล้าของอัจฉริยะสาวอย่างชัดเจน
“ถ้าตระกูลรินมันมองเธอเป็นแค่เครื่องมือ… งั้นเราก็แค่ ‘แฮก’ ระบบของพวกมันทิ้งซะสิ” เรย์กระซิบเสียงเบา แต่ทว่าก้องกังวานและทรงพลังอย่างประหลาดในความรู้สึกของริน
“นายหมายความว่ายังไง…?” รินขมวดคิ้วมุ่น
“ก็หมายความว่า…” เรย์ยกมือขึ้น ปลายนิ้วแตะเบาๆ ที่อากาศว่างเปล่าตรงหน้า ก่อนที่หน้าต่างอินเตอร์เฟซระบบลับที่เขาซ่อนไว้จะเด้งขึ้นมาแสดงผลข้อมูลโครงสร้างพลังงานของตระกูลรินที่เขาแอบเจาะระบบเข้าไปวิเคราะห์ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่มีใครรู้ “ในเมื่อพวกเขากำหนดให้เธอต้องวิ่งตามเกมที่น่าเบื่อนั้น เราก็แค่สร้าง ‘บั๊ก’ ขึ้นมาปั่นป่วนระบบซะให้พังกันไปข้างหนึ่ง เธอยังมีฉันอยู่ทั้งคนนี่นะ... สหายร่วมรบ”
หัวใจของรินกระตุกวูบอย่างแรง กระแสความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นมาจากก้นบึ้งของจิตใจ ท่ามกลางความหนาวเหน็บของตระกูลใหญ่ คำพูดติดตลกแต่จริงจังของเด็กหนุ่มคนนี้กลับกลายเป็นจุดยึดเหนี่ยวเดียวที่ทำให้เธอรู้สึกว่าตนเองยังมีตัวตนอยู่จริงๆ ไม่ใช่แค่หุ่นยนต์ไร้หัวใจ
ก่อนที่รินจะทันได้เอ่ยคำพูดใดโต้แย้ง ทันใดนั้นเอง…
*ติ๊ง! แจ้งเตือนด่วนจากระบบกลาง*
*ตรวจพบการเข้าถึงพื้นที่ต้องห้าม ‘ห้องนิรภัยชั้นใต้ดิน 00’ โดยไม่ได้รับอนุญาต*
*คำเตือน: บุคคลปริศนาที่มีสิทธิ์ระดับ Master Override กำลังปลุก ‘บอสลับ’ ประจำตระกูลรินให้ตื่นจากการหลับใหล!*
หน้าต่างระบบเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกะพริบถี่รัว พร้อมกับเสียงไซเรนเตือนภัยดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งหอคอย รินผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจขีดสุด สีหน้าของเธocel ชุมไปด้วยความตื่นตระหนก เพราะไม่มีใครในตระกูลที่มีสิทธิ์ระดับ Master Override นอกจากบุคคลผู้ลึกลับที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน...
และก่อนที่ทั้งคู่จะได้ตั้งตัว ประตูห้องโถงกระจกก็ถูกระเบิดออกเป็นจุล พร้อมกับร่างเงาสودลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นภายใต้ฮู้ด!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเรย์และรินนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
แผนรักฉบับบั๊กใจยัยตัวตึง•ตอนที่ 16
ความลับของตระกูลริน
ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนรักฉบับบั๊กใจยัยตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!