กลิ่นอายความชื้นของหินปูนและกลิ่นฉุนจางๆ ของโอโซนจากการฉีกขาดของมิติ ยังคงลอยอวลอยู่ในโพรงจมูกเมื่อเรย์ลืมตาขึ้น
ความเจ็บแปลบที่ข้อศอกซ้ายส่งสัญญาณเตือนว่าระบบฟื้นฟูอัตโนมัติของร่างกายกำลังทำงานอย่างหนัก เสียงสะท้อนหยดน้ำกระทบพื้นหิน—*ติ๋ง... ติ๋ง...*—ดังสะท้อนก้องกังวานในความเงียบงันที่น่าอึดอัด รอบกายของพวกเขาในตอนนี้ไม่ใช่ห้องโถงกว้างของดันเจี้ยนชั้นที่สี่อีกต่อไป แต่เป็นถ้ำลึกลับที่ผนังหินเต็มไปด้วยผลึกคริสตัลเรืองแสงสีฟ้าอมม่วงระยิบระยับราวกับดวงดาวนับล้านที่ถูกฝังไว้ใต้ดิน
"อย่าขยับค่ะ... แขนซ้ายของคุณกระดูกร้าว"
เสียงเรียบเย็นแต่สั่นเครือเล็กน้อยดังขึ้นจากความมืดฝั่งตรงข้าม รินกำลังใช้ผ้าพันแผลเวทมนตร์พันรอบหัวไหล่ของตนเอง แสงเรืองรองอ่อนๆ จากผลึกคริสตัลสะท้อนให้เห็นใบหน้าซีดเซียวและคราบฝุ่นดินที่เปรอะเปื้อนแก้มเนียน ทว่าแววตาคู่นั้นยังคงมีความแข็งกระด้างที่พยายามสร้างขึ้นมาเพื่อปิด
เรย์ยิ้มมุมปาก ฝืนยันกายลุกขึ้นพิงผนังถ้ำอย่างยากลำบาก หน้าต่างสถานะสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าทันทีเพื่อรายงานความเสียหาย
[แจ้งเตือนระบบ: ผู้เล่น 'เรย์' ได้รับความเสียหายทางกายภาพ 38%]
[สถานะ: พลังงานเวทมนตร์ในแกนกลางเหลือน้อยกว่า 15%]
[คำเตือน: รอยแยกมิติเมื่อครู่ได้ตัดขาดสัญญาณเชื่อมต่อกับกิลด์ภายนอกโดยสมบูรณ์]
"เป็นห่วงฉันเหรอคะ คุณหัวหน้าห้องคนสวย" เรย์แกล้งหยอกล้อด้วยน้ำเสียงติดตลก ทั้งที่เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าจากความเจ็บปวด "ปากบอกว่าเกลียดนักหนา แต่พอเห็นฉันร่วงลงมาด้วยกัน สีหน้าคุณดูเหมือนโลกจะแตกสลายเลยนะคะ"
"หุบปากไปเลยนะเรย์!" รินตวาดเสียงแข็ง ดวงตาสีไพลินวาวโรจน์ขึ้นด้วยความขุ่นเคือง "ฉันแค่ไม่อยากแบกศพคนขี้เกียจที่วันๆ เอาแต่แอบงีบหลังห้องเดินกลับกิลด์คนเดียวต่างหากล่ะ! อีกอย่าง... ถ้าคุณไม่เอาตัวเข้ามารับแรงกระแทกจากระเบิดมิตินั้นแทนฉัน ป่านนี้ฉันคงกลายเป็นฝุ่นผงไปแล้ว... ขอบคุณก็แล้วกัน"
ประโยคหลังเบาหวิวจนแทบกลืนหายไปกับเสียงหยดน้ำ แต่ระบบประสาทสัมผัสที่ถูกยกระดับด้วยสกิลติดตัวของเรย์ก็ยังจับใจความได้ครบถ้วน ชายหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อย ประเมินสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
บรรยากาศในถ้ำผลึกแสงนี้เงียบสงบเกินไป ไม่มีเสียงมอนสเตอร์ ไม่มีลมหายใจอื่นใดนอกจากพวกเขาสองคน ความอึดอัดเริ่มก่อตัวขึ้นในพื้นที่แคบๆ บังคับให้ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับความลับที่ต่างฝ่ายต่างซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของความเก่งกาจและความไม่แยแส
รินก้มหน้าลงมองมือสั่นเทาของตัวเองที่กำชายเสื้อแน่น ความเย่อหยิ่งและมาดมั่นที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเด็กสาวผู้เปราะบางคนหนึ่งที่ต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งไว้เพียงลำพัง
"นายเคยสงสัยไหม... ว่าทำไมฉันถึงต้องตามหา 'ศิลาแห่งปฐมกาล' ชนิดพลิกแผ่นดินขนาดนี้" เสียงของรินแผ่วเบาลง เจือความเจ็บปวดที่ถูกเก็บกดไว้มานานแรมปี
เรย์เงียบไปครู่หนึ่ง เขายกมือขึ้นแตะหน้าจอโฮโลแกรมที่ซ่อนอยู่ ปิดการแจ้งเตือนทั้งหมดเพื่อโฟกัสกับบรรยากาศตรงหน้าอย่างแท้จริง "ถ้าคุณอยากเล่า ฉันก็พร้อมจะฟังค่ะ แต่ถ้ามันเป็นความลับระดับตระกูลขุนนางชั้นสูง... เก็บไว้ดีกว่านะคะ เดี๋ยวฉันจะพลอยรู้เรื่องที่ทำให้ต้องโดนตามล่าไปด้วย"
"เพราะตระกูลของฉัน... คือผู้สร้างบาปนั้นยังไงล่ะ" รินเงยหน้าขึ้นสบตา เรย์สัมผัสได้ถึงหยดน้ำตาที่คลอหน่วยในดวงตานั้นเป็นครั้งแรก "บรรพบุรุษของฉันเป็นคนผนึกประตูมิติเมื่อสามร้อยปีก่อน แต่การจะคงสภาพผนึกนั้นไว้ได้ ต้องแลกมาด้วยชีวิตของทายาทสายตรงในทุกๆ รอบร้อยปี... และถึงตาฉันแล้ว เรย์"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ผลึกคริสตัลรอบตัวกะพริบแสงวูบวาบราวกับรับรู้ถึงอารมณ์อันดิ่งลึกของเจ้าของเรื่องราว เรย์ไม่ได้ตกใจอย่างที่คิด เขารู้มาตลอดว่าเด็กสาวคนนี้มีร่อรอยคำสาปแห่งพันธสัญญาโบราณซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้า นั่นคือเหตุผลที่เธอต้องเร่งรีบอัปเลเวลและไขปริศนาของดันเจี้ยนทุกแห่ง เพื่อหาทางทำลายคำสาปโดยไม่ต้องแลกด้วยชีวิต
"งั้นเหรอคะ..." เรย์ขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นอายเวทมนตร์ลอยเข้าจมูก "เป็นภาระที่หนักหนาจริงๆ สินะคะ สำหรับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง"
"ฉันไม่ใช่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ นะ!" รินพยายามเถียงเสียงแข็ง แต่กลับไม่มีแรงกดดันหลงเหลืออยู่เลย
"ค่ะๆ คุณคือหัวหน้าห้องผู้เก่งกาจและเย็นชาที่สุดในสถาบัน" เรย์ระบายยิ้มอ่อนโยน ยิ้มที่จริงใจที่สุดตั้งแต่พวกเขาเริ่มเดินทางร่วมกัน "แต่... เลิกแบกทุกอย่างไว้คนเดียวเถอะนะคะ ตั้งแต่วินาทีที่เราตกลงร่วมปาร์ตี้กัน ภาระพวกนั้นมันไม่ใช่ของคุณคนเดียวอีกต่อไปแล้วค่ะ"
รินเบิกตากว้าง หัวใจในอกเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ไม่เคยมีใครพูดคำนี้กับเธอเลยสักคน ทุกคนคาดหวังให้เธอต้องสมบูรณ์แบบ ต้องแข็งแกร่ง และต้องเสียสละ ทว่าเด็กหนุ่มจอมกวนประสาทที่ชอบทำตัวขี้เกียจคนนี้ กลับเป็นคนแรกที่ยื่นมือเข้ามาดึงเธออกจากหลุมดำแห่งความสิ้นหวัง
ทว่า... ก่อนที่บรรยากาศอบอุ่นหัวใจจะได้ดำเนินไปมากกว่านั้น ผลึกแสงสีฟ้าทั่วทั้งถ้ำก็พลันเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานอย่างกะทันหัน!
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับ SSS!]
[ตรวจพบการตื่น 0.1% ของสิ่งมีชีวิตโบราณระดับบรรพกาลในชั้นหินใต้ดิน]
[พลังงานมานาทั้งหมดในรัศมี 10 กิโลเมตรถูกดูดกลืนเข้าสู่ใจกลางถ้ำ]
พื้นดินใต้ร่างของทั้งคู่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนหินงอกหินย้อยร่วงหล่นลงมาแตกกระจาย เสียงคำรามต่ำทุศลึกที่สั่นประสาทก็ดังขึ้นมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง ราวกับมีบางสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่ามอนสเตอร์ตัวไหนๆกำลังลืมตาตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน
รินหน้าถอดสี รีบดึงดาบเวทมนตร์คู่ใจขึ้นมาตั้งรับทันที "เกิดอะไรขึ้น? เรย์ นั่นมันเสียงอะไร!"
เรย์ไม่ตอบ เขาจ้องมองหน้าต่างระบบสีแดงฉานที่กระพริบเตือนรัวเร็วด้วยใบหน้าเคร่งเครียด นัยน์ตาคู่นคมไหววูบเมื่อตระหนักได้ว่า จุดที่พวกเขาตกลงมานั้นไม่ใช่รอยแยกมิติธรรมดา แต่มันคือ "รังหลับใหล" ของบอสลับที่ถูกลืมเลือนจากประวัติศาสตร์
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... ผนังหินผากลางถ้ำก็ปริแตกออก เผยให้เห็นดวงตาสีทองคู่มหึมาที่กำลังจ้องมองตรงมายังพวกเขาทั้งสองคนจากความมืดมิด!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความลับที่ค่อยๆ เปิดเผยในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
แผนรักฉบับบั๊กใจยัยตัวตึง•ตอนที่ 9
เปิดใจในถ้ำผลึกแสง
ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนรักฉบับบั๊กใจยัยตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!