แผนรักฉบับบั๊กใจยัยตัวตึง•ตอนที่ 9

เปิดใจในถ้ำผลึกแสง

ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
กลิ่นอายความชื้นของหินปูนและกลิ่นฉุนจางๆ ของโอโซนจากการฉีกขาดของมิติ ยังคงลอยอวลอยู่ในโพรงจมูกเมื่อเรย์ลืมตาขึ้น ความเจ็บแปลบที่ข้อศอกซ้ายส่งสัญญาณเตือนว่าระบบฟื้นฟูอัตโนมัติของร่างกายกำลังทำงานอย่างหนัก เสียงสะท้อนหยดน้ำกระทบพื้นหิน—*ติ๋ง... ติ๋ง...*—ดังสะท้อนก้องกังวานในความเงียบงันที่น่าอึดอัด รอบกายของพวกเขาในตอนนี้ไม่ใช่ห้องโถงกว้างของดันเจี้ยนชั้นที่สี่อีกต่อไป แต่เป็นถ้ำลึกลับที่ผนังหินเต็มไปด้วยผลึกคริสตัลเรืองแสงสีฟ้าอมม่วงระยิบระยับราวกับดวงดาวนับล้านที่ถูกฝังไว้ใต้ดิน "อย่าขยับค่ะ... แขนซ้ายของคุณกระดูกร้าว" เสียงเรียบเย็นแต่สั่นเครือเล็กน้อยดังขึ้นจากความมืดฝั่งตรงข้าม รินกำลังใช้ผ้าพันแผลเวทมนตร์พันรอบหัวไหล่ของตนเอง แสงเรืองรองอ่อนๆ จากผลึกคริสตัลสะท้อนให้เห็นใบหน้าซีดเซียวและคราบฝุ่นดินที่เปรอะเปื้อนแก้มเนียน ทว่าแววตาคู่นั้นยังคงมีความแข็งกระด้างที่พยายามสร้างขึ้นมาเพื่อปิด เรย์ยิ้มมุมปาก ฝืนยันกายลุกขึ้นพิงผนังถ้ำอย่างยากลำบาก หน้าต่างสถานะสีฟ้าโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าทันทีเพื่อรายงานความเสียหาย [แจ้งเตือนระบบ: ผู้เล่น 'เรย์' ได้รับความเสียหายทางกายภาพ 38%] [สถานะ: พลังงานเวทมนตร์ในแกนกลางเหลือน้อยกว่า 15%] [คำเตือน: รอยแยกมิติเมื่อครู่ได้ตัดขาดสัญญาณเชื่อมต่อกับกิลด์ภายนอกโดยสมบูรณ์] "เป็นห่วงฉันเหรอคะ คุณหัวหน้าห้องคนสวย" เรย์แกล้งหยอกล้อด้วยน้ำเสียงติดตลก ทั้งที่เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าจากความเจ็บปวด "ปากบอกว่าเกลียดนักหนา แต่พอเห็นฉันร่วงลงมาด้วยกัน สีหน้าคุณดูเหมือนโลกจะแตกสลายเลยนะคะ" "หุบปากไปเลยนะเรย์!" รินตวาดเสียงแข็ง ดวงตาสีไพลินวาวโรจน์ขึ้นด้วยความขุ่นเคือง "ฉันแค่ไม่อยากแบกศพคนขี้เกียจที่วันๆ เอาแต่แอบงีบหลังห้องเดินกลับกิลด์คนเดียวต่างหากล่ะ! อีกอย่าง... ถ้าคุณไม่เอาตัวเข้ามารับแรงกระแทกจากระเบิดมิตินั้นแทนฉัน ป่านนี้ฉันคงกลายเป็นฝุ่นผงไปแล้ว... ขอบคุณก็แล้วกัน" ประโยคหลังเบาหวิวจนแทบกลืนหายไปกับเสียงหยดน้ำ แต่ระบบประสาทสัมผัสที่ถูกยกระดับด้วยสกิลติดตัวของเรย์ก็ยังจับใจความได้ครบถ้วน ชายหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อย ประเมินสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว บรรยากาศในถ้ำผลึกแสงนี้เงียบสงบเกินไป ไม่มีเสียงมอนสเตอร์ ไม่มีลมหายใจอื่นใดนอกจากพวกเขาสองคน ความอึดอัดเริ่มก่อตัวขึ้นในพื้นที่แคบๆ บังคับให้ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับความลับที่ต่างฝ่ายต่างซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของความเก่งกาจและความไม่แยแส รินก้มหน้าลงมองมือสั่นเทาของตัวเองที่กำชายเสื้อแน่น ความเย่อหยิ่งและมาดมั่นที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเด็กสาวผู้เปราะบางคนหนึ่งที่ต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งไว้เพียงลำพัง "นายเคยสงสัยไหม... ว่าทำไมฉันถึงต้องตามหา 'ศิลาแห่งปฐมกาล' ชนิดพลิกแผ่นดินขนาดนี้" เสียงของรินแผ่วเบาลง เจือความเจ็บปวดที่ถูกเก็บกดไว้มานานแรมปี เรย์เงียบไปครู่หนึ่ง เขายกมือขึ้นแตะหน้าจอโฮโลแกรมที่ซ่อนอยู่ ปิดการแจ้งเตือนทั้งหมดเพื่อโฟกัสกับบรรยากาศตรงหน้าอย่างแท้จริง "ถ้าคุณอยากเล่า ฉันก็พร้อมจะฟังค่ะ แต่ถ้ามันเป็นความลับระดับตระกูลขุนนางชั้นสูง... เก็บไว้ดีกว่านะคะ เดี๋ยวฉันจะพลอยรู้เรื่องที่ทำให้ต้องโดนตามล่าไปด้วย" "เพราะตระกูลของฉัน... คือผู้สร้างบาปนั้นยังไงล่ะ" รินเงยหน้าขึ้นสบตา เรย์สัมผัสได้ถึงหยดน้ำตาที่คลอหน่วยในดวงตานั้นเป็นครั้งแรก "บรรพบุรุษของฉันเป็นคนผนึกประตูมิติเมื่อสามร้อยปีก่อน แต่การจะคงสภาพผนึกนั้นไว้ได้ ต้องแลกมาด้วยชีวิตของทายาทสายตรงในทุกๆ รอบร้อยปี... และถึงตาฉันแล้ว เรย์" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ผลึกคริสตัลรอบตัวกะพริบแสงวูบวาบราวกับรับรู้ถึงอารมณ์อันดิ่งลึกของเจ้าของเรื่องราว เรย์ไม่ได้ตกใจอย่างที่คิด เขารู้มาตลอดว่าเด็กสาวคนนี้มีร่อรอยคำสาปแห่งพันธสัญญาโบราณซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้า นั่นคือเหตุผลที่เธอต้องเร่งรีบอัปเลเวลและไขปริศนาของดันเจี้ยนทุกแห่ง เพื่อหาทางทำลายคำสาปโดยไม่ต้องแลกด้วยชีวิต "งั้นเหรอคะ..." เรย์ขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นอายเวทมนตร์ลอยเข้าจมูก "เป็นภาระที่หนักหนาจริงๆ สินะคะ สำหรับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง" "ฉันไม่ใช่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ นะ!" รินพยายามเถียงเสียงแข็ง แต่กลับไม่มีแรงกดดันหลงเหลืออยู่เลย "ค่ะๆ คุณคือหัวหน้าห้องผู้เก่งกาจและเย็นชาที่สุดในสถาบัน" เรย์ระบายยิ้มอ่อนโยน ยิ้มที่จริงใจที่สุดตั้งแต่พวกเขาเริ่มเดินทางร่วมกัน "แต่... เลิกแบกทุกอย่างไว้คนเดียวเถอะนะคะ ตั้งแต่วินาทีที่เราตกลงร่วมปาร์ตี้กัน ภาระพวกนั้นมันไม่ใช่ของคุณคนเดียวอีกต่อไปแล้วค่ะ" รินเบิกตากว้าง หัวใจในอกเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ไม่เคยมีใครพูดคำนี้กับเธอเลยสักคน ทุกคนคาดหวังให้เธอต้องสมบูรณ์แบบ ต้องแข็งแกร่ง และต้องเสียสละ ทว่าเด็กหนุ่มจอมกวนประสาทที่ชอบทำตัวขี้เกียจคนนี้ กลับเป็นคนแรกที่ยื่นมือเข้ามาดึงเธออกจากหลุมดำแห่งความสิ้นหวัง ทว่า... ก่อนที่บรรยากาศอบอุ่นหัวใจจะได้ดำเนินไปมากกว่านั้น ผลึกแสงสีฟ้าทั่วทั้งถ้ำก็พลันเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานอย่างกะทันหัน! [แจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับ SSS!] [ตรวจพบการตื่น 0.1% ของสิ่งมีชีวิตโบราณระดับบรรพกาลในชั้นหินใต้ดิน] [พลังงานมานาทั้งหมดในรัศมี 10 กิโลเมตรถูกดูดกลืนเข้าสู่ใจกลางถ้ำ] พื้นดินใต้ร่างของทั้งคู่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนหินงอกหินย้อยร่วงหล่นลงมาแตกกระจาย เสียงคำรามต่ำทุศลึกที่สั่นประสาทก็ดังขึ้นมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง ราวกับมีบางสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่ามอนสเตอร์ตัวไหนๆกำลังลืมตาตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน รินหน้าถอดสี รีบดึงดาบเวทมนตร์คู่ใจขึ้นมาตั้งรับทันที "เกิดอะไรขึ้น? เรย์ นั่นมันเสียงอะไร!" เรย์ไม่ตอบ เขาจ้องมองหน้าต่างระบบสีแดงฉานที่กระพริบเตือนรัวเร็วด้วยใบหน้าเคร่งเครียด นัยน์ตาคู่นคมไหววูบเมื่อตระหนักได้ว่า จุดที่พวกเขาตกลงมานั้นไม่ใช่รอยแยกมิติธรรมดา แต่มันคือ "รังหลับใหล" ของบอสลับที่ถูกลืมเลือนจากประวัติศาสตร์ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... ผนังหินผากลางถ้ำก็ปริแตกออก เผยให้เห็นดวงตาสีทองคู่มหึมาที่กำลังจ้องมองตรงมายังพวกเขาทั้งสองคนจากความมืดมิด! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความลับที่ค่อยๆ เปิดเผยในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนรักฉบับบั๊กใจยัยตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%