แผนรักฉบับบั๊กใจยัยตัวตึง•ตอนที่ 10

กลยุทธ์ตบหน้าพวกปากดี

ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
กลิ่นอายความอับชื้นของโคลนตมและเศษหินผุกร่อนผสมปนเปไปกับกลิ่นอายอัดแน่นของมานาธาตุทองคำที่แผ่พุ่งออกมาจากรอยแยกของผนังถ้ำเบื้องหน้า รินขยับตัวเข้ามาประชิดแผ่นหลังของเรย์โดยสัญชาตญาณ ปลายดาบคาตานะในมือของเธอสะท้อนแสงสีเงินยวงตัดกับความมืดมิด ขณะที่ดวงตาสีไพลินคู่สวยฉายแววระแวดระวังถึงขีดสุด “อย่าเพิ่งขยับค่ะคุณหนูตระกูลสูง…” เรย์กระซิบเสียงแผ่วเบa รอยยิ้มมุมปากที่มักจะประดับอยู่เป็นนิจในยามปกติเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย แทนที่ด้วยแววตาคมกริบดั่งใบมีดที่ซ่อนอยู่ภายใต้กรอบแว่นหนาเตอะ นิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ ลงบนอากาศธาตุสามครั้งติดต่อกัน โฮโลแกรมสีฟ้าใสของหน้าต่างระบบก็เด้งขึ้นมาบังคับสายตาในทันที [ติ๊ง! ตรวจพบสิ่งมีชีวิตระดับบอสลับ: ‘ผู้พิทักษ์บรรพกาล - โกลแห่งหุบผาเงียบงัน’ (Level 75)] [คำเตือน: แรงกดดันจากจิตสังหารของเป้าหมายอยู่ในระดับ SSS แนะนำให้ถอยร่นหรือใช้กลยุทธ์เจรจาเชิงระบบ] ดวงตาสีทองคู่มหมหึมาที่จ้องมองทะลุผ่านความมืดออกมานั้นหาใช่ดวงตาของสัตว์อสูรทั่วไปไม่ แต่มันคือผลึกมานาบริสุทธิ์ที่หลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณโบราณ แรงสั่นสะเทือนระดับแผ่นดินไหวขนาดย่อมเริ่มก่อตัวขึ้นใต้ฝ่าเท้า เศษหินน้อยใหญ่ร่วงหล่นลงมาจากเพดานถ้ำราวกับหิมะโปรยปราย ทว่าในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้ายเช่นนี้ เรย์กลับสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างใจเย็น สมองส่วนหน้าทำงานด้วยความเร็วสูงเพื่อคำนวณความน่าจะเป็น ‘ระดับ 75 งั้นเหรอคะ… สำหรับพวกเราในตอนนี้ ต่อให้รวมพลังกันสู้จนตัวตายก็คงทำได้แค่ลดHPมันไปไม่ถึงห้าเปอร์เซ็นต์แน่ๆ’ เรย์คิดวิเคราะห์ในใจอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ประกับตาจะกะพริบลงครั้งหนึ่งเพื่อเรียกใช้งานทักษะลับ [เนตรวิเคราะห์บั๊ก] ที่อัปเกรดขึ้นใหม่จากบทก่อนหน้า ทันใดนั้นเอง เส้นแสงสีแดงฉานก็พาดผ่านร่างของเจ้าบอสยักษ์ เปิดเผยจุดอ่อนระดับโครงสร้างที่ซ่อนอยู่หลังเกล็ดหินผา—รอยร้าวรูปวงกลมบริเวณหน้าอกซ้าย ซึ่งเคยถูกผนึกไว้ด้วยศิลาเวทมนตร์โบราณที่สูญหายไป “รินคะ เตรียมตัววิ่งตามเส้นทางที่ฉันจะวาดให้ ภายในสามวินาทีนี้!” เรย์เอ่ยเสียงเฉียบขาด ไร้ซึ่งความลังเล “นายคิดจะทำอะไร บ้าหรือเปล่า นั่นมันบอสระดับเจ็ดสิบห้านะ!” รินตวัดเสียงกลับมาอย่างไม่สบอารมณ์ แม้ปากจะต่อว่าแต่ร่างกายกลับขยับตามสัญชาตญาณความเชื่อใจที่ถูกสั่งสมมาตลอดการเดินทาง “ฉันไม่ได้จะไปสู้กับมันค่ะ… แต่ฉันจะไป ‘ทวงของ’ คืนจากพวกสารเลวข้างนอกต่างหากล่ะคะ” สิ้นคำพูดนั้น เรย์ก็สะบัดมือซัดแผ่นยันต์เวทมนตร์พรางตาเข้าใส่ผนังถ้ำด้านข้าง แรงระเบิดเบาๆ ทำให้ทางลับอีกด้านหนึ่งเปิดออก กลิ่นอายความอุดมสมบูรณ์และเสียงอึกทึกของงานประลองประจำปีดังลอดเข้ามาในโสตประสาท นี่คือเส้นทางลัดที่เชื่อมต่อตรงไปยัง ‘ลานประลองกลาง’ ของสถาบันเวทมนตร์—สถานที่ที่เหล่ารุ่นพี่ตัวแสบกำลังยืนเสวยสุขบนความหยาดเหงื่อแรงงานของคนอื่น ตัดภาพมา ณ ลานประลองกลางสถาบันเวทมนตร์ แสงแดดยามบ่ายสาดส่องกระทบอัฒจันทร์หินอ่อนสีขาวสะอาดตา เสียงโห่ร้องเชียร์ดังกระหึ่มต้อนรับการประกาศผลคะแนนรอบคัดเลือกชมรมอัศวินเวทมนตร์ รุ่นพี่มาร์ค ประธานชมรมผู้มีใบหน้าหล่อเหลาแต่แฝงแววเจ้าเล่ห์กำลังยืนถือไมโครเวทมนตร์อยู่กลางเวที เบื้อง L ของเขามีรายชื่อผลงานวิจัยและคริสตัลมานาหายากกองโตวางเรียงราย ซึ่งแท้จริงแล้วคือผลงานหยาดเหงื่อของเรย์และสมาชิกชมรมสายสนับสนุนที่ถูกขโมยผลงานไปหน้าด้านๆ “ในนามของประธานชมรมอัศวินเวทมนตร์ ผมขอประกาศว่า ผลงานวิจัยชิ้นเอก ‘ศิลาปฏิกรณ์มานาไร้ขีดจำกัด’ นี้ เป็นลิขสิทธิ์ขาดของชมรมเราแต่เพียงผู้เดียว!” เสียงปรบมือดังเกรียวกราวจากเหล่าคุณหนูคุณชายบนอัฒจันทร์ ทว่ามาร์คกลับแอบยิ้มเยาะในใจเมื่อนึกถึงเด็กปีหนึ่งหลังห้องอย่างเรย์ที่คงกำลังนั่งร้องไห้อยู่ที่ไหนสักแห่งเพราะไม่กล้าแม้แต่จะปริปากเถียง “ช่างเป็นเกียรติยศที่น่าสมเพชเสียจริงนะคะ ว่าไหมคะรุ่นพี่?” เสียงใสราวกับกระดิ่งเงินดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเวทมนตร์ขยายเสียง แรงกดดันปริศนาแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วลานประลองในชั่วพริบตา ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของมาร์คแข็งค้างไปทันที ที่ทางเข้าลานประลอง ร่างระหงของรินในชุดเครื่องแบบยับยื่นก้าวเดินเข้ามาด้วยท่าทีสง่างามราวกับพญาหงส์ แววตาคู่คมกริบกวาดมองผู้คนรอบสนามด้วยความเยือกเย็น และเบื้องหลังของเธอคือเรย์ เด็กหนุ่มผู้สวมแววตาหนาเตอะกำลังเดินเอามือล้วงกระเป๋าเสื้อคลุมด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับกำลังเดินเล่นในสวนหลังบ้าน “พวกเธอ… เข้ามาที่นี่ได้อย่างไร! ที่นี่คือพื้นที่ห้ามเข้าของบุคคลภายนอก!” มาร์คหน้าถอดสีเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเหยื่อที่เขาคิดว่ากำจัดพ้นทางไปแล้วกลับมายืนอยู่ตรงนี้ แถมยังมีบรรยากาศที่น่ากลัวผิดแปลกไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง “ห้ามเข้าเหรอคะ? น่าแปลกใจจังเลยนะคะรุ่นพี่ ทั้งๆที่ ‘หลักฐาน’ ที่รุ่นพี่กำลังอวดอ้างอยู่นั้น มันเพิ่งจะถูกขโมยมาจากห้องเก็บของส่วนตัวของฉันเมื่อคืนนี้เองแท้ๆ” เรย์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทุกถ้อยคำกลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่เคลือบยาพิษ “เหลวไหล! แกมีหลักฐานอะไรมาปรักปรำฉัน เด็กปีหนึ่งอย่างแกอย่าอาจหาญมาสร้างเรื่องใส่ร้ายชมรมใหญ่นะ!” มาร์คตบโต๊ะเสียงดังลั่น พยายามเรียกคะแนนความเห็นอกเห็นใจจากฝูงชนรอบด้าน ทว่าเหล่าสมาชิกรอบสนามเริ่มส่งเสียงซุบซิบนินทากันหนาหูขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเรย์ขึ้นชื่อเรื่องความอัจฉริยะในการประดิษฐ์อุปกรณ์เวทมนตร์อยู่แล้ว “หลักฐานงั้นเหรอคะ… พูดได้ดีนี่คะรุ่นพี่” เรย์ยิ้มหวานหยาดเยิ้ม นิ้วเรียวยาวดีดนิ้วขึ้นเบาๆ หนึ่งครั้ง ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนระบบเวทมนตร์ส่วนกลางที่เชื่อมต่อกับหอคอยบันทึกข้อมูลของสถาบันดังขึ้นก้องกังวานไปทั่วลานประลอง หน้าจอโฮโลแกรมขนาดยักษ์บนท้องฟ้าเปิดฉายภาพเหตุการณ์เมื่อคืนวานอย่างชัดเจน ภาพของมาร์คที่แอบย่องเข้าไปในห้องวิจัยของเรย์ พร้อมกับเซ็นเอกสารปลอมแปลงสิทธิ์การครอบครอง ถูกฉายซ้ำแบบสลိုးโมชั่นให้ทุกคนนับพันชีวิตได้เห็นกันจะๆ ใบหน้าของมาร์คซีดเผือดลงจนกลายเป็นสีขาวราวกับกระดาษ เหงื่อกาฬไหลโทรมกาย มือที่ถือไมค์เริ่มสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ “นี่มัน… ภาพตัดต่อ! มันคือเวทมนตร์ภาพลวงตา!” “ภาพตัดต่ออย่างนั้นเหรอคะรุ่นพี่?” เรย์ก้าวเท้าเข้าไปใกล้เวทีทีละก้าว แรงกดดันจากมานาในร่างถูกปลดปล่อยออกมาทีละน้อยจนผู้คนรอบข้างหายใจไม่ออก “งั้นช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยสิคะว่า ทำไมคริสตัลมานาชิ้นที่อยู่บนโต๊ะของรุ่นพี่ ถึงมีลายเซ็นเวทมนตร์ลับของฉันสลักอยู่ด้านในลึกถึงสามชั้นล่ะคะ? หรือว่ารุ่นพี่แอบชอบลายมือของฉัน จนต้องเอาไปเลียนแบบเล่นแก้เหงาในยามวิกาลกันคะ?” เสียงหัวเราะคิกคักเริ่มดังขึ้นจากกลุ่มผู้ชมรอบสนาม มาร์คอับอายจนหน้าดำคร่ำเครียด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยว เขาตบโต๊ะฉาดใหญ่จนโต๊ะหินแตกละเอียดเป็น2ท่อน พลางชักดาบเวทมนตร์ออกจากฝักด้วยจิตสังหารที่พุ่งพล่าน “ไอ้เด็กเวร! แกมันก็แค่เศษสวะที่บังเอิญฉลาด วันนี้ฉันจะสั่งสอนแกให้รู้สำนึกเองว่าการลบหลู่รุ่นพี่มันมีจุดจบอย่างไร!” มาร์คพุ่งทะยานเข้าหาเรย์ด้วยความเร็วสูง รัศมีดาบธาตุไฟลุกโชนแผดเผาอากาศจนเกิดเสียงดังเปรี๊ยะๆ ทว่าเรย์กลับยืนนิ่งสนิท ไม่แม้แต่จะก้าวถอยหลัง รินที่ยืนอยู่ข้างๆ ขยับมือเตรียมชักดาบเข้าช่วย แต่เรย์กลับยกมือขึ้นห้ามไว้เสียก่อนด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ ในเสี้ยววินาทีที่คมดาบเพลิงกำลังจะพุ่งเข้าประชิดปลายจมูกนั้นเอง ท้องฟ้าเหนือลานประลองก็มืดครึ้มลงอย่างฉับพลัน เมฆสีดำทะมุนก่อตัวขึ้นพร้อมกับสายฟ้าสีทองที่ฟาดผ่าลงมาตรงกลางสนามประลองอย่างรุนแรง! แรงระเบิดมหาศาลทำให้ทุกคนต้องยกมือขึ้นปัดป้องเศษฝุ่นละออง และเมื่อควันจางลง ร่างมหึมาของสิ่งมีชีวิตที่คุ้นเคยจากในถ้ำเมื่อครู่—‘โกลแห่งหุบผาเงียบงัน’ (Level 75)—ก็ยืนตระหง่านอยู่กลางลานประลอง พร้อมกับดวงตาสีทองที่จ้องมองตรงมายังมาร์คผู้ถือครองคริสตัลมานาชิ้นนั้นในมืออย่างดุร้าย! [ติ๊ง! เงื่อนไขลับสำเร็จ: นำพา ‘ผู้พิทักษ์บรรพกาล’ มาสู่เป้าหมายที่ขโมยคริสตัลมานาแท้จริง] [ระบบกำลังอัปเดตสถานะความสัมพันธ์และเปิดใช้งาน: ภารกิจพิพากษาลานประลองระดับ SSS เริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้!] ขอบคุณที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความแสบสันของเรย์ในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนรักฉบับบั๊กใจยัยตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%