เสียงคำรามกึกก้องของ ‘อสูรเงาพันศาสตรา’ ดังสะท้อนไปทั่วโถงหินอับชื้นของดันเจี้ยนลับระดับ S กลิ่นอายความตายคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบทำให้หายใจไม่ออก แรงโน้มถ่วงภายในห้องโถงนี้ถูกบิดเบือนด้วยพลังงานมานาสีม่วงเข้มที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงใหญ่ของบอสตรงหน้า มันคือสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ที่ถูกสร้างขึ้นจากระบบโบราณ มีแขนถึงแปดข้างและถือศาสตราแตกต่างกัน ทั้งดาบ หอก ขวาน และโซ่ตรวน ซึ่งทุกชิ้นล้วนอาบด้วยพิษร้ายแรงที่พร้อมจะปลิดชีพผู้บุกรุกได้ภายในพริบตา
"มันกำลังจะใช้สกิล ‘The Executioner’s Waltz’ อีกรอบแล้วนะคะเรย์! ระยะเวลาคูลดาวน์ของบาตรักษาระดับสามของฉันเหลืออีกสิบวินาที... เรายื้อแบบนี้ต่อไปไม่ไหวแน่!"
เสียงหวานที่เจือด้วยความเหนื่อยหอบของรินดังขึ้น ท่ามกลางเสียงโลหะกระทบกันอย่างรุนแรง ร่างเพรียวบางของอัจฉริยะสาวแห่งตระกูลขุนนางยืนหอบหายใจอยู่หลังแนวเสาหินที่แตกละเอียด ดวงตาสีฟ้าครามคู่สวยฉายแวววิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด เสื้อคลุมสีเงินของเธอขาดวิ่นจนเผยให้เห็นรอยแผลถลอกและคราบเลือดสีเข้มจากพิษของบอส แม้ภายนอกเธอจะดูแข็งกร้าวและเยือกเย็นเสมอมา แต่ในสถานการณ์ความเป็นความตายเช่นนี้ ความเปราะบางของมนุษย์ก็เริ่มกัดกินจิตใจทีละน้อย
เรย์ไม่ได้หันไปมองทันที สายตาคมกริบของเด็กหนุ่มหลังห้องผู้ซ่อนเร้นตัวตนมาตลอด กำลังจดจ้องอยู่กับหน้าต่างสถานะโปร่งแสงสีฟ้าที่ลอยอยู่กลางอากาศ ข้อมูลมหาศาลไหลผ่านสมองที่ประมวลผลอย่างรวดเร็วราวกับเครื่องandจักรกล ไหวพริบและสัญชาตญาณการเอาตัวรอดถูกรีดเค้นออกมาจนถึงขีดสุด
"สิบวินาทีเหรอ... นานเกินไปสำหรับเกมนี้ครับ... เอ้ย! สำหรับสถานการณ์นี้นะคะ!" เรย์เกือบเผลอหลุดปากพูดสำนวนคุ้นเคย แต่ก็รีบตบมุกกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด แววตาของเขากลับเป็นประกายเจิดจ้าอย่างน่าประหลาด "ริน... เชื่อใจผมไหม?"
รินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมมองสบกับดวงตาของเด็กหนุ่มที่เต็มไปด้วยความแน่วแน่ ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวหรือความลังเลหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความฉลาดเฉลียวที่เธอมักจะเห็นเวลาที่เขาไขปริศนายากๆ ในห้องเรียน
หัวใจของหญิงสาวเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อบอสตรงหน้า แต่เป็นเพราะความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดที่แผ่ซ่านเข้ามาในอก ท่ามกลางความมืดมิดและหนทัศน์อันมืดมนของดันเจี้ยนแห่งนี้ เรย์เปรียบเสมือนแสงสว่างเดียวที่เธอสามารถยึดเหนี่ยวไว้ได้
"นาย... จะทำอะไรอีกวะ... เอ๊ย! นายจะทำอะไรยะ!" รินกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ "เอาสิ! ถ้าพลาดขึ้นมา นายต้องเป็นคนเลี้ยงชาเขียวไขอมุกฉันไปตลอดชีวิตแน่!"
"ดีมาก! งั้นเรามาพลิกเกมเล่นเกมนี้ในแบบของเรากันเถอะ"
เรย์ดีดตัวออกจากที่กำบัง พุ่งทะยานออกไปเผชิญหน้ากับอสูรเงาพันศาสตราที่กำลังเงื้อง่าดาบขนาดมหึมาเตรียมฟาดลงมา ร่างกายของเขาถูกห่อหุ้มด้วยละอองแสงสีทองจางๆ ซึ่งเป็นผลมาจากสกิลติดตัว ‘จิตวิญญาณแห่งการวิเคราะห์’ ที่ถูกยกระดับขึ้นสู่ขีดสุด
[แจ้งเตือนระบบ: ผู้เล่น ‘เรย์’ ทำการเปิดใช้งานสกิลลับระดับตำนาน ‘Overclock Logic’ (โอเวอร์คล็อก ลอจิก) อัตราการใช้พลังมานาพุ่งสูงถึง 300% แลกกับการคำนวณจุดอ่อนของเป้าหมายแบบเรียลไทม์เป็นเวลา 45 วินาที]
เสียงระบบดังเตือนในหัว ร่างกายของเรย์รู้สึกเหมือนกำลังจะฉีกขาดจากภาระอันหนักอึ้ง เลือดกำเดาไหลซึมออกจากจมูกเล็กน้อย แต่เขากลับยิ้มกว้างขึ้น ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกเร่งเร้าจนมองเห็นทุกการเคลื่อนไหวของบอสราวกับภาพสโลว์โมชัน
"ริน! ร่าย ‘Glacial Prism’ (ปริซึมน้ำแข็งนิรันดร์) ที่พิกัด 12 นาฬิกาของมัน ห่างออกไปสามเมตร! ส่งแสงหักเหมาที่กระจกตาซ้ายของมันทันที!" เรย์ตะโกนสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบคมราวกับนายพลในสนามรบ
รินไม่ถามซ้ำสอง สองมือเรียวบางประสานเข้าหากัน มานาธาตุน้ำแข็งสีฟ้าใสระเบิดออกมาจากฝ่ามือ ก่อตัวเป็นแท่งปริซึมขนาดใหญ่กลางอากาศอย่างรวดเร็วก่อนจะสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงในห้องโถงให้พุ่งตรงไปที่ดวงตาซ้ายของอสูรเงาพันศาสตราอย่างแม่นยำราัวจับวาง
*โฮกกกกกกกก!*
อสูรเงาพันศาสตราคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวดเมื่อแสงสว่างจ้าทะลวงเข้าสู่จุดบอดทางสายตาที่เรย์คำนวณไว้ มันชะงักงันไปชั่วขณะ การโจมตีที่รวดเร็วดั่งพายุหมุนหยุดชะงักลงอย่างไร้ทิศทาง แขนทั้งแปดข้างไขว้กันวุ่นวายเพื่อพยายามปัดป้องแสงที่บาดตา
นี่คือจังหวะทอง!
"ระบบ... ขอประสานสกิล ‘Synchronized Resonance’ (การผสานคลื่นพลังประสานใจ) กับเป้าหมาย ‘ริน’ ครับ!" เรย์ส่งเสียงผ่านจิตใต้สำนึกไปยังระบบหลักของดันเจี้ยน
[ติ๊ง! ตรวจพบเงื่อนไขการผสานสกิลข้ามสายอาชีพ: ‘Strategic Mind’ (เรย์) + ‘Arcane Weaver’ (ริน) ทำการหลอมรวมเป็นสกิลเฉพาะกิจ ‘Chronos Eclipse’ (สุริยุปราคาแห่งกาลเวลา)]
ทันใดนั้น แสงสีทองจากร่างของเรย์และแสงสีฟ้าครามจากร่างของรินก็หลอมรวมเข้าหากัน กลายเป็นเกลียวคลื่นพลังงานสีรุ้งที่หมุนวนรอบตัวคนทั้งสอง ร่างกายของพวกเขาเบาหวิวราวกับล่องลอยอยู่กลางอวกาศ จิตใจเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งจนรับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจของอีกฝ่าย ความคิดความอ่านประสานเป็นหนึ่งเดียวอย่างไร้รอยต่อ
รินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เธอมองเห็นความทรงจำ แผนการ และความรู้สึกทั้งหมดของเรย์ไหลMเข้าสู่ห้วงความคิดของเธอในเสี้ยววินาที และในขณะเดียวกัน เรย์ก็รับรู้ถึงความโดดเดี่ยว ภาระอันหนักอึ้ง และความตั้งใจจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความเย็นชาของเธอ
ความเข้าใจอันลึกซึ้งก่อตัวขึ้นในใจของคนทั้งคู่โดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยคำใดๆ
"ไปกันเถอะ ริน!"
"อื้อ... เรย์!"
ทั้งสองคนพุ่งทะยานเข้าหาอสูรเงาพันศาสตราพร้อมกันด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปหลายเท่า รินวาดมือสร้างวงแหวนเวทมนตร์นับร้อยวงกลางอากาศ พันธนาการแขนทั้งแปดของบอสไว้ด้วยโซ่น้ำแข็งหนาแน่น ขณะที่เรย์พุ่งทะลุผ่านช่องว่างอันน้อยนิด พกพาพลังงานมานาทั้งหมดที่หลอมรวมกันไว้ที่ปลายนิ้วชี้
จ้วงแทงเข้าสู่ ‘จุดศูนย์กลางมานา’ บริเวณหน้าอกของบอสอย่างแม่นยำราวกับศรปักเป้า!
*เปรี้ยงงงงงงง!*
คลื่นกระแทกขนาดมหศาลระเบิดออก ร่างของอสูรเงาพันศาสตรานิ่งค้างไปชั่วพริบตา ก่อนรอยร้าวสีทองจะกระจายไปทั่วร่างยักษ์ใหญ่ และสลายกลายเป็นละอองแสงสีขาวนวลที่โปรยปรายลงมาราวกับหิมะในฤดูใบไม้ผลิ
ความเงียบสงบกลับคืนสู่โถงดันเจี้ยนอีกครั้ง
เรย์และรินยืนหอบหายใจรดกันอยู่ท่ามกลางละอองแสงเหล่านั้น ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันโดยไม่รู้ตัวเพราะแรงปะทะเมื่อครู่ ไอร้อนจากร่างกายและกลิ่นอายจางๆ ของความเหนื่อยล้าผสมผสานกับความตื่นเต้นที่ยังคงพลانอยู่ในกระแสเลือด ดวงตากลมโตของรินช้อนขึ้นมองเด็กหนุ่มที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดท่ามกลางแสงสว่างจากระบบ
"นาย... นายทำได้ยังไงเนี่ย..." รินกระซิบเสียงแผ่วเบา ลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่บนปลายจางของเรย์
"ก็บอกแล้วไงครับว่า..." เรย์ยิ้มเจ้าเล่ห์เช่นเคย แต่แววตากลับอบอุ่นลึกซึ้งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน "ถ้ามีเธออยู่ข้างๆ ต่อให้ยากกว่านี้ ผมก็คำนวณทางชนะได้เสมอแหละครับ... นะคะ"
บรรยากาศรอบตัวหวานละมุนขึ้นมาทันตาเห็น เคมีระหว่างทั้งสองคนอบอวลไปด้วยความรู้สึกที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจากการผ่านความเป็นความตายร่วมกัน แต่ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความหวานชื่นนั้นกลับอยู่ได้ไม่นานนัก
เมื่อละอองแสงสุดท้ายของบอสสลายหายไป พื้นหินเบื้องล่างที่ควรจะเป็นทางออกกลับยุบตัวลงอย่างกะทันหัน เสียงกลไกโบราณดังครูดคราดสะท้อนก้องไปทั่วผนังถ้ำ พร้อมกับรอยแยกสีดำสนิทที่ปรากฏขึ้นกลางห้องโถง
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับสูงสุด: ตรวจพบการปลุก ‘ผู้พิทักษ์แท้จริงแห่งดันเจี้ยนลับ’ — เอนทิตีโบราณที่ถูกผนึกมานานกว่าหมื่นปี กำลังตื่นจากการหลับใหล]
พื้นดินใต้เท้าของเรย์และรินแตกละเอียดลงอย่างรวดเร็ว ร่างทั้งสองร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่างอย่างไม่ทันตั้งตัว และก่อนที่สติจะหลุดลอยไป เสียงกระซิบเยือกเย็นอันคุ้นเคยจากเงามืดก็ดังขึ้นข้างหูของเรย์... เสียงที่สะท้อนถึงอดีตที่เขาพยายามหลบหนีมาตลอดชีวิต!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงช่วงเวลาที่หัวใจต้องเต้นระรัวไปกับเรย์และรินในตอนนี้ด้วยนะคะ!
แผนรักฉบับบั๊กใจยัยตัวตึง•ตอนที่ 23
ร่วมมือกันเป็นหนึ่งเดียว
ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนรักฉบับบั๊กใจยัยตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!