"ถ้าคุณยังก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ผมจะถือว่าคุณจงใจละเมิดสัญญาข้อที่เจ็ด"
น้ำเสียงของรันต์รวีไม่ได้สั่นเครือเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าแผ่นหลังบอบบางของเจ้าตัวจะแนบชิดติดกับบานกระจกใสของห้องทำงานส่วนตัว ที่เบื้องล่างคือแสงไฟระยิบระยับของมหานครยามค่ำคืน ร่างสูงโปร่งของคิมหันต์กักขังเธอไว้ด้วยแขนทั้งสองข้างที่ทาบทับลงบนกระจก ราวกับกรงล่องหนที่ไม่มีทางหลบหนี
ประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นและปากร้ายในยามปกติ ตอนนี้กลับมีดวงตาคมกริบที่ฉายแววคุกรุ่นไปด้วยแรงอารมณ์บางอย่างที่เจ้าตัวพยายามกดทับเอาไว้ ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นไวน์จางๆ รดอยู่บนพวงแก้มเนียน
"สัญญาข้อที่เจ็ดงั้นเหรอ..." คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าอย่างอันตราย "ห้ามเข้าใกล้ในระยะประชิดเกินหนึ่งเมตรนอกเวลางาน... จำแม่นดีนี่ แต่รันต์... เธอไม่คิดเหรอว่าบางที กฎมันก็มีไว้แหกตั้งแต่แรก"
"เฮียคิม!" รันต์รวีถลึงตาใส่ด้วยความดื้อรั้น แม้หัวใจในอกจะเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ปากอิ่มเม้มเข้าหากันอย่างขัดใจเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากที่อีกฝ่ายส่งมาให้ "อย่ามาเล่นลิ้นนะ ปล่อยผมออกไป เอกสารสรุปแบบร่างโปรเจกต์ใหม่ผมวางไว้บนโต๊ะแล้ว จะตรวจหรือจะไม่ตรวจ ถ้าไม่ตรวจผมจะกลับ"
"ดื้อด้าน" คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย ทว่าสายตายังคงสำรวจใบหน้าหวานที่เชิดขึ้นอย่างถือดี ความคิดที่ว่าอยากจะปราบพยศคนตรงหน้าให้สิ้นฤทธิ์แล่นริ้วขึ้นมาในหัว แต่ลึกๆ แล้ว เขากลับพึงพอใจกับความไม่ยอมก้มหัวให้ใครนี่เสียเหลือเกิน
รันต์รวีไม่ใช่คนประเภทที่จะยอมจำนนต่ออำนาจเงินหรือท่าทีเย่อหยิ่งของเขา ยิ่งเขาร้ายใส่ เธอตอกกลับมาเจ็บแสบยิ่งกว่า แต่ในขณะเดียวกัน ความใกล้ชิดที่สะสมมาหลายสัปดาห์ท่ามกลางสงครามประสาท ก็เริ่มกัดเซาะกำแพงน้ำแข็งที่ทั้งคู่สร้างขึ้นทีละน้อย จนเส้นแบ่งระหว่าง "เจ้านายกับลูกน้อง" หรือ "คู่กัดในสัญญา" เริ่มเลือนรางลงทุกที
"ผมไม่ได้ดื้อ ผมแค่ทำงานตามหน้าที่" รันต์รวีเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมแพ้แม้ระยะห่างระหว่างใบหน้าจะเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร "ส่วนเรื่องนอกเวลางาน... เราตกลงกันแล้วว่ามันคือเขตปลอดคิมหันต์"
"เขตปลอดคิมหันต์?" ชายหนุ่มทวนคำ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าแหย่ที่หาฟังได้ยาก "แปลกแฮะ... ฉันกลับจำไม่ได้ว่าเคยเซ็นสัญญานรกนั่นด้วย สักครู่เถอะรันต์... เธอคิดว่าตัวเองกำลังสั่งใครอยู่"
"สั่งคนที่ชอบทำตัวไร้เหตุผลและเอาแต่ใจตัวเองไงครับ" ดีไซเนอร์สาวสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววระยิบระยับด้วยความท้าทาย
จังหวะนั้นเอง คิมหันต์ไม่ได้พูดโต้ตอบอะไรกลับมาอีก ดวงตาคู่คมเลื่อนลงมองเรียวปากฉ่ำน้ำที่ขยับเถียงเขาไม่หยุด รังสีความดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำที่ทำให้อากาศรอบกายราวกับจะเบาบางลง มือหนาที่เคยทาบกับกระจกเปลี่ยนมาไล้ปลายนิ้วเข้ากับเส้นผมสลวยอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่นุ่มนวลและไม่ทันตั้งตัวนั้นทำให้รันต์รวีถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก สมองที่เคยประมวลผลคำพูดโต้เถียงได้อย่างรวดเร็วกลับว่างเปล่าลงชั่วขณะ
"เฮีย..." เสียงเรียกแผ่วเบาหลุดจากริมฝีปากที่สั่นระริกเล็กน้อย เมื่อใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวจากร่างกายของอีกฝ่าย
"เงียบปากสักนาทีได้ไหมรันต์..." คิมหันต์กระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงไม่ได้เจือแววดุร้ายอย่างที่เคยเป็น หากแต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดบางอย่างที่ทรงพลังจนปฏิเสธไม่ได้ "เวลาเธอเถียง... มันน่ารำคาญ แต่เวลาเธอนิ่งแบบนี้... มันอันตรายมากกว่าที่เธอคิดรู้ตัวไหม"
หัวใจของรันต์รวีเต้นรัวราวกองศึก ร่างกายถูกตรึงไว้ด้วยอ้อมแขนและสายตาคู่นั้น เธอลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะเมื่อปลายจมูกของเขาสัมผัสเข้ากับแก้มเนียนอย่างแผ่วเบาราวกับจงใจทดความอดทน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และความอบอุ่นเฉพาะตัวของคิมหันต์ทำเอาสติกระเจิดกระเจิง
นี่ไม่ใช่การสั่งงาน ไม่ใช่การทะเลาะกันในที่ประชุม และไม่ใช่เกมธุรกิจ แต่มันคือเขตแดนอันตรายที่ทั้งคู่ต่างก็รู้ดีว่า หากก้าวล้ำเกินกว่านี้ จะไม่มีวันหวนกลับมาจุดเดิมได้อีก
รันต์รวีกำมือเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ พยายามเรียกสติเฮือกสุดท้ายกลับมา เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างเอาไว้เบาๆ เพื่อสร้างระยะห่าง ทว่าคิมหันต์กลับรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว จนร่างทั้งสองแนบชิดกันอย่างไร้ช่องว่าง ความอุ่นร้อนแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าจนแทบหลอมละลาย
ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งงัน ท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืน มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นตรงกันอย่างน่าประหลาด คิมหันต์เลื่อนสายตาจากดวงตากลมโตลงมามองริมฝีปากที่เผยอออกน้อยๆ อย่างเผลอไผล ระยะห่างระหว่างกันลดลงเหลือเพียงลมหายใจกั้น ร่างสูงค่อยๆ เคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้เป้าหมายอย่างช้าๆ ราวกับถูกสะกดจิต
รันต์รวีหลับตาลงครึ่งหนึ่ง แพขนตายาวสั่นไหวระริก เธอไม่ได้ผลักไส แต่มือที่วางอยู่บนอกแกร่งกลับเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกยอมจำนนและยินยอมพร้อมใจกำลังตีตู้กับความหวาดหวั่นในหัวใจ
ริมฝีปากของทั้งคู่เกือบจะสัมผัสกันอยู่รอมร่อในเสี้ยววินาทีนั้นเอง...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูที่ดังตามมาติดๆ ก่อนที่ร่างของใครบางคนจะผลักเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้าง
"เฮียคิม! เอกสารด่วนจาก... เฮ้ย! กูเข้ามาขัดจังหวะอะไรมึงสองคนหรือเปล่าเนี่ย!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้•ตอนที่ 20
เส้นแบ่งที่เริ่มเลือนราง
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!