หน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของมีนสั่นระริกตามแรงอารมณ์ของผู้ถือ ภาพพาดหัวข่าวบันเทิงออนไลน์ตัวหนาสีแดงฉานกระแทกเข้าตา รันต์รวีหรี่ตามองภาพถ่ายเบลอ ๆ ของเธอกับนายแบบหนุ่มชื่อดังในงานเปิดตัวคอลเลกชันล่าสุดเมื่อสัปดาห์ก่อน พร้อมแคปชันชวนจิ้นที่เขียนบิดเบือนข้อเท็จจริงไปไกลลิบลิ่ว
"นี่มันอะไรกันคะเฮีย? หรือว่าที่ช่วงนี้รันทำตัวห่างเหิน เพราะแอบไปกิ๊กกั๊กกับพ่อหนุ่มนายแบบคนนี้อยู่"
เสียงหวานแหลมของมีนจงใจยกระดับความดังขึ้นเพื่อให้คนทั้งชั้นได้ยิน คิมหันต์ไม่ได้สนใจหน้าจอโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกริบดั่งใบมีดโกนของประธานหนุ่มกำลังจดจ้องอยู่เพียงแค่ใบหน้าเรียบเฉยของหญิงสาวตรงหน้า ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านขึ้นในอกจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน รัศมีกดดันแผ่ซ่านออกมาจนมีนต้องก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความหวาดหวั่น
"รัน..." น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันของคิมหันต์บ่งบอกถึงความอดทนที่เดินทางมาถึงขีดจำกัด "เคลียร์เรื่องนี้ให้ฉันฟังเดี๋ยวนี้"
รันต์รวีไหล่งับเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะคลายออกอย่างไม่ยี่หสอ เธอยกมือขึ้นกอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยท่าทีที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่จะทำได้ รอยยิ้มมุมปากถูกจุดขึ้นอย่างท้าทาย ในเมื่อเขาชอบทำตัวปากหนักและแสดงออกว่าไม่แคร์ นักออกแบบสาวอย่างเธอก็พร้อมจะสวมบทบาท "คนใจร้าย" ให้ดูเช่นกัน
"ข่าวก็บอกอยู่โต้ง ๆ นะคะเฮีย จะให้รันอธิบายอะไรอีก" รันต์รวีลากเสียงยาวอย่างจงใจ "น้องกรณ์นายแบบคนนั้น ทั้งหล่อ ทั้งเซอร์แถมยังเอาใจเก่งเป็นบ้า รันจะสนใจผู้ชายดี ๆ แบบนั้นบ้าง มันผิดตรงไหนล่ะคะ"
*เปรี้ยง!*
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางห้องทำงานส่วนตัว บรรยากาศรอบตัวคิมหันต์ดิ่งวูบลงจนติดลบ นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนโกรธเกรี้ยว มือหนาที่กำหมัดแน่นข้างลำตัวสั่นระริกอย่างควบคุมได้ยาก ปากร้าย ๆ ที่มักจะพ่นคำพูดเชือดเฉือนใส่เธอกลับอ้าค้างไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำชมที่เธอมอบให้ผู้ชายอื่น
มีนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แอบลอบยิ้มด้วยความสะใจ นึกว่าแผนการยุยงของตนเองกำลังไปได้สวย
"เธอ... พูดว่าอะไรนะ?" คิมหันต์เค้นเสียงถามทีละคำ ชัดถ้อยชัดคำแต่น่ากลัวจนคนฟังต้องกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ
"รันบอกว่า... น้องกรณ์เขาน่ารักดีค่ะ คุยสนุก ไม่เหมือนใครบางคนแถวนี้ ที่วัน ๆ เอาแต่ทำหน้ายักษ์ใส่คนอื่นแถมปากคอเราะร้ายจนน่ารำคาญ" รันต์รวีจงใจส่งสายตาพินิจพิเคราะห์ไปยังร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่ม ไล่สายตาตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะส่ายหัวเบา ๆ เชิงเอือมระอา "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว รันขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ พอดีมีนัดทานมื้อเที่ยงกับน้องกรณ์เขาต่อด้วย"
พูดจบ รันต์รวีก็หมุนตัวเตรียมก้าวเดินผ่านหน้าทั้งสองคนไปอย่างไร้เยื่อใย
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ รันต์รวี!"
เสียงคำรามต่ำในลำคอของคิมหันต์ดังขึ้นพร้อมกับมือหนาที่พุ่งคว้าข้อแขนเรียวไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะเดินพ้นประตู แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักหน่วงพอที่จะรั้งร่างบางให้เซถลาเข้าไปปะทะแผงอกกว้างของเขาได้อย่างพอดี กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นอายความโกรธกรุ่นพุ่งเข้าปะทะจมูก
มีนอ้าปากค้างด้วยความคาดไม่ถึง รีบแทรกขึ้นทันที "เฮียคิมคะ อย่าไปยอมผู้หญิงแบบนี้เลยค่ะ ดูสิคะ หน้าไม่อาย..."
"ออกไป."
คิมหันต์ตวัดสายตาดุดันไปยังมีน น้ำเพียงพยางค์เดียวแต่ทรงพลังอำนาจมหาศาลจนหญิงสาวสะดุ้งเฮือก หน้าถอดสีด้วยความตกใจกลัว ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ก่อนจะรีบหมุนตัววิ่งหนีออกจากห้องไปอย่างลิบลับ ประตูห้องปิดลงสนิท เหลือเพียงความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
รันต์รวีพยายามดึงข้อมือของตัวเองกลับ แต่คิมหันต์กลับยิ่งกระชับวงแขนโอบเอวคอดเข้าหาตัวแน่นขึ้นจนร่างทั้งสองแนบชิดติดกัน ไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่านแม้แต่น้อย ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ข้างแก้มสรางความวูบวาบในอก แต่เจ้าตัวยังคงกัดฟันสู้สายตา
"ปล่อยค่ะเฮีย รันจะไปกินข้าวกับเพื่อนสนิท... เอ้ย น้องกรณ์" เธอจงใจเน้นคำหลังเพื่อกวนประสาทต่อ
คิมหันต์ก้มลงมองใบหน้าเนียนใสที่เชิดขึ้นอย่างอวดดี นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นเวลานี้เต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความหึงหวงที่แผדเผาจนน่ากลัว ความซึนเดระที่เคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่า เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบของความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของที่ถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุด
"เพื่อนสนิทงั้นเหรอ?" คิมหันต์ยิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุขเลยสักนิด "ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เธอสนิทกับไอ้นายแบบหน้าอ่อนนั่นขนาดนั้น หืม?"
"ก็ตั้งแต่ที่เฮียเอาแต่ทำเป็นไม่สนใจไยดีรันไงคะ คนเรามันก็ต้องมีทางเลือกสำรองไว้บ้างจริงไหมล่ะ" รันต์รวีเถียงกลับทันควัน ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมอย่างไม่เกรงกลัว "รันไม่ใช่ลูกน้องในโอวาทนะที่จะต้องมายืนรอให้เฮียเรียกใช้หรือมานั่งฟังคำพูดใจร้ายพวกนั้นซ้ำ ๆ"
"ฉันพูดคำไหนไม่เคยคิดจะทำร้ายเธอสักหน่อย!" คิมหันต์เผลอตะคอกออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ ความหึงจนหน้ามืดตามัวทำให้เขาควบคุมสติไม่อยู่ "เธอคิดว่าฉันดูไม่ออกหรือไงว่าข่าวบ้า ๆ นั่นมันจัดฉาก? เธอจงใจทำแบบนี้เพื่อประชดฉันชัด ๆ รันต์รวี!"
รันต์รวีชะงักไปเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบเมื่อถูกจับไต๋ได้ แต่วินาทีนี้เธอจะยอมจำนนไม่ได้เด็ดขาด
"แล้วถ้าใช่... แล้วมันทำไมคะ?" เธอเชิดหน้าท้าทาย "ในเมื่อเฮียปากแข็งนัก ไม่ยอมพูดความจริงออกมาสักที รันก็แค่อยากรู้ว่า... คนปากร้ายอย่างเฮีย จะทนเห็นรันไปเป็นของคนอื่นได้สักกี่น้ำ!"
ประโยคท้าทายนั้นราวกับฟางเส้นสุดท้ายที่ตัดขาดความอดทนทั้งหมดของประธานหนุ่ม คิมหันต์ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พูดอะไรต่ออีก ใบหน้าคมคายโน้มลงมาประชิดอย่างรวดเร็วริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาปิดกั้นเรียวปากอิ่มที่กำลังต่อล้อต่อเถียงทันที
สัมผัสหนักหน่วง ดุดัน แต่แฝงไปด้วยความเว้าวอนและร้อนรน รันต์รวีเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามจะทุบแผงอกกว้างเพื่อประท้วง แต่เรียวแขนแกร่งกลับรัดตรึงเธอไว้ราวกับคีมเหล็ก รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความโกรธเกรี้ยวค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและเว้าวอนอย่างรวดเร็ว เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากจนหญิงสาวหัวหมุนติ้ว แรงต้านทานที่มีค่อย ๆ ละลายหายไปกับสัมผัสวาบหวามที่เขาตั้งใจมอบให้อย่างเอาแต่ใจ
เนิ่นนานกว่าที่คิมหันต์จะยอมผละริมฝีปากออกอย่างอาลัยอาวรณ์ หน้าผากกว้างแนบชิดกับหน้าผากมนของเธอ ลมหายใจหอบกระชั้นเป่ารดกันและกัน นัยน์ตาคมกริบมองลึกเข้ามาในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววหวั่นไหวอย่างปิดไม่มิด
"ปากดีนักนะ..." เสียงทุบพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงนั้นไม่ได้มีความดุร้ายเหลืออยู่เลย มีเพียงความคลั่งรักและยอมจำนนต่อหัวใจตัวเองอย่างสมบูรณ์ "จำไว้... ว่าเธอเป็นของฉันคนเดียว รันต์รวี... ถ้าฉันรู้ว่าเธอยังกล้าไปยุ่งกับไอ้นายแบบหน้าไหนอีก ฉันจะ..."
คำขู่ยังไม่ทันหลุดออกจากปาก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาของใครบางคน
"เฮียคิม! แย่แล้วครับ เรื่องใหญ่โตแล้ว..."
กรณ์เพื่อนสนิทของคิมหันต์วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้องโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ แต่แล้วฝีเท้าก็ต้องหยุดชะงักกึก เมื่อภาพตรงหน้าคือประธานหนุ่มมาดขรึมกำลังโอบกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับดีไซเนอร์สาวคนเก่งในระยะประชิดชนิดที่ริมฝีปากยังแทบจะติดกัน
รันต์รวีหน้าแดงก่ำ รีบผลักอกคิมหันต์ออกสุดแรงแล้วกระโดดถอยหลังไปสามก้าวทันที ขณะที่คิมหันต์ตวัดสายตาดุดันส่งไปให้เพื่อนสนิทด้วยความเคืองแค้นที่ถูกขัดจังหวะสำคัญเป็นครั้งที่สองในวันเดียว
"ถ้ามึงไม่มีเรื่องคอขาดบาดตาย..." คิมหันต์เค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิดสูงสุด "กูจะไล่มึงออกจากตำแหน่งผู้บริหารเดี๋ยวนี้!"
"คืองี้เว้ยเฮีย..." กรณ์กลืนน้ำลายลงคออืดยาก ยกโทรศัพท์มือถือในมือขึ้นชูให้เพื่อนดูด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ไอ้นายแบบกรณ์อะไรนั่น... มันเพิ่งปล่อยคลิปสัมภาษณ์สดเมื่อกี้... มันบอกว่ากำลังตามจีบรันต์รวีแบบจริงจัง!"
รันต์รวีเบิกตากว้าง หันขวับกลับมามองหน้าคิมหันต์ที่ตอนนี้รัศมีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงติดลบทันที
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ
สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้•ตอนที่ 19
แผนเอาคืน
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!