"เฮ้ย! กูไม่ได้ตั้งใจมาขัดจังหวะรักพลอดรักอะไรทั้งนั้นนะเว้ย แค่จะเอาเอกสารโปรเจกต์ใหม่มาให้เซ็น... แต่ดูจากสภาพพวกมึงตอนนี้แล้ว สงสัยกูควรจะเดินถอยหลังออกไปแล้วปิดประตูให้สนิทเหมือนเดิมดีกว่าวะ"
เสียงของกรณ์ดังลั่นพร้อมกับผลักประตูเปิดเข้ามาหน้าตาเฉย ก่อนที่เพื่อนสนิทตัวดีจะรีบยกมือขึ้นปิดตาตัวเองแล้วทำท่าจะหมุนตัวเดินกลับออกไปทันที ท่าทีล้อเลียนนั้นจงใจขับเน้นความกำกวมของสถานการณ์เมื่อครู่ให้พุ่งสูงขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว
รันต์รวีที่เพิ่งรู้ตัวว่าระยะห่างระหว่างเธอกับประธานหนุ่มจอมเผด็จการมันใกล้ชิดจนเกินคำว่า 'เจ้านายกับลูกน้อง' ไปไกลลิบ รีบดีดตัวถอยหลังออกจากวงแขนแกร่งทันที ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ แม้ภายนอกเธอจะพยายามตีสีหน้านิ่งเรียบและเชิดหน้าขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า แต่ปลายนิ้วที่ประสานกันแน่นที่หน้าท้องกลับบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังตื่นตระหนกไม่น้อย
"ถ้าแกยังไม่อยากเอาแฟ้มนั้นฟาดหน้าตัวเอง แกช่วยหุบปากแล้วไสหัวออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้เลยนะกรณ์"
คิมหันต์กัดฟันกรอด สันกรามคมกริบนูนเด่นขึ้นมาด้วยความขัดเคือง ดวงตาคมกริบส่งรังสีอำมหิตไปให้เพื่อนสนิทที่ยืนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่หน้าประตู เฮียคิมพยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว แม้ว่าใบหูทั้งสองข้างจะขึ้นสีแดงจัดจนปิดไม่มิดก็ตามที
กรณ์ลดมือลงจากตา ยักคิ้วหลิ่วตาใส่เพื่อนรักอย่างไม่สะทกสะท้าน แถมยังเดินอาดๆ เข้ามาวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานด้วยท่าทางกวนประสาท "แหม, เฮียคิม... โกรธเป็นฟืนเป็นไฟแบบนี้ แปลว่าที่ตาสว่างนี่โดนจับได้คาหนังคาเขาเลยสิครับ หน้าเสียเชียวนะเฮีย กลัวน้องรันเขาจะรู้ความจริงเหรอว่าเมื่อกี้แอบคิดอะไรอยู่"
"พูดมากน่ากรณ์ แกนี่มัน..." คิมหันต์ถลึงตาใส่ ขยับตัวยืนบังร่างบางของรันต์รวีไว้โดยสัญชาตญาณ "เรื่องงานเสร็จแล้วก็ไสหัวไปได้แล้ว ไป!"
"โอ้โห ไล่เร็วจังวะ กลัวความลับแตกหรือกลัวน้องรันเขาจับไต๋ได้ว่าที่ปากแข็งมาตลอดเนี่ย แท้จริงแล้วคลั่งรักเขาจนแทบจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัวแล้ว" กรณ์ยังคงทำหน้าที่กามเทพปากเสียได้อย่างยอดเยี่ยม ดวงตาพราวระยับสลับมองหน้าเพื่อนสนิทกับดีไซเนอร์สาวที่ยืนนิ่งเงียบ "ว่าไหมครับน้องรัน? คนแถวนี้ปากแข็งใจแข็งยิ่งกว่าหินผา แต่พออยู่ใกล้ทีไร อาการหมาโบ้กำเริบทุกที จริงไหมล่ะ"
กรณ์เข้ามาแซวจี้ใจดำ จนเฮียคิมหน้าเสียแต่ปฏิเสธเสียงแข็งทันที
"เหลวไหล! แกเพ้อเจ้ออะไรวะกรณ์ ฉันเนี่ยนะจะคลั่งรักใคร บ้าหรือเปล่า!" คิมหันต์สวนกลับเสียงดังลั่นเพื่อกลบเกลื่อนความจริงที่ถูกอีกฝ่ายพูดแทงใจดำเข้าอย่างจัง ดวงตาคมหลบวูบไปชั่วขณะเมื่อหันไปสบเข้ากับดวงตากลมโตคู่สวยของรันต์รวีที่กำลังมองมาทางเขาพอดิบพอดี
รันต์รวีหรี่ตามองประธานหนุ่มผู้กำลังแสดงอาการร้อนตัวอย่างเห็นได้ชัด มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นทั้งขบขันและท้าทายในเวลาเดียวกัน
"นั่นสิคะ... เฮียคิมออกจะปากร้ายใจดำกับฉันออกขนาดนั้น จะไปคลั่งรักอะไรกันล่ะคะ จริงไหมคะเฮีย" เสียงหวานเอ่ยเย้าแหย่กลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความหมายลึกซึ้งที่ชวนให้คนฟังต้องสะดุ้ง
คิมหันต์หันขวับกลับมามองคนตัวเล็กทันที หัวใจกระตุกวูบด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด คำพูดปฏิเสธเมื่อครู่ติดอยู่ที่ลำคอ เมื่อเห็นประกายตาพราวระยับที่ฉายชัดว่าเธอไม่ได้เชื่อคำแก้ตัวของเขาเลยแม้แต่น้อย
"รัน..." เฮียคิมพึมพำเรียกชื่อเธอเบาๆ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่กลับเจือความลังเลและตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด
กรณ์ที่ยืนมองดูละครฉากใหญ่พล Lอบยิ้มมุมปากอย่างนึกสนุก รู้สึกว่าตัวเองทำหน้าที่ตัวชงได้คุ้มค่าจ้าง (ที่ไม่ได้ขอ) เสียเหลือเกิน จึงกระแอมไอเบาๆ เพื่อดึงสติคนทั้งคู่ "เอ่อ... คือว่านะ พอดีผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีงานด่วนที่ต้องรีบไปเคลียร์ งั้นผมไม่กวนเวลาอันเป็นส่วนตัวของท่านประธานกับดีไซเนอร์คนเก่งแล้วดีกว่าเชิญตามสบายเลยนะครับ"
พูดจบร่างสูงของเพื่อนสนิทตัวแสบก็หมุนตัวเดินลิ่วออกจากห้องทำงานไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งเสียงปิดประตูตามหลังเบาๆ เพื่อเปิดโอกาสให้คนทั้งสองได้เคลียร์ปัญหาหัวใจกันตามลำพัง
ภายในห้องทำงานกว้างขวางกลับมาตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความอึดอัดปนหวานล้ำที่ยากจะอธิบาย คิมหันต์ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาคมกริบมองสบกับรันต์รวีที่ยังคงยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานด้วยท่าทีสบายๆ ทว่าแววตากลับจดจ้องมาที่เขาอย่างคาดคั้น
"มองทำไม" คิมหันต์เปิดฉากทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่พยายามดึงความเข้มข้นกลับมา ทว่ามันช่างดูอ่อนแรงเสียเหลือเกินเมื่อเทียบกับมาดประธานหนุ่มจอมเย่อหยิ่งในยามปกติ
"เปล่าค่ะ ฉันแค่กำลังคิดว่า... ที่คุณกรณ์พูดเมื่อกี้ มันมีส่วนจริงสักกี่เปอร์เซ็นต์กันนะ" รันต์รวีเอ่ยตอบเสียงใส ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ร่างสูงทีละนิดอย่างไม่เกรงกลัว "เฮียคิมปากแข็งจริงๆ หรือว่า... กลัวใจตัวเองกันแน่คะ?"
คิมหันต์ชะงักไปชั่วขณะ สันกรามขยับเกร็งขึ้นมาอีกครั้งเมื่อถูกต้อนจนมุมด้วยคำถามที่ตรงประเด็นจนน่ากลัว ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวโดยอัตโนมัติ ใช้ความได้เปรียบเรื่องส่วนสูงโน้มใบหน้าลงไปหาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาดุดันฉายประกายความดื้อรั้นและความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ในอก
"เธออยากลองพิสูจน์ดูไหมล่ะ ว่าฉันกลัวหรือเปล่า..." คิมหันต์กระซิบเสียงทุ้มต่ำชิดริมฝีปากอิ่ม ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มเนียนจนรันต์รวีรู้สึกวูบวาบไปทั้งร่าง
ทว่าในวินาทีที่หัวใจของคนทั้งคู่กำลังเต้นระรัวเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
"คิมคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ มีนเพิ่งเห็นข่าวในโซเชียล..."
เสียงหวานแหลมของมีนดังแทรกเข้ามากลางคัน พร้อมกับร่างระหงที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนก คิมหันต์ผละออกจากรันต์รวีด้วยความหงุดหงิดสุดขีด นัยน์ตาคมกริบตวัดมองแขกไม่ได้รับเชิญด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ ขณะที่รันต์รวีหันไปมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ยื่นมาตรงหน้าของมีน และภาพพาดหัวข่าวในนั้นก็ทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของจอมยุทธ์เสื้อแพรด้วยนะครับ
สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้•ตอนที่ 18
เกมทายใจ
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!