"ถ้าชอบไอ้เด็กนั่นมาก ทำไมไม่ย้ายโต๊ะไปนั่งทำงานร่วมกันที่แผนกมันเลยล่ะครับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปไม่ได้เจือรอยยิ้มแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันเต็มไปด้วยกระแสความกรุ่นโกรธที่พยายามสะกดกลั้นไว้ภายใต้หน้ากากความนิ่งเฉย รันต์รวีที่กำลังก้มหน้าเก็บกระดาษแปลนงานลงซองเอกสารชะงักมือทันที หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาคนตัวสูงที่ยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องทำงานด้วยท่าทีคุกคาม
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกในสัปดาห์นี้ที่คิมหันต์แสดงอาการฮึดฮัดอย่างไร้เหตุผล และเธอก็เบื่อหน่ายที่จะต้องมานั่งเดาใจประธานบริษัทจอมซึนคนนี้เต็มทนแล้ว
"ฉันจะทำงานที่ไหน มันก็เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของฉันค่ะ... เอ๊ย ของผม" รันต์รวีเกือบหลุดสรรพนามคุ้นเคยออกไปเพราะความโมโห ดีที่ดึงสติกลับมาทัน "แล้วอีกอย่าง มีนเขาก็แค่เข้ามาช่วยดูเรื่องสเกลสีในโปรเจกต์นี้ เป็นเพื่อนร่วมงานที่ดี ไม่ได้แปลว่าฉันต้องย้ายไปสิงอยู่โต๊ะเขาเสียหน่อย"
"เพื่อนร่วมงานที่ดี?" คิมหันต์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของชายหนุ่มดังขึ้นเบาๆ แต่เย็นเยียบจนน่าขนลุก "สนิทกันจนเรียกชื่อเล่น เดินตบไหล่ แถมยังซื้อกาแฟมาเสิร์ฟถึงโต๊ะทุกเช้า... เพื่อนร่วมงานประเภทไหนกันครับที่ตัวติดกันเป็นตังเมขนาดนั้น"
รันต์รวีวางแฟ้มในมือลงเสียงดังจนเกิดเสียงกระแทกเบาๆ หญิงสาวก้าวเท้าเข้าไปประชิดร่างสูงที่ยืนขวางทางออก ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืดใดๆ ทั้งสิ้น
"เฮียกำลังหึง?" คำถามตรงไปตรงมาถูกโยนใส่หน้าคนปากแข็งอย่างไร้ความปรานี
คิมหันต์ชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบกะพริบถี่ขึ้นเล็กน้อยก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มแค่นหัวเราะพร้อมกับยักไหล่ ราวกับสิ่งที่ได้ยินเป็นเรื่องตลกขบขันสิ้นดี
"หึง? ผมเนี่ยนะ? รันต์รวี... คุณเอาสมองส่วนไหนคิดครับ ประธานบริษัทอย่างผม จะไปเสียเวลาหึงพนักงานต๊อกต้อยกับเด็กฝึกงานหน้าอ่อนเนี่ยนะ ฝันไปหรือเปล่า"
"ถ้าไม่ได้หึง แล้วมายืนหน้าบูดเป็นตูดหม้ออยู่หน้าห้องฉันทำไมตั้งแต่เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนล่ะคะ?" รันต์รวีสวนกลับทันควัน รอยยิ้มมุมปากของเธอทำเอาคิมหันต์รู้สึกเหมือนโดนตบหน้าฉานด้วยคำพูดจี้ใจดำ "ท่าทางฮึดฮัดเหมือนหมาหวงก้างแบบนี้ คนแถวนี้เขาดูออกกันหมดแล้วว่าเฮียกำลังร้อนรนเรื่องอะไร"
"ผมไม่ได้ร้อนรน!" คิมหันต์เผลอขึ้นเสียงใส่เล็กน้อยเมื่อถูกจับไต๋ได้เต็มๆ ชายหนุ่มขยับตัวเข้ามาใกล้จนรันต์รวีต้องเงยหน้ามอง ปลายจมูกแทบจะชนกันหากเธอขยับเข้าไปอีกนิด ความสูงที่ต่างกันทำให้คิมหันต์ใช้ความได้เปรียบนี้กดดันเธอกลับ "ผมแค่เตือนในฐานะเจ้านาย... เวลาในเวลางานควรใช้เพื่อบริษัท ไม่ใช่เอาไปยืนหัวร่อต่อกระซิกกับใครจนงานไม่เดิน"
"งานฉันเสร็จก่อนกำหนดสามวันด้วยซ้ำไปค่ะ!" รันต์รวีเถียงเสียงแข็ง ไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว "อย่าเอาข้ออ้างเรื่องงานมากลบเกลื่อนความงี่เง่าของตัวเองเลยเฮีย ถ้าอยากให้ฉันคุยกับมีนน้อยลงนัก ก็พูดออกมาตรงๆ สิว่าหวง กลัวคนอื่นเขาจะมาจีบฉันหรือไง"
คำพูดที่ตรงจนแทงใจดำทำเอาคิมหันต์ถึงกับพูดไม่ออก ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมจ้องมองใบหน้าหวานที่เชิดขึ้นอย่างถือดี หัวใจในอกเต้นกระหน่ำรัวราวกับกลองเพล ไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เป็นเพราะความจริงที่ถูกกระชากออกมาประจานต่อหน้าต่อตาต่างหาก
ไอ้เด็กมีนอะไรนั่นมันเข้ามาวนเวียนใกล้รันต์รวีมากเกินไปจนเขานอนไม่หลับมาสองคืนติด ภาพที่เห็นไอ้หมอนั่นยื่นหน้าเข้าไปใกล้เพื่อดูหน้าจอคอมพิวเตอร์เมื่อตอนบ่ายยังคงติดตาและสร้างความหงุดหงิดให้เขาจนแทบคลั่ง แต่ศักดิ์ศรีและความเป็นประธานบริษัทปากแข็งมันค้ำคออยู่ ทำให้เขาไม่มีวันยอมรับออกมาง่ายๆ หรอกว่าเขากำลังหึงจนตัวสั่น
"หลงตัวเองเกินไปแล้วรันต์รวี" คิมหันต์เค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาคมกวาดมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยความหมั่นไส้ระคนหมั่นเขี้ยว "ใครเขาจะไปสนใจคุณขนาดนั้น แค่รำคาญที่เห็นคนในแผนกทำตัวไม่เหมาะสมต่างหาก"
"ปากแข็ง..." รันต์รวีพึมพำเบาๆ แต่จงใจให้ได้ยิน ชายหนุ่มหน้าตึงขึ้นทันทีเมื่อเจอคำวิจารณ์ตรงจุด
"ผมไม่ได้ปากแข็ง แค่พูดความจริง" คิมหันต์เถียงหน้าตาย มือหนายื่นออกไปตั้งใจจะคว้าแขนเรียวให้หยุดพูด แต่รันต์รวีไวกว่า เธอเบี่ยงตัวหลบทำให้มือของเขาคว้าได้เพียงความว่างเปล่า ทว่าจังหวะนั้นเอง ข้อเท้าของหญิงสาวดันสะดุดเข้ากับขาเก้าอี้ที่วางระเกะระกะโดยไม่ระวัง
"อุ๊ย!"
รันต์รวีอุทานออกมาด้วยความตกใจ ร่างบางเสียหลักล้มพับลงไปด้านหลัง ตามสัญชาตญาณ คิมหันต์พุ่งตัวเข้าไปคว้าเอวบางเอาไว้ได้อย่างเฉียดฉิว แรงเหวี่ยงทำให้ร่างทั้งสองร่างล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นพรมหนานุ่มในห้องทำงาน โดยมีร่างสูงของประธานหนุ่มทาบทับอยู่ด้านบน
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของคนตัวโตที่ล้อมกรอบเธอเอาไว้ทำให้รันต์รวีถึงกับลมหายใจสะดุด หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขานั้นใกล้กันเสียจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่แก้ม
คิมหันต์เองก็ชะงักไปเช่นกัน ชายหนุ่มค้ำมือลงกับพื้นพรมเพื่อไม่ให้ทับน้ำหนักลงบนตัวเธอเต็มแรง ดวงตาคมกริบกวาดมองพวงแก้มเนียนที่ขึ้นสีเรื่ออย่างไม่ทันตั้งตัว ไล่สายตาลงมายังริมฝีปากสีพีชที่เผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ
ในระยะประชิดนี้... กลิ่นกายหอมอ่อนๆ จากตัวเธอกำลังทำลายเกราะป้องกันทั้งหมดที่เขาสร้างขึ้นมาอย่างราบคาบ
"Erm... ปล่อยได้แล้วมั้งคะเฮีย" รันต์รวีเป็นฝ่ายได้สติก่อน เธอกระซิบเสียงเบาหวิว ความมั่นใจเมื่อครู่หายวับไปกับตาเมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับสถานการณ์ชวนใจเต้นแรงแบบนี้
"ถ้าผมไม่ปล่อยล่ะครับ" คิมหันต์เอ่ยเสียงพร่า ประโยคที่หลุดออกมาไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่มันกลับเจือไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกล้ำและอันตรายเกินกว่าจะควบคุม "คุณจะทำยังไง... ปากเก่งนักไม่ใช่เหรอ"
"เฮีย..." รันต์รวีเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงไออุ่น ร่างกายเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ ขยับไปไหนไม่ได้นอกจากปล่อยให้หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก
ขณะที่บรรยากาศกำลังระอุและเส้นกั้นระหว่างความซึนกับความคลั่งรักกำลังจะขาดผึ่งลงตรงนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้งติดอย่างไม่มีมารยาท
"เฮียคิมครับ! เอกสารงบประมาณด่วน... เฮ้ย! ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจมาขัดเวลาสวีท!"
เสียงของกรณ์ดังลั่นพร้อมกับผลักประตูเปิดเข้ามาหน้าตาเฉย ก่อนที่เพื่อนสนิทตัวดีจะรีบยกมือขึ้นปิดตาตัวเองแล้วทำท่าจะหมุนตัวเดินกลับออกไปทันที
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "จอมยุทธ์เสื้อแพร" เสมอมานะครับ
สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้•ตอนที่ 17
ปากไม่ตรงกับใจ
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!