แฟลชจากกล้องโทรศัพท์มือถือที่สาดวาบเข้ามาในมุมมืดของห้องเก็บเอกสาร ทำลายความเงียบงันลงในเสี้ยววินาที รันสะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำให้เธอก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับอกแกร่งของคิมหันต์ที่ยืนซ้อนหลังอยู่ก่อนแล้ว ความใกล้ชิดสนิทแนบทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินอยู่บริเวณต้นคอ ขณะที่มือหนาคว้าเอวบางของเธอไว้ตามสัญชาตญาณเพื่อไม่ให้ล้ม
"เสียงอะไร... หรือว่ามีคนแอบถ่ายเรา" รันกระซิบเสียงเครียด หัวใจเต้นรัวระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสัมผัสจากฝ่ามือหนาที่แนบกระชับอยู่บนเอวคอด ร้อนผ่าวทะลุเนื้อผ้าจนเธอเผลอกลั้นหายใจ
คิมหันต์ไม่ตอบทันที นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวพุ่งตรงไปยังเงาสลัวบริเวณประตูทางออก เขากวาดสายตาสำรวจความเสียหายก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด มืออีกข้างยังคงโอบรัดเอวเธอไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปในความมืด
"ปล่อยก่อนเถอะครับเฮีย คนอื่นเข้าใจผิดหมดพอดี" รันเอ่ยเสียงลอดไรฟัน พยายามบิดตัวออกจากการเกาะกุม แต่มันกลับไร้ผล ยิ่งดิ้น เขากยิ่งรัดแน่นขึ้น
"ถ้าไม่อยากให้คนเข้าใจผิด ยิ่งต้องอยู่นิ่งๆ" คิมหันต์กระซิบตอบ น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความดุดันและคุกคามในเวลาเดียวกัน "คิดว่าใครส่งมันมา มีน... หรือพวกนักข่าวสายบันเทิงที่อยากได้ข่าวฉาวของบริษัท"
คำพูดของเขาดึงสติรันให้กลับมาสู่สถานการณ์เฉพาะหน้า ภาพถ่ายเมื่อครู่... หากมันหลุดออกไป ไม่เพียงแต่ชื่อเสียงของเธอในฐานะดีไซเนอร์หน้าใหม่จะพังทลาย แต่ตำแหน่งว่าที่ประธานบริษัทของคิมหันต์ก็อาจสั่นคลอนไปด้วยในฐานะข่าวฉาวในที่ทำงาน
"แล้วเราจะปล่อยให้มันเอาภาพนั้นไปไม่ได้เด็ดขาด" รันหันขวับกลับมามองหน้าเขา ดวงตาคู่สวยฉายแววเด็ดเดี่ยว ทว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ในตอนนี้มันใกล้จนเกินไป ใกล้เสียจนเธอมองเห็นแพขนตาดกหนาและเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตาคู่คมนั้น
คิมหันต์ชะงักไปชั่วขณะ ปลายจมูกโด่งแทบจะชนกันอยู่รำไร กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส รันรู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจของตัวเองที่เต้นผิดทิศผิดทาง มันดังโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
ทำไม... ทำไมเวลาอยู่ใกล้ผู้ชายปากร้ายคนนี้ทีไร เธอถึงต้องเสียอาการทุกที รันพยายามท่องในใจว่านี่คือ 'ศัตรูทางธุรกิจ' และ 'เจ้านายปากจัด' ไม่ใช่ผู้ชายที่เธอควรจะใจเต้นใส่
"มองอะไร" คิมหันต์เอ่ยทำลายความเงียบ เสียงของเขาแหบพร่าลงกว่าปกติเล็กน้อย สายตาดุๆ คู่นั้นกวาดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันด้วยความประหม่าของเธอ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตากับดวงตากลมโตที่กำลังไหวระริก
"เปล่า... แค่คิดว่าเฮียควรปล่อยผมได้แล้ว ผมอึดอัด" รันโกหกหน้าตาย แม้ใบหน้าจะเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ
"อึดอัดตรงไหน หรือกลัวว่าใจตัวเองจะเต้นแรงจนผมได้ยินกันแน่" คิมหันต์สวนกลับทันควัน รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเหนือกว่า ความซึนเดระและความปากร้ายที่เธอคุ้นเคยกลับมาอีกครั้ง แต่น่าแปลกที่ครั้งนี้มันกลับไม่ทำให้เธอรู้สึกอยากเถียงกลับเหมือนเคย
รันเม้มปากแน่น หัวใจกระตุกวูบกับคำพูดจี้ใจดำนั้น "เฮียอย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย ผมแค่กลัวติดเชื้อโรคประפרดจากเฮียมากกว่า"
"ปากดี" คิมหันต์เค้นหัวเราะในลำคอ แต่ยอมคลายอ้อมแขนออกอย่างไม่เต็มใจนักเมื่อประเมินสถานการณ์แล้วว่าคนที่แอบถ่ายน่าจะหนีออกไปไกลพอสมควรแล้ว "ตามมา อย่าเดินห่างจากผมเด็ดขาด ไม่งั้นเกิดอะไรขึ้นมารabไม่รับรู้ด้วย"
เขาก้าวเดินนำออกไปก่อน ทิ้งให้รันยืนหายใจไม่ทั่วท้องอยู่เบื้องหลัง มือเรียวยกขึ้นแตะหน้าอกด้านซ้ายของตัวเองที่ยังคงเต้นโครมครามไม่ยอมสงบลง รันสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกสติ รัน... แกต้องตั้งสติ อย่าปล่อยให้ความหล่อและคำพูดกวนประสาทของตาเฮียโบ้นี่มามีอิทธิพลกับหัวใจเด็ดขาด
เมื่อเดินออกมาถึงโซนที่มีแสงสว่าง กรณ์เพื่อนสนิทของคิมหันต์ก็รีบสาวเท้าเข้ามาหาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ทว่าพอมองเห็นสภาพของทั้งคู่ที่เดินตามกันออกมาจากมุมมืด ก็อดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งด้วยความสงสัย
"เฮ้ย ไปทำอะไรกันในมุมมืดสองต่อสองวะ หน้าตาเครียดเชียว หรือว่าเคลียร์กันเรื่องงาน... หรือเรื่องหัวใจ?" กรณ์แซวทันทีตามนิสัย พร้อมส่งยิ้มเจ้าเล่ห์
"หุบปากไปเลยกรณ์" คิมหันต์ตวัดสายตาดุใส่เพื่อนสนิทหนึ่งที ก่อนจะหันไปสั่งการด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เช็คกล้องวงจรปิดบริเวณชั้นนี้ทั้งหมดเมื่อสิบนาทีที่แล้ว มีคนแอบถ่ายรูปเราสองคน"
กรณ์หุบยิ้มทันทีเมื่อได้ยินเรื่องงาน สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจัง "จริงดิ ใครวะ กล้ามากนะที่กล้าเล่นตุกติกในบริษัทเรา เดี๋ยวฉันให้ฝ่ายไอทีจัดการเช็คเซิร์ฟเวอร์เดี๋ยวนี้เลย"
รันยืนฟังเงียบๆ ความกังวลเรื่องภาพถ่ายเริ่มกัดกินจิตใจ หากภาพนั้นถูกเผยแพร่ sulla โลกออนไลน์ ผลกระทบที่จะตามมามันไม่ง่ายเลย เธอยังจำสายตาริษยาของมีนในห้องประชุมเมื่อช่วงบ่ายได้ดี หรือว่าจะเป็นฝีมือของผู้หญิงคนนั้น?
"ถ้าภาพนั้นหลุดออกไปจริงๆ เฮียจะทำยังไง" รันเอ่ยถามขึ้นทำลายความเงียบ ขณะที่ทั้งสามคนเดินตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวของประธานบริษัท
คิมหันต์ชะงักฝีเท้าเล็กน้อย เขาหันกลับมามองดีไซเนอร์สาวตัวแสบที่ตอนนี้แววตาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้คนฟังถึงกับนิ่งงัน
"ก็แต่งเรื่องให้มันจริงซะก็สิ้นเรื่อง จะได้ไม่ต้องเหนื่อยปฏิเสธ"
"เฮีย!" รันร้องเสียงหลง ใบหน้าที่เคยซีดเผือดเพราะความกังวล กลับแดงก่ำขึ้นมาทันทีด้วยความโกรธ (และบางอย่างที่เธอไม่อยากยอมรับว่ามันคือความเขินอาย) "นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นมุกนะคะ... เอ๊ย ไม่ใช่เวลามาเล่นมุกนะครับ!"
คิมหันต์ยกย่องมุมปากอย่างพอใจที่เห็นเธอหลุดปากพูดคำที่ไม่เป็นทางการออกมา ชายหนุ่มโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนรันต้องเอนตัวหนีตามสัญชาตญาณ
"ใครบอกว่าผมเล่นมุก..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างหูเธอแผ่วเบา แต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "ผมพูดจริง... และผมไม่เคยพูดเล่นกับเรื่องของ..."
ประโยคคำพูดที่กำลังจะเอ่ยออกไปถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเคาะประตูกระดังงา พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่สามที่ไม่ได้รับเชิญ
"คิมคะ มีนมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยค่ะ เกี่ยวกับข่าวฉาวที่กำลังจะหลุดออกไปพอดี..."
เสียงหวานหยดย้อยของมีนดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มมั่นใจที่ก้าวเข้ามาในห้องทำงานของประธานหนุ่ม โดยไม่ทันสังเกตบรรยากาศมาคุและเคมีแปลกประหลาดที่เพิ่งก่อตัวขึ้นระหว่างคิมหันต์และรันเมื่อครู่นี้เลยแม้แต่น้อย
รันหันไปมองมีนแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตากลับมาสบตากับคิมหันต์ที่ตอนนี้ใบหน้ากลับมาเรียบตึงเป็นน้ำแข็งเช่นเดิม ทว่าแววตาของเขากลับฉายแววหงุดหงิดอย่างชัดเจนที่มีคนเข้ามาขัดจังหวะสำคัญ
บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นมาทันตาเห็น เมื่อเกมการชิงไหวชิงพริบและความรู้สึกที่ซ่อนอยู่กำลังจะถูกเปิดโปงในวินาทีถัดไป
---
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุนจอมยุทธ์เสื้อแพรเสมอนะครับ)*
สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้•ตอนที่ 16
กับดักความรู้สึก
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!