“ถ้าคุณคิดว่าการเดินชนคนอื่นคือวิธีเรียกร้องความสนใจที่ได้ผล ผมบอกไว้ตรงนี้เลยว่าคุณคิดผิดถนัด รันต์รวี”
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดของคิมหันต์ดังขึ้นเหนือศีรษะ มือหนาที่คว้าต้นแขนของผมไว้มั่นไม่ได้มีทีท่าว่าจะปล่อยง่ายๆ กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อหรูประจำตัวเขาที่ผสมกับกลิ่นไอความเย็นจากเครื่องปรับอากาศในออฟฟิศชวนให้สติผมกระเจิดกระเจิงไปชั่วขณะ
ผมเงยหน้าขึ้นสบตาคนปากร้ายที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า พยายามดึงสติกลับมาแล้วสะบัดแขนออกอย่างไม่ยี่หระ “หลงตัวเองไปหน่อยไหมครับเฮีย? ผมแค่เดินรีบเพราะงานด่วน ไม่ได้มีเวลามาเล่นเกมไล่จับกับคนว่างงานอย่างเฮียหรอก”
“งานด่วน?” คิมหันต์เลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้น มุมปากกระตุกยิ้มเย้ยหยัน “งานที่ว่าคือการเดินก้มหน้าก้มตาอ่านแฟ้มจนไม่ดูทางเนี่ยนะ? ถ้าผมไม่คว้าคุณไว้ ป่านนี้คุณคงลงไปกองกับพื้นให้พนักงานคนอื่นสมน้ำหน้าเล่นแล้ว”
“ถึงผมจะล้ม ผมก็ไม่ร้องขอความช่วยเหลือจากคุณหรอกครับ” ผมตอกกลับทันควัน ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบคู่นั้น
เหตุการณ์เกิดขึ้นไวเกินกว่าจะตั้งตัว พื้นกระเบื้องขัดมันของบริษัทที่ดูเหมือนจะไร้อุปสรรค กลับกลายเป็นกับดักชั้นดีเมื่อรองเท้าส้นสูงของผมเกี่ยวเข้ากับพรมเช็ดเท้าที่วางไม่สนิท ร่างของผมเสียหลักจนหงายหลังวูบ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดสั่งให้ผมคว้าทุกอย่างที่อยู่ใกล้ตัวไว้แน่น และ ‘เป้าหมาย’ นั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากปกเสื้อสูทเนื้อดีของท่านประธานผู้แสนเย็นชา
“ว้าย!”
แรงกระชากของผมทำให้คิมหันต์ที่ตั้งหลักอยู่แล้วเซถลาเข้ามาตามแรงดึง แผ่นอกกว้างที่ผ่านการออกกำลังกายมาอย่างดีปะทะเข้ากับร่างกายของผมเต็มแรง สองมือแกร่งของเขาคว้าหมับเข้าที่เอวคอดของผมโดยอัตโนมัติเพื่อพยุงให้ทรงตัวอยู่ได้
โลกทั้งใบดูเหมือนจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ จังหวะหัวใจของผมเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความตกใจจากอุบัติเหตุ แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้จนปลายจมูกของเราแทบจะแตะกัน กลิ่นหอมจางๆ จากกายเขาอบอวลอยู่รอบตัว ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่เหนือใบหน้า
คิมหันต์ชะงักไป ดวงตาที่เคยดุดันและเย็นชาบัดนี้สั่นไหววูบหนึ่ง เขายังคงประคองกอดผมไว้แน่นในท่าที่ล่อแหลมและชวนให้คนเดินผ่านไปมาเข้าใจผิดได้ง่ายๆ มือของเขาที่สัมผัสผ่านเนื้อผ้าบางเบาของเสื้อเชิ้ตให้ความรู้สึกร้อนผ่าวจนผมต้องกลั้นหายใจ
“ปล่อยสิครับ...” เสียงของผมเบาหวิวราวกับไม่มีแรงจะต้านทาน
“คุณเป็นคนเริ่มก่อนนะรัน...” คิมหันต์กระซิบตอบ เสียงของเขาไม่ได้ฟังดูเกรี้ยวกราดเหมือนทุกครั้ง แต่มันกลับแฝงไปด้วยความสั่นพร่าที่ทำให้ผมใจสั่นโดยไม่รู้ตัว มือของเขากระชับแน่นขึ้นอีกนิด บังคับให้ร่างของเราแนบชิดกันจนไม่เหลือช่องว่าง
ท่ามกลางความเงียบที่ปกคลุมไปทั่วโถงทางเดิน สายตาของเขากวาดมองใบหน้าของผมอย่างถือวิสาสะ ไล่ตั้งแต่ดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความประหม่า มาจนถึงริมฝีปากที่ผมเม้มเข้าหากันแน่น ความซึนเดระที่เคยพอกพูนไว้เหมือนจะพังทลายลงในวินาทีนี้นี่เอง
“เฮียคิมครับ เอกสารที่ต้อง...” เสียงของกรณ์ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวที่ผิดจังหวะที่สุดในโลก
คิมหันต์ผละตัวออกทันทีราวกับถูกไฟช็อต เขาสะบัดสูทของตัวเองให้เข้าที่ด้วยท่าทางหงุดหงิดเหมือนต้องการกลบเกลื่อนความวุ่นวายในใจ ร่างสูงเดินเลี่ยงไปทางอื่นโดยไม่หันกลับมามองผมแม้แต่นิดเดียว ทิ้งให้ผมยืนงงอยู่กลางทางเดิน พร้อมกับเสียงหัวใจที่ยังเต้นไม่เป็นจังหวะ
“โอ้โห... นี่ผมพลาดอะไรไปหรือเปล่าเนี่ย?” กรณ์เดินเข้ามาใกล้พร้อมรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม “หน้าตาเฮียคิมดูตื่นเต้นผิดปกตินะ เหมือนเพิ่งโดนแมวข่วนหัวใจมายังไงยังงั้น”
“เพ้อเจ้อครับคุณกรณ์” ผมรีบเก็บแฟ้มงานที่ตกกระจายบนพื้นขึ้นมา “เมื่อกี้มันแค่อุบัติเหตุ ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น”
“อุบัติเหตุหรือจงใจ ก็ดูจากแววตาที่มองคุณเมื่อกี้สิ...” กรณ์ขยิบตาให้ “รู้ไหมรัน ปกติเฮียคิมน่ะเกลียดการโดนตัวคนอื่นจะตายไป แต่นี่... เขาประคองคุณไว้ตั้งนานสองนาน แถมนิ้วยังเผลอคลึงที่เอวคุณซะแน่นเชียว”
ผมไม่ตอบโต้ แต่ใบหน้ากลับร้อนผ่าวจนแทบจะระเบิดออก ผมรู้ดีว่าคิมหันต์ไม่ได้เป็นคนใจดีขนาดที่จะช่วยใครโดยไม่หวังผล แต่สัมผัสที่ค้างคาอยู่บนผิวหนังนั่น... มันไม่ใช่แค่ความช่วยเหลือ แต่มันคือความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามปิดบังไว้ภายใต้หน้ากากปากร้ายนั่น
ขณะที่ผมกำลังจะเดินหนีเข้าลิฟต์ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับการปรากฏตัวของ 'มีน' หญิงสาวที่คิมหันต์มักจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เธอเดินเข้ามาใกล้ด้วยท่าทีคุกคาม ดวงตาที่กรีดอายไลเนอร์คมกริบมองผมอย่างไม่เป็นมิตร
“รันต์รวี... ฉันว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันหน่อยนะ” มีนกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแต่แฝงไปด้วยความเย็นชา “เกี่ยวกับโปรเจกต์ใหม่ที่คุณกำลังทำอยู่”
ผมชะงัก หันไปเผชิญหน้ากับเธอด้วยความนิ่งสงบ “เรื่องงานคุยได้เสมอครับคุณมีน แต่ถ้าเรื่องส่วนตัว... ผมคงไม่มีเวลาพอ”
“มันไม่ใช่เรื่องส่วนตัวธรรมดา แต่มันเป็นเรื่องที่ฉัน ‘ไม่ยอม’ ให้ใครหน้าไหนมาแย่งสิ่งที่ควรจะเป็นของฉันไป” เธอเน้นคำด้วยสายตาที่จ้องมองทะลุปรุโปร่ง “โดยเฉพาะคนอย่างคุณที่ชอบใช้ความอ่อนแอเข้าหาเฮียคิม”
ทันใดนั้น เสียงประตูห้องทำงานใหญ่ที่อยู่ถัดไปไม่กี่เมตรก็เปิดออก คิมหันต์ก้าวออกมาด้วยใบหน้าเรียบตึง เขาเดินตรงมาที่พวกเราก่อนจะแทรกตัวเข้ามาคั่นกลางระหว่างผมกับมีน ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองเราทั้งคู่ก่อนจะหยุดลงที่ผม
“มีน... ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามายุ่งกับงานของรัน” เสียงของคิมหันต์เย็นเฉียบจนบรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลงทันที “ถ้าคุณยังไม่หยุดทำตัวไร้สาระแบบนี้ ผมคงต้องขอให้คุณออกจากห้องทำงานของผมเดี๋ยวนี้”
มีนหน้าเสียไปชั่วครู่ก่อนจะแค่นยิ้ม “เฮียคิมปกป้องเขาเหรอคะ? ทั้งที่เขาพยายามอ่อยเฮียเมื่อกี้เนี่ยนะ?”
คิมหันต์ไม่ตอบโต้ แต่เขากลับคว้าข้อมือผมแล้วออกแรงดึงให้เดินตามเขาไปโดยไม่สนสายตาของใคร “ไปกับผม... เรามีเรื่องต้องเคลียร์กันให้จบเรื่องการจัดวางโปรเจกต์”
ลิฟต์ตัวส่วนตัวเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ทิ้งความโกลาหลเบื้องหลังไว้ ผมพยายามจะดึงมือออกแต่เขากลับกำแน่นขึ้น “ปล่อยผมได้แล้วครับเฮียคิม คนอื่นเขาเห็นกันหมดแล้ว”
“ปล่อยให้เห็นไปสิ” เขาหันมาจ้องหน้าผม สันกรามของเขาขบแน่น “ในเมื่อคุณชอบทำให้ผมหึงจนแทบบ้าอยู่ทุกวัน ก็ควรได้รับรางวัลเป็นการตกเป็นเป้าสายตาบ้างไม่ใช่เหรอ?”
หัวใจผมหยุดเต้นไปจังหวะหนึ่ง ‘หึง’? เขาพูดว่าเขาหึงผมอย่างนั้นหรือ?
ลิฟต์หยุดนิ่ง ประตูเปิดออกเผยให้เห็นพื้นที่สำนักงานชั้นบนสุดที่เงียบสงัด คิมหันต์ลากผมเข้าไปในห้องทำงานของเขา ก่อนจะปิดประตูเสียงดังสนั่นแล้วดันตัวผมให้ติดกับบานประตูไม้บานใหญ่ สองแขนแกร่งกักขังผมไว้ในอ้อมกอดที่ดูเหมือนจะแน่นหนากว่าทุกครั้ง
“เมื่อกี้... ที่กอดน่ะ” เขาขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นรดที่ข้างแก้มผม “ผมไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยคุณไปหรอกนะ”
ก่อนที่ผมจะได้โต้ตอบอะไร ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต... ร่างของมีนยืนอยู่ตรงนั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น พร้อมกับกล้องในมือที่เพิ่งจะกดชัตเตอร์ไปเมื่อครู่นี้
“ภาพนี้... น่าจะขายดีนะคิมหันต์ ว่าที่ประธานบริษัทมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับดีไซเนอร์ที่เพิ่งเข้าทำงานได้ไม่นาน”
จอมยุทธ์เสื้อแพรขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเฮียคิมและรันต์รวีมาถึงตอนที่ 15 นะครับ
สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้•ตอนที่ 15
กอดนั้นไม่ได้ตั้งใจ
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!