สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้•ตอนที่ 21

ความลับที่ถูกเปิด

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
"เฮียคิม! เอกสารด่วนจาก... เฮ้ย! กูเข้ามาขัดจังหวะอะไรมึงสองคนหรือเปล่าเนี่ย!" เสียงโวยวายพร้อมกับร่างของกรณ์ที่พรวดพราดเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัว ทำเอาบรรยากาศที่กำลังระอุระหว่างคนทั้งสองต้องสะดุดกึกลงทันที รันต์รวีรีบดีดตัวถอยห่างจากอ้อมแขนที่กักขังเธอไว้บนโต๊ะทำงาน ใบหน้าเรียวสวยขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเคอะเขินปนฮึดฮัด เธอตวัดสายตาดุใส่ประธานหนุ่มผู้เป็นต้นเหตุที่ทำเอาเธอเกือบเสียอาการเมื่อครู่ ก่อนจะคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะแล้วก้าวฉับๆ เดินเลี่ยงผ่านหน้ากรณ์ออกไปโดยไม่แม้แต่จะชายตากลับมามอง คิมหันต์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ใบหน้าคมคายบึ้งตึงขึ้นมาทันทีเมื่อเหยื่อตัวแสบหลุดมือไปได้ ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีย์หันไปจ้องเขม็งใส่เพื่อนสนิทที่ยืนเกาหัวแกรกๆ ทำหน้าไม่ถูกอยู่หน้าประตู "มึงมีตาหามีแววไม่วะไอ้กรณ์" คิมหันต์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงเรียบสนิทแต่น่ากลัวเป็นบ้า "โห เฮีย ใครจะไปรู้ว่าคนงานยุ่งอย่างประธานคิมจะมาทำมุมุอะไรกันกลางวันแสกๆ แล้วนั่น... น้องรันหน้าแดงแจ๋เลยนะเว้ย มึงไปแกล้งอะไรน้องเขาอีกละ" กรณ์ยิ้มแห้งๆ พางก้าวถอยหลังทีละก้าวเมื่อเห็นรังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างของเพื่อนสนิท "เรื่องของกู" คิมหันต์กระแทกเสียงใส่ หยิบปากกาขึ้นมาหมุนเล่นในมือเพื่อข่มอารมณ์กรุ่นโกรธที่ยังค้างคา "มีอะไร ว่ามา" กรณ์ปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้นเมื่อเห็นว่าเพื่อนเริ่มอารมณ์ไม่ดี "เรื่องที่มึงให้กูไปสืบเรื่องของมีน... กับเรื่องเบื้องหลังของรันที่บริษัทเก่า ตอนนี้ได้เรื่องแล้ววะ แต่อันหลังนี่... ค่อนข้างน่าปวดหัวหน่อย" คิ้วหนาของคิมหันต์ขมวดเข้าหากันทันที เขาวางปากกาลงบนโต๊ะเสียงดัง "ว่ามา" "มีนมันไม่ได้แค่พยายามเข้ามาป่วนเฉยๆ แต่มันไปกราบกรานขอข้อมูลเก่าของรันมาจากพวกเอเจนซี่คู่แข่ง เพื่อเอามาปล่อยข่าวโจมตีว่าผลงานดีไซน์คอลเลกชันล่าสุดของรันเป็นงานลอกเลียนแบบ... มันตั้งใจจะดิสเครดิตน้องรันให้พังคามือในงานอีเวนต์สัปดาห์หน้านี้แหละ" กรณ์เว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะมองหน้าเพื่อนสนิทด้วยสีหน้าหนักใจ "แต่เรื่องที่แย่กว่านั้น... คือปมในอดีตของรัน" "ปمอะไร" คิมหันต์ถามเสียงต่ำ แววตาคมกริบฉายแววอันตรายขึ้นมาวูบหนึ่ง "ตอนที่รันยังทำงานอยู่ที่บริษัทเดิม น้องเคยโดนใส่ร้ายเรื่องขโมยแบบดีไซน์จนเกือบหมดอนาคตในวงการ ทั้งที่จริงแล้วคนทำคือรุ่นพี่ในทีม แต่เพราะตอนนั้นรันยังเด็กและไม่มีเส้นสาย เลยต้องจำใจรับสภาพลาออกเงียบๆ เพื่อจบปัญหา... เรื่องนี้ถูกเก็บเป็นความลับในวงแคบมาก แต่ไอ้มีนมันไปขุดคุ้ยเจอจากไหนไม่รู้ มันเตรียมจะเอาเรื่องนี้มาแฉกลางงานแถลงข่าวใหญ่โต เพื่อเหยียบรันให้จมดินไม่ให้ได้ผุดได้เกิดในวงการดีไซน์อีกเลย" สิ้นคำพูดของกรณ์ อุณหภูมิในห้องทำงานกว้างราวกับติดลบลงในพริบตา คิมหันต์นิ่งเงียบไปแต่นั่นคือสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุด กรามแกร่งขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ดวงตาคมดุจพญาเหยี่ยวหรี่แคบลง รังสีความโกรธเกรี้ยวแผ่พุ่งออกมาจนกรณ์ที่คบหากันมานานยังต้องกลืนน้ำลายเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตูเตรียมเผ่น "มันกล้ามากสินะ..." คิมหันต์แค่นหัวionเสียงต่ำ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนโต๊ะทำงานสั่นสะเทือนเล็กน้อย มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "แค่ผู้หญิงคนเดียว กล้าเล่นถึงขนาดทำลายอนาคตคนอื่นแบบนี้... คงอยู่อย่างสงบสุขบนโลกนี้ไม่ได้แล้วล่ะมั้ง" "เฮีย ใจเย็นก่อน มึงจะทำอะไร" กรณ์รีบเบรก "กูไม่ได้ทำอะไรหรอกไอ้กรณ์..." คิมหันต์หันมามองเพื่อนสนิทด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่ไปไม่ถึงดวงตา "แต่กูจะทำให้คนที่มันคิดเหยียบรัน... ได้รู้ซึ้งว่านรกบนดินมันเป็นยังไง" ในขณะเดียวกัน ที่ห้องพักดีไซเนอร์ชั้นใน รันต์รวีฃกำลังยืนมองหน้าจอแท็บเล็ตของตัวเองด้วยความรู้สึกหน่วงในอก ข่าวลือซุบซิบเริ่มหลุดลอดออกมาตามฟอรัมออกแบบชื่อดัง แม้จะยังไม่มีการระบุชื่อตรงๆ แต่เนื้อหากลับพุ่งเป้ามาที่เธออย่างชัดเจน—เรื่องอดีตที่เธอพยายามฝังกลบมันมาตลอดหลายปี กำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานอีกครั้งเพื่อหวังทำลายทุกหยาดหยดของความพยายามที่เธอสร้างมา นิเรียวเรียวกำแท็บเล็ต in มือแน่นจนข้อต่องอขาวซีด ความรู้สึกเจ็บปวด คับแค้นใจ และความโดดเดี่ยวถาโถมเข้ามาในอกจนหายใจแทบไม่ออก เธอยืนหยัดสู้กับคนพวกนี้มาตลอด ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ไม่เคยร้องขอความเห็นใจจากใคร แต่พอนึกถึงสายตาหรือคำพูดดูถูกที่อาจจะถาโถมเข้ามาในอนาคตอันใกล้นี้ หัวใจดวงน้อยก็สั่นไหวอย่างควบคุมไม่อยู่ ก๊อกๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองทริปสั้นๆ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มจะผลักเข้ามาโดยไม่รอให้อนุญาต รันต์รวีสะดุ้งรีบเงยหน้าขึ้นมอง แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยปากไล่ คิมหันต์ก็ก้าวยาวๆ เข้ามาประชิดตัว ใช้มือหนาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แล้วดึงให้ลุกขึ้นยืนประชิดอกเขา "เฮีย! ทำอะไรเนี่ย ปล่อยนะ!" รันโวยวาย พยายามสะบัดข้อมือออกแต่แรงของเธอกลับสู้เขาไม่ได้เลย "เงียบ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งสั้นๆ แต่น้ำเสียงจริงจังและแววตาที่มองมาทำให้รันถึงกับชะงัก เธอนิ่งอึ้งเมื่อเห็นประกายความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเกรี้ยวกราดในดวงตาคู่นั้น มันไม่ใช่สายตาสมเพช หรือสายตาจับผิด... แต่มันคือสายตาของคนที่พร้อมจะพังทุกอย่างเพื่อปกป้องเธอ "รู้เรื่องแล้วใช่ไหม" คิมหันต์เอ่ยถามเสียงเรียบแต่นัยน์ตากลับลุกโชนไปด้วยไฟโทสะ รันเม้มริมฝีปากแน่น เบนสายตาหลบวูบหนึ่งก่อนจะเชิดหน้าขึ้นตามนิสัยเดิม "รู้แล้วยังไงคะ... มันเรื่องของฉัน คุณไม่ต้องมายุ่งหรอกน่า ฉันจัดการเองได้" "จัดการเอง?" คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอด้วยความหงุดหงิด มือหนาเลื่อนขึ้นมาประคองกรอบหน้าเรียวบังคับให้เเววตาคู่นั้นสบตากับเขาตรงๆ "จัดการเองแบบที่ยืนหน้าซีดอยู่คนเดียวเนี่ยนะ รันต์รวี... เธอคิดว่าตัวเองเป็นซูเปอร์ฮีโร่มาจากไหน ถึงแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียววะ" หัวใจของรันกระตุกวูบ คำพูดห้วนๆ ปากร้ายๆ ตามสไตล์เขา แต่กลับเจือไปด้วยความห่วงใยที่ล้นปรี่จนเธอตั้งรับไม่ทัน ขอบตาที่เคยแห้งผากกลับร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ความเข้มแข็งที่พยายามสร้างมาตลอดพังทลายลงในพริบตาเพียงแค่ปลายนิ้วอุ่นของเขาที่เกลี่ยไล้เบาๆ บริเวณโหนกแก้ม "ฮ...เฮีย..." เสียงของเธอสั่นพร่าโดยไม่รู้ตัว "จำไว้..." คิมหันต์โน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากชิดติดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียน น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและหนักแน่นจนสลักลงไปในหัวใจของคนฟัง "เธอไม่ใช่คนตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว... อยากจะสู้กับใคร อยากจะฟาดกับใคร เชิญตามสบาย" คิมหันต์เว้นจังหวะ ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เริ่มคลอหน่วยด้วยหยาดน้ำใส "แต่ถ้าใครมันกล้าล้ำเส้นคิดทำลายเธอ... คนแรกที่จะซัดมันให้จมดิน ก็คือฉันนี่แหละ" ยังไม่ทันที่รันจะได้ซึมซับความอบอุ่นและหัวใจที่เต้นรำพันระรัวในอก เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของเธอก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศ รันเหลือบมองหน้าจอที่แสดงเบอร์แปลก แต่คิมหันต์กลับเป็นฝ่ายยื่นมือไปคว้ามันขึ้นมาเสียเอง ประธานหนุ่มกดรับสายแล้วเปิดสปีกเกอร์โฟนทันทีด้วยสีหน้าเรียบเฉย "สวัสดีครับ ประธานคิมใช่ไหมครับ... พอดีผมโทรมาจากกองบรรณาธิการข่าวบันเทิงธุรกิจ มีคนส่งเอกสารลับเกี่ยวกับประวัติเบื้องหลังของคุณรันต์รวีมาให้เรา ทางเรากำลังจะตีพิมพ์ตีแผ่เรื่องนี้ในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า ไม่ทราบว่าทางคุณคิมในฐานะผู้บริหารมีอะไรจะชี้แจงไหมครับ..." เสียงปลายสายเอ่ยขึ้นอย่างลอยชายและเต็มไปด้วยความท้าทาย รันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หน้าซีดเผือดลงทันทีเพราะทุกอย่างเร็วกว่าที่คิดไว้มาก ทว่า คิมหันต์กลับไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย มุมปากหนายกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่รันเคยเห็นมา ดวงตาคมกริบมองตรงไปข้างหน้าขณะที่เอ่ยตอบปลายสายด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งทรงอำนาจ "ตีพิมพ์เลยครับ... แต่อย่าลืมเตรียมทนายส่วนตัวไว้ด้วยนะ เพราะผมเพิ่งสั่งให้ทีมกฎหมายฟ้องเรียกค่าเสียหายข้อหาหมิ่นประมาทและละเมิดสิทธิส่วนบุคคลกับสำนักข่าวของคุณเป็นเงินพันล้าน... และอีกอย่าง..." คิมหันต์หยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองรันที่ยืนอึ้งก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นเฉียบขาด "คนที่ส่งเอกสารนั่นให้พวกคุณ... เตรียมตัวเก็บกระเป๋าออกจากบริษัทผมได้เลย เพราะตอนนี้ผมกำลังยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของมันพอดี" ************************************************** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "จอมยุทธ์เสื้อแพร" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%