สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้•ตอนที่ 31

วิกฤตธุรกิจครอบครัว

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
กระดาษรายงานงบการเงินแผ่นบางในมือรันต์รวีสั่นน้อย ๆ ไม่ใช่เพราะความหนาวเย็นจากเครื่องปรับอากาศในห้องทำงาน แต่เป็นเพราะตัวเลขสีแดงฉานที่ปรากฏหราอยู่เบื้องหน้า ตัวเลขที่บ่งบอกถึงความพินาศย่อยับของโปรเจกต์ใหญ่ประจำไตรมาส *‘เกมเพิ่งเริ่มนะรันต์รวี... คนที่เฮียคิมรักที่สุด จะเป็นคนแรกที่พังทลายเพราะเขาเอง’* คำพูดของมีนยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ราวกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยจากขุมนรก หุ้นส่วนรายใหญ่ถอนทุนออกกะทันหัน วัตถุดิบเกรดพรีเมียมที่สั่งนำเข้าถูกยกเลิกสัญญาโดยไม่ทราบสาเหตุ และที่แย่ที่สุดคือ ข้อมูลการออกแบบคอลเลกชันใหม่ล่าสุดถูกปล่อยสู่สาธารณะโดยฝีมือของใครบางคนภายในบริษัท ปัง! ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่เคาะขออนุญาต รันต์รวีสะดุ้งเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาแข็งกร้าวที่พยายามซ่อนความหวั่นไหว "คุณคิมหันต์..." รันต์รวีเอ่ยชื่อนั้นลอดไรฟัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงอัดอั้น "ถ้าคุณจะมาซ้ำเติมเรื่องหุ้นส่วนถอนตัว หรือเรื่องที่บริษัทฉันกำลังจะล้มละลาย กรุณาออกไปครับ ผมไม่มีอารมณ์มาเล่นเกมประสาทกับคุณ" คิมหันต์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับกวาดมองเอกสารบนโต๊ะด้วยความรวดเร็ว รังสีความกดดันรอบตัวผู้ชายคนนี้พุ่งสูงเสียดฟ้าจนน่ากลัว แต่สิ่งที่อยู่ในแววตาของประธานหนุ่มเวลานี้ กลับไม่ใช่ความสะใจอย่างที่ควรจะเป็น... แต่มันคือประกายความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจุดขึ้นเพื่อปกป้องใครบางคน "คิดว่าฉันว่างมากจนต้องถ่อสังขารมาดูคนปากเก่งนั่งร้องไห้งั้นเหรอ" คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ เดินตรงเข้ามาหยุดยืนค้ำโต๊ะทำงานของอีกฝ่าย ร่างสูงใหญ่กดสายตามองลงมาด้วยความถือดี "บริษัทเธอกำลังจะพังคาตาอยู่แล้ว ยังมีแก่ใจมานั่งปั้นปึ่งใสฉันอีกรึไง รันต์รวี" "เรื่องของผม!" รันต์รวีลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าอีกฝ่ายอยู่ช่วงตัว แต่แววตาที่จ้องตอบกลับไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย "ต่อให้บริษัทนี้เหลือแค่ชื่อ ผมก็ไม่เคยคิดจะก้มหัวขอความช่วยเหลือจากคุณ! โดยเฉพาะจากคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้!" "คิดว่าฉันทำงั้นเหรอ?" คิมหันต์หรี่ตาลงอันตราย เขายื่นมือหนาออกไปคว้าคางบางให้เงยขึ้นสบตา บังคับให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงความจริงจังที่ซ่อนอยู่ใต้คำพูดเชือดเฉือน "ถ้าฉันอยากเล่นงานเธอ ฉันไม่ใช้วิธีสกปรกแบบนั้นแน่... และถ้าฉันอยากได้เธอคืนมา ฉันมีวิธีที่ดีกว่าการทำลายสิ่งที่เธอรักร้อยเท่า" ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด หัวใจของรันต์รวีเต้นกระหน่ำจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน แม้ปากจะบอกว่าเกลียดนักหนา แต่สัมผัสจากปลายนิ้วหยาบที่เกลี่ยอยู่ข้างแก้มกลับสร้างความสั่นไหวที่ควบคุมไม่ได้ "ปล่อย..." รันต์รวีปัดมืออีกฝ่ายออกอย่างแรง ถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง "คุณจะพูดอะไรก็เชิญ แต่จำไว้ว่าผมไม่ใช่ของเล่นของคุณ คิมหันต์" คิมหันต์มองท่าทีพยศนั้นด้วยความรู้สึกที่ตีกันยุ่งเหยิงในอก ความเป็นห่วงที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีปากร้ายกำลังจะระเบิดออกมา เมื่อเขารู้ดีว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเกมสกปรกนี้คือใคร และเป้าหมายที่แท้จริงของมันคือการเหยียบย่ำหัวใจของคนที่เขารัก "ดื้อด้านไม่เปลี่ยน" คิมหันต์ถอนหายใจยาว ยอมลดท่าทีคุกคามลงเล็กน้อย ก่อนจะโยนแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะทำงานของรันต์รวีเสียงดังทึบ รันต์รวีขมวดคิ้วมองเอกสารนั้น "นี่อะไร?" "สัญญาค้ำประกัน และรายชื่อนักลงทุนกลุ่มใหม่ที่จะเข้ามาซื้อหุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ของบริษัทเธอพรุ่งนี้เช้า" คิมหันต์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งแววตาหยอกล้อเหมือนทุกที "รวมถึงหลักฐานทั้งหมดที่มัดตัวคนทรยศภายในบริษัทเธอ... ฉันหามาให้หมดแล้ว" รันต์รวีชะงัก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ รีบหยิบแฟ้มขึ้นมาเปิดดู รายชื่อบริษัทและตัวเลขเม็ดเงินมหาศาลปรากฏอยู่ตรงหน้า พร้อมกับแฟลชไดรฟ์บรรจุหลักฐานการทุจริตของรองผู้จัดการฝ่ายการตลาดที่เพิ่งยื่นใบลาออกไป "ทำไม..." รันต์รวีเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ "คุณทำแบบนี้ทำไม ในเมื่อเราเป็นคู่แข่งกัน... ทำไมถึงช่วยผม?" คิมหันต์แค่นยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนเคย แต่เต็มไปด้วยความดุดันและจริงจังจนน่าใจหาย เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวรันต์รวีอีกครั้ง จนแผ่นหลังของร่างบางชนเข้ากับชั้นหนังสือด้านหลัง ไร้ซึ่งทางหนี "เพราะฉันเกลียดเวลาเห็นใครหน้าไหนมารังแกของสำคัญของฉัน" คิมหันต์ก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าสั่นสะท้อนในความเงียบ "และจำใส่สมองไว้รันต์รวี... ต่อให้บริษัทเธอเจ๊งจนไม่เหลืออะไร คนที่จะมีสิทธิ์เขี่ยเธอให้จมดิน หรืออุ้มเธอขึ้นมาไว้บนจุดสูงสุดได้ มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น" รันต์รวีตัวชาหนึบ สมองขาวโพลนกับคำว่า 'ของสำคัญ' ที่หลุดออกมาจากปากคนปากร้าย หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ความโกรธขึงเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความร้อนผ่าวบนพวงแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนที่รันต์รวีจะทันได้เอ่ยปากเถียงเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วขึ้น พร้อมกับร่างของกรณ์ที่ผลักเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก "เฮียคิม! รันต์!" กรณ์หอบหายใจโยนโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะกลางห้อง หน้าจอแสดงข่าวพาดหัวร้อนแรงที่กำลังสั่นสะเทือนวงการธุรกิจ "ฉิบหายแล้ว... ตอนนี้มีคนปล่อยข่าวปลอมว่าบริษัทของรันกำลังจะล้มละลาย และตลาดหลักทรัพย์กำลังจะระงับการซื้อขายหุ้นฉุกเฉิน!" คิมหันต์ผละตัวออกจากรันต์รวีช้า ๆ แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันในเสี้ยววินาที ร่างสูงหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาด้วยท่าทีนิ่งสงบ น่ากลัวราวกับพายุก่อนฝนฟ้าคะนอง "ปล่อยให้พวกมันเล่นสนุกไปก่อน..." คิมหันต์เอ่ยเสียงเหี้ยม เก๊กท่าทางเย็นชาแต่นัยน์ตากลับกวาดมองรันต์รวีด้วยความห่วงใยที่ปิดไม่มิด "เพราะเกมนี้... คนที่จะเป็นคนปิดฉากมัน ไม่ใช่พวกมันแน่" แต่ในวินาทีที่คิมหันต์กำลังจะกดโทรศัพท์สั่งการลูกน้องเพื่อกอบกู้สถานการณ์ ประตูห้องทำงานชั้นในที่เชื่อมกับระเบียงกระจกด้านหลังก็ส่งเสียง 'คลิก' เบา ๆ พร้อมกับเงาร่างคุ้นตาของใครบางคนก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ... -------------------------------------------------- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของจอมยุทธ์เสื้อแพรมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%