“คุณจะมองผมแบบนั้นไปถึงไหนรัน ถ้าคิดว่าสายตาพิฆาตจะทำให้ผมคายความลับออกมาได้ ก็บอกเลยว่าเสียเวลาเปล่าครับ”
คิมหันต์เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับบรรยากาศมานานนับนาที เขาขยับตัวนั่งพิงพนักโซฟาหนังราคาแพง แขนข้างหนึ่งวางพาดไปด้านหลังร่างบางของรันต์รวีที่นั่งเกร็งอยู่ข้างกาย หากมองจากมุมหนึ่ง นี่คือภาพคู่รักที่กำลังพักผ่อนหย่อนใจในเพนต์เฮาส์หรูยามค่ำคืน แต่หากมองผ่านนัยน์ตาของคนทั้งคู่ มันคือสมรภูมิที่ยังไม่จบลง
รันเบือนหน้าหนีจากแววตาที่แปรเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความหวามไหวอย่างรวดเร็วของชายหนุ่ม เธอไม่เข้าใจผู้ชายคนนี้เลยสักนิด เดี๋ยวร้ายกาจดุจพายุ เดี๋ยวอ่อนโยนดั่งสายน้ำที่พร้อมจะพัดพาทุกอย่างให้จมดิ่ง
“ฉันแค่สงสัยว่าทำไมคุณถึงเปลี่ยนโหมดเร็วขนาดนั้น” รันเค้นเสียงตอบ “เมื่อกี้ยังทำท่าเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อฉันอยู่เลย พอผ่านไปไม่ถึงห้านาทีกลับมาทำตัวเป็นโบ้... เอ้อ เป็นสุภาพบุรุษซะงั้น”
คิมหันต์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากกระตุกยิ้มที่ดูอย่างไรก็ไม่ใช่ยิ้มที่เป็นมิตร หากแต่เป็นยิ้มแบบที่คนปากร้ายอย่างเขาถนัดนัก “โบ้เหรอ? คำนิยามใหม่เหรอครับรัน ผมว่ามันไม่ค่อยเข้ากับมาดผมเท่าไหร่นะ แต่ถ้าคุณชอบเรียกแบบนั้น... ผมก็จะยอมเป็นหมาให้คุณคนเดียวแล้วกัน”
ประโยคนั้นทำเอารันหน้าร้อนผ่าว เธอรีบหยิบหมอนอิงมากอดไว้แน่นเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า ความใจเต้นแรงที่ควบคุมไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดตัวเองเป็นบ้า
“หลงตัวเอง” รันพึมพำ
“ครับ ผมหลงตัวเอง” เขาขยับกายเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างใบหู “แต่สิ่งที่ผมหลงมากกว่า คือการที่เห็นคุณทำหน้าไม่ถูกเวลาที่ผมรุกหนักๆ แบบนี้”
มือหนาเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนของหญิงสาวออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ต่างจากวาจาจิกกัดโดยสิ้นเชิง รันไม่ได้ผลักไส เธอปล่อยให้ความรู้สึกที่อัดอั้นมาตลอดทั้งวันค่อยๆ ผ่อนคลายลง ภายใต้ความซึนเดระของเฮียคิม มันมีความห่วงใยที่เขามักจะซ่อนไว้ใต้คำพูดร้ายๆ เสมอ
ทั้งคู่จมดิ่งลงสู่ห้วงเวลาแห่งความสงบชั่วคราว รันเอนศีรษะพิงไหล่กว้างของเขา กลิ่นน้ำหอมยาสูบจางๆ ผสมกับกลิ่นไม้หอมจากกายชายหนุ่มทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด แม้จะรู้ดีว่าความสงบนี้เป็นเพียงเปลือกนอกที่ฉาบไว้เหนือภูเขาน้ำแข็งที่รอวันปะทุ
“รัน” คิมหันต์เรียกชื่อเธอเสียงต่ำ “ถ้าหลังจากนี้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น... ไม่ว่าผมจะทำอะไรลงไป ขอให้คุณจำไว้แค่ว่า ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายคุณ”
รันเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาคู่สวยสบกับดวงตาคมกริบที่แฝงไปด้วยความกังวลอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน “คุณกำลังจะทำอะไรคิม? หรือว่าเรื่องมีน...”
“อย่าพูดชื่อนั้นเลยครับ” คิมหันต์ขัดขึ้น เสียงของเขาเข้มขึ้นทันที “ตอนนี้แค่มีคุณอยู่ตรงนี้ก็พอแล้ว”
เขาโน้มใบหน้าลงมา ระยะห่างที่ลดน้อยลงจนเหลือเพียงช่องว่างเพียงน้อยนิด รันหลับตาลงรับสัมผัสแผ่วเบาที่แตะแต้มลงบนริมฝีปาก มันไม่ใช่จูบที่เร่าร้อนแต่มันกลับเต็มไปด้วยความโหยหาและความนัยที่ถูกเก็บงำไว้ในใจของคนปากแข็งทั้งสอง
ทว่า... ความหวานชื่นนั้นกลับถูกทำลายลงในเสี้ยววินาที
*ปัง!*
เสียงประตูด้านนอกถูกเปิดออกด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่เดินตรงเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ คิมหันต์ผละตัวออกทันที ใบหน้าของเขากลับมาเรียบเฉยเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกอีกครั้ง
“เฮียคิม! ทำไมไม่รับสายผม!”
เสียงของกรณ์ดังลั่นเข้ามาในห้องนั่งเล่น ชายหนุ่มเพื่อนสนิทวิ่งหน้าตื่นเข้ามา สีหน้าดูวิตกกังวลจนผิดสังเกต เขาหยุดยืนหอบหายใจอยู่หน้าโซฟา ก่อนจะมองรันด้วยสายตาที่แสดงความขอโทษเล็กน้อย “รัน... ผมต้องขอโทษจริงๆ ที่ต้องมาขัดจังหวะ แต่สถานการณ์มันแย่แล้ว”
คิมหันต์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือล้วงกระเป๋ากางเกง สายตาคมกริบมองไปยังมือถือของเพื่อนที่สั่นไม่หยุด “มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น”
กรณ์ส่งแท็บเล็ตในมือให้คิมหันต์ดู หน้าจอแสดงกราฟหุ้นของบริษัทที่กำลังดิ่งลงเหว รวมถึงข่าวลือในโลกโซเชียลที่กำลังลามไปเหมือนไฟไหม้ฟาง
“มีคนปล่อยภาพหลุดของ ‘โครงการลับ’ ที่คุณกับรันทำร่วมกัน... แถมยังบิดเบือนข้อมูลว่ารันแอบขายความลับบริษัทให้ฝั่งคู่แข่ง ข่าวนี้ถูกปั่นจนเป็นประเด็นร้อนในตลาดหุ้นตอนนี้ และดูเหมือนว่า... ฝ่ายกฎหมายของบริษัทคู่แข่งกำลังเดินทางมาที่นี่เพื่ออายัดงานของคุณแล้วครับ!”
คิมหันต์อ่านข้อมูลบนหน้าจอ ความเย็นชาในดวงตาเปลี่ยนเป็นความเดือดดาลที่รุนแรงจนรันรู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงข้างกาย
รันหน้าซีดเผือด เธอไม่ได้กังวลเรื่องงาน แต่เธอรู้ดีว่านี่คือการเปิดฉาก ‘พายุใหญ่’ ที่ถูกวางแผนมาเป็นอย่างดี และเป้าหมายของมันไม่ได้มีแค่ชื่อเสียงของบริษัท แต่มันคือการทำลายความเชื่อใจระหว่างเขากับเธอให้ย่อยยับลงไปตลอดกาล
คิมหันต์หันมาสบตารัน แววตาของเขาสั่นไหวครู่หนึ่งก่อนจะหันไปหากรณ์ด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว “เตรียมรถ... เราจะไปที่บริษัทเดี๋ยวนี้”
เขาคว้าข้อมือรันไว้แน่น สายตาที่ส่งมาให้เธอในวินาทีนี้... มันคือคำมั่นสัญญา หรือคือการบอกลา?
ความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวปกคลุมทั่วเพนต์เฮาส์ ก่อนที่เสียงโทรศัพท์ของรันจะแผดเสียงดังขึ้นในความเงียบ เมื่อเธอเหลือบมองหน้าจอ หัวใจของเธอก็แทบหยุดเต้น... สายเรียกเข้าคือ ‘มีน’ พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ส่งตามมา
*‘เกมเพิ่งเริ่มนะรันต์รวี... คนที่เฮียคิมรักที่สุด จะเป็นคนแรกที่พังทลายเพราะเขาเอง’*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางมาจนถึงตอนนี้นะครับ หากอยากทราบว่าคิมหันต์จะปกป้องคนของเขาอย่างไร และปมในใจของรันจะถูกขยี้ไปถึงไหน กดตอนถัดไปรอได้เลยครับ!
สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้•ตอนที่ 30
ความสงบก่อนพายุใหญ่
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!