สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้•ตอนที่ 5

ดินเนอร์หน้าชา

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
“ถ้าคุณคิดจะเดินเคียงข้างผมในงานนี้ด้วยชุดที่เหมือนเตรียมมาเดินตลาดนัดสวนจตุจักร ผมเกรงว่าคนอื่นเขาจะเข้าใจผิดคิดว่าบริษัทเรากำลังจะล้มละลายจนต้องจ้างเด็กเสิร์ฟพาร์ทไทม์มาควงแก้หน้าล่ะมั้งครับ... รันต์รวี” เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววเย้าแหย่แบบฉบับเจ้าพ่อความกวนประสาท ดังขึ้นเหนือศีรษะท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องแต่งตัวส่วนตัวของห้องเสื้อแบรนด์ดังระดับโลก รันต์รวีที่กำลังยืนส่องกระจกสำรวจความเรียบร้อยของชุดสูทสตรีสั่งตัดพิเศษสีเทาเข้มตัดด้วยด้ายเงินระยิบระยับถึงกับตวัดสายตาคมกริบกลับไปมองชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของฉายา ‘ท่านประธานปากปีจอ’ ทันที คิมหันต์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม มือเรียวยาวข้างหนึ่งถือแก้วคริสตัลบรรจุวิскиออน더ร็อค ปลายนิ้วหมุนวนแก้วเบาๆ นัยน์ตาคมกราบกรานสำรวจเรือนร่างระหงของหญิงสาวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา แม้ปากจะพ่นคำพูดระคายหูออกมา แต่ประกายในแววตากลับบอกชัดเจนว่าเขากลืนน้ำลายลงคอไปหลายอึกแล้วกับภาพลักษณ์ที่ทรงพลังและเย้ายวนใจเกินต้านทานของเธอในยามนี้ “ปากแบบนี้นี่แหละครับที่น่าเอาเทปกาวตราช้างมาผนึกไว้สักรอบ ถ้อยคำสวยหรูไม่มีในพจนานุกรมของเฮียเลยหรือไง” รันต์รวีหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า รอยยิ้มมุมปากหยักขึ้นเล็กน้อยอย่างท้าทาย เธอเชิดคางขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ “ชุดนี้ราคาครึ่งล้านนะครับเฮีย ถ้าคิดว่ามันเหมือนเด็กเสิร์ฟ ตาของเฮียคงต้องไปตัดแว่นขยายระดับสิบโหลแล้วล่ะ” “ปากเก่งขึ้นทุกวันนะเรา” คิมหันต์วางแก้วลงบนโต๊ะกระจกเสียงดัง ‘กริ๊ก’ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็วที่ทำให้อากาศรอบตัวเหมือนจะเบาบางลง ร่างสูงใหญ่ในชุดสูททักซิโด้สีดำสนิทขับเน้นให้เขาดูราวกับพญาหงส์ที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูผสมผสานกับกลิ่นอายบุรุษเพศลอยเข้าเตะจมูกจนรันต์รวีต้องผถดลมหายใจเข้าโดยไม่รู้ตัว ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่ไม่มีทีท่าว่าจะหลบเลี่ยง “จำไว้... คืนนี้เธอไม่ได้มาในฐานะดีไซเนอร์ แต่มาในฐานะ ‘คนของผม’ เพราะฉะนั้น อย่าทำตัวให้ใครมาเหยียบหน้าได้... โดยเฉพาะพวกไฮโซหน้าเงินที่จะเข้ามาเข้าหาผม จำกฎข้อนี้ให้ขึ้นใจล่ะ” “ห่วงตัวเองเถอะครับเฮีย ระวังจะโดนบรรดาคุณหนูไฮโซรุมทึ้งจนกระดุมสูทหลุดหมดตัวเสียก่อน แล้วค่อยมาบอกผมทีหลัง” รันต์รวีสวนกลับทันควันโดยไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ระยะห่างระหว่างพวกเขาน้อยเสียจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน ความตึงเครียดที่พ่นประกายไฟออกมาได้กลายๆ กำลังแปรเปลี่ยนเป็นเคมีอันตรายที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมจะได้ดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูก็ขัดจังหวะขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของกรณ์เพื่อนสนิทหนุ่มเจ้าสำราญที่เปิดประตูเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม “อุ๊ย... ขอโทษทีครับ ขัดจังหวะโปรโมชั่นกระชับมิตรของท่านประธานกับว่าที่ภรรยา... เอ๊ย ว่าที่คู่ควงออกงานหรือเปล่าเนี่ย” กรณ์เอ่ยแซวพร้อมกับทำท่าปิดตา แต่ปลายนิ้วกลับแยกกว้างจนมองเห็นเหตุการณ์ชัดเจน คิมหันต์ถอยหลังกลับไปตั้งหลักอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมคายตีสีหน้านิ่งเรียบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผิดกับรันต์รวีที่แอบเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อซ่อนความรู้สึกวูบวาบในอกเมื่อครู่ “พูดมากน่าไอ้กรณ์ ถ้ามึงยังไม่อยากโดนกูถีบตกตึกตั้งแต่ยังไม่ทันได้เหยียบพรมแดงงานการกุศลคืนนี้ ก็หุบปากแล้วนำทางไปได้แล้ว” คิมหันต์เอ่ยเสียงเข้ม พลางจัดกระดุมเสื้อสูทของตนเองให้เข้าที่ ก่อนจะหันมามองหญิงสาวข้างกาย “ไปกันได้แล้วครับ... คนสวย” งานกุศลประจำปีของมูลนิธิชื่อดังจัดขึ้น ณ ห้องจัดเลี้ยงแกรนด์บอลรูมของโรงแรมหรูใจกลางเมือง แสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลระยิบระยับสะท้อนกับชุดราตรีราคาแพงและเครื่องเพชรระยับตาของบรรดาเซเลบและนักธุรกิจแถวหน้า ทันทีที่ร่างสูงสง่าของคิมหันต์ก้าวเข้ามาพร้อมกับรันต์รวีที่คล้องแขนเขาไว้ สายตาทุกคู่ในงานก็พากันจับจ้องมาเป็นจุดเดียว เสียงกระซิบกระซาบดังเซ็งแซ่ทั่วห้องโถง ใครๆ ก็รู้ว่าคิมหันต์ ประธานหนุ่มผู้เย็นชาและขึ้นชื่อเรื่องความไร้หัวใจในเรื่องความรัก ไม่เคยควงใครออกงานสังคมอย่างเป็นทางการมานานหลายปี แต่วันนี้เขากลับควงหญิงสาวหน้าใหม่ที่ไม่มีใครรู้จัก แถมยังสวยเฉียบคมจนสะกดทุกสายตา “อ้าว... นั่นคุณคิมหันต์นี่คะ” เสียงหวานหยดเยิ้มดังขึ้นพร้อมกับการก้าวเข้ามาขวางทางของ ‘มีน’ หญิงสาวทายาทนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง เธออยู่ในชุดราตรีเกาะอกสีแดงเพลิงที่ตั้งใจอวดสัดส่วนเว้าโค้งอย่างจงใจ รอยยิ้มพราวเสน่ห์ถูกส่งให้ชายหนุ่มก่อนที่สายตาจะกวาดมองรันต์รวีด้วยแววตาดูแคลน “แล้วนี่... ใครกันคะเนี่ย หน้าตาไม่คุ้นเลย หรือว่าเป็นเด็กฝึกงานคนใหม่ที่คุณคิมเก็บมาฝึกงานนอกสถานที่หรือเปล่าคะเนี่ย?” บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะลดอุณหภูมิลงทันที กรณ์ที่ยืนอยู่ถัดไปทำหน้าแหยพร้อมกับเตรียมตัวรับมือกับพายุลูกใหญ่ รันต์รวีไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือน เธอยังคงรักษารอยยิ้มบางๆ บนริมฝีปากอย่างผู้มีมารยาทเหนือชั้น ก่อนจะเอ่ยสวนกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ “สวัสดีครับคุณมีน หน้าตาไม่คุ้นคงไม่แปลกหรอกครับ เพราะปกติผมไม่ได้เดินอยู่ในวงจรอุบาทว์ที่คอยวิ่งตามผู้ชายไปวันๆ เหมือนใครบางคน... อ้อ ส่วนสถานะของผมตอนนี้ เกรงว่าจะไม่ใช่เด็กฝึกงานหรอกนะครับ” รันต์รวีจงใจขยับตัวเข้าใกล้คิมหันต์อีกนิด พร้อมกับเอื้อมมือไปจัดปกเสื้อให้ชายหนุ่มอย่างสนิทสนม “เพราะเฮียคิมเขาย้ำนักย้ำหนาว่า ผมคือ ‘คนของเขา’ ...จริงไหมครับเฮีย?” คำพูดนั้นทำเอามีนหน้าซีดเผือดด้วยความโกรธ กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ แต่เธอก็ยังฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความอับอาย หันไปออดอเซาะคิมหันต์แทน “คุณคิมคะ ดูคู่ควงคุณสิคะ ปากคอเราะร้ายเสียจริง สงสัยคงไม่รู้ธรรมเนียมปฏิบัติในสังคมชั้นสูงสินะคะถึงได้พูดจาไร้รมารยาทแบบนี้” คิมหันต์ที่ยืนเงียบฟังอยู่นาน ไม่ได้แสดงท่าทีเข้าข้างมีนแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกริบกวาดมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาเย็นชาไร้ความรู้สึก มือหนายื่นออกไปโอบเอวบางของรันต์รวีเข้าหาตัวอย่างแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน แรงบีบเบาๆ ที่เอวทำให้รันต์รวีสะดุ้งเล็กน้อย แต่เธอก็ไม่ได้ขัดขืน “คนของผม จะพูดอะไร หรือทำอะไร ก็ถูกเสมอครับคุณมีน” คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง กวาดสายตามองมีนด้วยความรังเกียจระคนเย้ยหยัน “อีกอย่าง... รมารยาทในสังคมชั้นสูงที่พูดถึงเนี่ย คงรวมถึงการไม่เดินเข้ามาสอดเรื่องชาวบ้านด้วยใช่ไหมครับ? ถ้าจำไม่ได้ วันหลังผมจะให้เลขาฯ ส่งตำรามารยาทพื้นฐานมาให้สักเล่มนะครับ” คำพูดของคิมหันต์ราวกับตบหน้ามีนกลางสาธารณชน หญิงสาวหน้าชาดั่งโดนน้ำร้อนลวก กัดริมฝีปากด้วยความแค้นเคืองก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีหายไปท่ามกลางฝูงชน กรณ์แอบยกนิ้วโป้งให้เพื่อนสนิทอย่างเงียบๆ ขณะที่รันต์รวีเหลือบมองชายหนุ่มข้างกายด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่ยังคงโอบกระชับอยู่ที่เอวของเธอ “ปากเก่งนักนะเรา” คิมหันต์กระซิบชิดริมหูของเธอ เสียงทุ้มแหบพร่าเจือแววเอ็นดูที่หาได้ยากยิ่ง “เก่งได้ขนาดนี้ คืนนี้กลับไปคงต้องมี ‘บทลงโทษ’ สำหรับเด็กดื้อเสียหน่อยแล้วล่ะครับ” รันต์รวีหันไปสบตาเขา แววตาท้าทายฉายชัดขึ้นมาทันที “ใครกลัวก็แปลกแล้วครับเฮีย” ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุไปด้วยเคมีอันร้อนแรงและสายตาที่ประสานกันอย่างไร้ที่สิ้นสุดนั้นเอง เสียงประกาศจากพิธีกรบนเวทีก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดของชายหนุ่มอีกคนหนึ่งที่เดินตรงเข้ามาหาพวกเขาด้วยรอยยิ้มเปี่ยมเสน่ห์ “ยินดีต้อนรับสู่ ดินเนอร์หน้าชา คืนนี้ครับท่านประธานคิม... และสวัสดีครับคนสวย ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอคุณรันต์ที่นี่” คิมหันต์ชะงัก ร่างสูงแข็งทื่อขึ้นมาในทันที นัยน์ตาคมกริบหรี่แคบลงด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรงเมื่อเห็นว่าใครคือผู้มาใหม่... — จอมยุทธ์เสื้อแพร — ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความซึนและคลั่งรักของเฮียคิมด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%