สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้•ตอนที่ 9

คำสารภาพที่หลุดปาก

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
"เฮียคิม! ผมซื้อยามาฝาก... อ้าว เฮียไม่ได้อยู่คนเดียวหรอวะเนี่ย?" เสียงทุ้มของกรณ์ที่ดังแหวกลำคลื่นความเงียบงันขึ้นมา ทำลายบรรยากาศตึงเครียดในห้องชุดเพนต์เฮوسหรูหราโทนสีเข้มจนราบคาบ รันที่กำลังง่วนอยู่กับการใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดตามกรอบหน้าคมคายที่ร้อนผ่าวราวกับเตาไฟถึงกับสะดุ้งสุดตัว มือเรียวชะงักค้างกลางอากาศ ดวงตากลมโตหันขวับไปมองผู้มาใหม่ที่ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ตรงหน้าประตู พร้อมกับถุงยาและเกลือแร่ในมือ ร่างสูงของกรณ์กะพริบตาปริบๆ กวาดสายตามองสภาพภายในห้องรับแขกที่ตอนนี้กล ‘โรงพยาบาลสนามขนาดย่อม’ ไปเสียแล้ว บนโซฟาหนังแท้ราคาแพง ประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพลและขึ้นชื่อเรื่องความเนี้ยบไร้ที่ติอย่างคิมหันต์ กำลังนอนซม ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงจัดด้วยพิษไข้ ลมหายใจร้อนผ่าวพ่นออกมาทุกครั้งที่ขยับตัว แต่ทว่า... มือหนากลับคว้าข้อมือของรันเอาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้ขยับไปไหนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ "มึง... มาทำไมตอนนี้วะไอ้กรณ์" เสียงแหบพร่าของคิมหันต์ลอดไรฟันออกมา แม้จะป่วยจนแทบยืนไม่ไหว แต่รังสีความหงุดหงิดและความดุดันก็ยังแผ่ออกมาได้ไม่เสื่อมคลาย สายตาดุคมที่มักจะใช้กดดันคนอื่นในห้องประชุม ตอนนี้กลับกึ่งปรือกึ่งจ้องเขม็งไปยังเพื่อนสนิทราวกับอยากจะกินเลือดกินเนื้อ "โห เฮีย พูดจาใจร้ายชะมัด ก็เห็นเมื่อวานบ่นปวดหัวตัวร้อนแล้วหายเงียบไป ประชุมก็โดนเลื่อน ลูกค้าโทรตามจนมือถือแทบระเบิด ผมก็ต้องมาดูดิว่าเพื่อนรักตายหะ... เอ๊ย ช็อกคาเตียงไปหรือยัง" กรณ์เถียงกลับทันควันพลางย่างสามขุมเข้ามาใกล้ ก่อนจะชะงักฝีเท้ากึกเมื่อเห็นสายตาที่รันส่งสัญญาณเตือนเป็นนัยๆ ว่า *'อย่าเพิ่งกวนประสาทคนป่วยตอนนี้เลยน่า'* รันถอนหายใจออกมาเบาๆ พยายามบิดข้อมือออกจากกอบกุมของคนตัวโต แต่ยิ่งดึง... คิมหันต์ก็ยิ่งกำแน่นขึ้นราวกับเด็กหวงของเล่น ปากก็พึมพำไม่เป็นศัพท์ "เฮีย... ปล่อยมือก่อน กรณ์เขาซื้อยามาให้ เดี๋ยวต้องกินยาแล้วเช็ดตัวต่อนะครับ" รันเอ่ยเสียงนุ่มลงโดยไม่รู้ตัว ปรับโทนเสียงให้มีความอ่อนโยนขึ้นอย่างยากจะหาดูได้ในเวลาปกติ เพราะรู้ดีว่าคนดื้อรั้นบนโซฟานี้กำลังมีไข้สูงถึงสามสิบเก้าองศา "ไม่... ไม่ให้ไป" คิมหันต์ครางฮือในลำคอ ดวงตาคมปรือปรอยมองใบหน้าหวานที่อยู่ใกล้แค่คืบ พิษไข้ทำให้สติสัมปชัญญะของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งหลุดลอย เกราะป้องกันความเย็นชาที่เคยสร้างไว้พังทลายลงจนหมดสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบและการโหยหาความอบอุ่น "อย่าไป... รัน... อยู่ตรงนี้" กรณียืนอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน มือที่ถือถุงยาแทบจะร่วงหล่นลงพื้น เขาไม่เคย... ย้ำว่าไม่เคยเห็นภาพประธานคิมหันต์ผู้เย็นชาและปากร้ายคนนี้ ทำตัวงอแงเหมือนเด็กสามขวบติดแม่มาก่อนในชีวิต! ภาพจำของเพื่อนสนิทคือเสือร้ายที่พร้อมขย้ำทุกคนที่ขวางทาง แต่วันนี้... เสือตัวนั้นกลายเป็นหมาโบ้ตัวโตที่นอนซบตักและออดอ้อนคนตัวเล็กว่าอย่าทิ้งไปไหน "เอえ... นี่ผมตาฝาดไปป่ะวะ" กรณ์กระพริบตาปริบๆ อีกรอบ หันไปมองหน้าดีไซเนอร์สาวที่ตอนนี้ใบหน้าเนียนใสเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อลามไปจนถึงใบหู "นี่เฮียคิมของผม... หรือวิญญาณตัวไหนมาสิงวะเนี่ย รัน... ปกติเขาเป็นแบบนี้ป่ะ?" "ใครจะไปรู้เล่าคุณกรณ์!" รันแหวกลับเสียงเบา พยายามซ่อนความปั่นป่วนที่กำลังตีรวนอยู่ในอกเมื่อปลายนิ้วร้อนจัดของคิมหันต์ลูบไล้หลังมือของตนเบาๆ อย่างเผลอไผล "เมื่อกี้ยังปากจัดไล่ผมให้ออกจากห้องอยู่เลย พอไข้ขึ้นเข้าหน่อยกลายร่างเป็นอะไรก็ไม่รู้เนี่ย" "ก็... ก็เธอมันดื้อ" เสียงทุ้มแหบแห้งเอ่ยแทรกขึ้นมาดื้อๆ ทั้งที่ตายังหลับอยู่ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความไม่พอใจ "ชอบเถียง... ชอบทำให้โมโห... แต่พอดูลับหลัง... ทำไมใจร้ายนักวะ..." รันชะงัก ลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาที ประโยคตัดพ้อที่หลุดออกมาจากปากของคนที่ขึ้นชื่อว่าปากร้ายที่สุดในสามโลก ทำเอาหัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวราวกับตีกลองเพล ดวงตากลมโตมองสำรวจใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อและความเหนื่อยล้า ความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้ามาในอก ทั้งหมั่นไส้ ทั้งเอ็นดู และ... ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามีความไหวหวั่นซ่อนอยู่ลึกๆ "ผมไปใจร้ายใส่เฮียตอนไหนกัน เลิกเพ้อเจ้อแล้วลุกขึ้นมานั่งกินยาดีๆ เลยนะ" รันพยายามทำเสียงดุกลบเกลื่อนความวุ่นวายในใจ พลางใช้มืออีกข้างดันไหล่กว้างให้นั่งพิงพนักโซฟาดีๆ "ไม่ได้เพ้อ..." คิมหันต์ปรือตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคมกริบที่มักจะคมปลาบจนคนอื่นไม่กล้าสบตา ตอนนี้กลับฉายแววเว้าวอนและเปราะบางอย่างน่าประหลาด มองตรงมาที่รันราวกับโลกทั้งใบมีแค่คนตรงหน้าคนเดียว "ฉันพูดจริง... ทุกคำ..." กรณ์ที่ยืนเป็นส่วนเกินในห้องรีบยกมือขึ้นปิดตา ทำท่าทางสยดสยองแต่แอบอมยิ้มกริ่มจนแก้มปริ "โอโห้... แสลงตาชะมัด ยาพาราที่ซื้อมาคงไม่ช่วยอะไรแล้วล่ะมั้งแบบนี้ ต้องหายาแก้โรคคลั่งรักแทนหรือเปล่าวะเฮีย โคตรเลี่ยนเลยว่ะ รัน... ฝากจัดการต่อทีนะ พอดีผมลืม... เอäh ลืมว่ามีงานด่วนต้องไปเคลียร์ที่บริษัท!" พูดจบรวบรัด กรณ์ก็วางถุงยาลงบนโต๊ะกระจกหน้าโซฟาอย่างรวดเร็ว หมุนตัวเดินสับขาไวออกจากห้องไปทันที พร้อมกับปิดประตูให้อย่างรู้หน้าที่ ทิ้งให้พื้นที่ในห้องชุดกว้างใหญ่เหลือเพียงความเงียบงันและเสียงลมหายใจของคนสองคน บรรยากาศภายในห้องกลับมาอึมครึมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ความอึดอัดแบบก่อนหน้า มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกประหลาดที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างไร้สาเหตุ รันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อหันกลับมาพบว่าดวงตาคมกริบของคิมหันต์ยังคงจับจ้องมาที่เธอไม่วางตา ร่างสูงขยับตัวพยายามจะลุกขึ้นนั่งดีๆ แต่ด้วยอาการวิงเวียนทำให้เซถลาเล็กน้อย รันต้องรีบยื่นมือเข้าไปประคองต้นแขนแกร่งเอาไว้ตามสัญชาตญาณ "ระวังหน่อยสิครับ ตัวร้อนขนาดนี้ยังจะฝืนอีก" รันบ่นอุบ แต่ทว่า... จังหวะที่รangโน้มตัวเข้าไปใกล้เพื่อช่วยพยุง คิมหันต์กลับใช้แรงที่เหลืออยู่รวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว โดยที่รันไม่ทันตั้งตัว! *พรึบ!* ร่างบางเซถลาล้มลงไปปะทะกับแผงอกกว้างตามแรงดึง กลิ่นกายสะอาดผสมกับกลิ่นยาอ่อนๆ ลอยเข้าแตะจมูก รันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามจะดันตัวถอยห่าง แต่ทว่าวงแขนแกร่งที่โอบรอบเอวไว้กลับเหนี่ยวรั้งไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก "เฮีย! ปล่อยนะ ผมจะไปรินน้ำให้กินยา" รันเอ็ดเสียงเขียว พยายามซ่อนใบหน้าที่เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ให้พ้นจากสายตาคมที่มองตรงมา "ไม่ต้อง..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาอยู่ใกล้ใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอจนรันต้องหดคอหนีด้วยความจั๊กจี้และวาบหวิว "ไม่อยากกินยา..." "ไม่ได้! ถ้าไม่กินไข้ก็ไม่ลดสิครับ ปล่อยก่อน..." "ไม่อยากกินยา... แต่อยากกิน..." คิมหันต์เงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมกริบมองริมฝีปากอิ่มที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยแววตาที่ลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา รันชะงักกึก หัวใจกระตุกวูบเมื่อประโยคหลังถูกกลืนหายไปกับลำคอ พร้อมกับใบหน้าหล่อเหลาที่ค่อยๆ โน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบเดียว สัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของอีกฝ่ายชัดเจน ดวงตากลมโตสบเข้ากับนัยน์ตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความหมายบางอย่างที่รันไม่กล้าแม้แต่จะตีความ... มันทั้งดุดัน ทั้งออดอ้อน และ... เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ถูกเก็บกดเอาไว้ภายใต้ท่าทีปากร้ายมานาน "เฮีย... จะทำอะไร..." รันถามเสียงสั่น ลมหายใจเริ่มติดขัด สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของคนป่วยเลื่อนขึ้นมาแตะที่ข้างแก้ม เกลี่ยเบาๆ อย่างทะนุถนอมราวกับเผลอไผล คิมหันต์หลับตาลงช้าๆ สูดกลิ่นกายหอมละมุนจากตัวคนในอ้อมแขนลึก ก่อนจะลืมตาขึ้นมาสบตากันตรงๆ อีกครั้ง และในจังหวะที่หัวใจของรันกำลังเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เสียงทุ้มแหบพร่าก็กระซิบแผ่วเบາออกมาข้างริมฝีปาก "รัน... ที่ฉันบอกว่าเกลียดเธอนักหนା... ที่จริงแล้ว..." - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - *ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ*
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%