สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้•ตอนที่ 8

ไข้หวัดตัวร้าย

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
"บอกแล้วไงว่าผมไม่ได้เป็นอะไร... แค่ไอรนิดหน่อย ทำไมหูทิพย์กันนักวะ" เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและเย็นชาจนน่าหมั่นไส้ บัดนี้กลับแหบพร่าและเจือความหงุดหงิดไว้เต็มประดา รันยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องนอนโทนสีเทาดำเข้มของเพนต์เฮوسสุดหรู สายตาคมกริบกวาดมองร่างสูงใหญ่ของประธานบริษัทหนุ่มที่กำลังนอนซมอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ใบหน้าคมคายที่ปกติมักจะเชิดขึ้นด้วยความหยิ่งผยอง ตอนนี้กลับมีรอยแดงเรื่อตรงโหนกแก้ม ลมหายใจที่เป่ารดออกมามีความร้อนผ่าวราวจับไข้ แต่ปากเจ้ากรรมยังคงแข็งยิ่งกว่าหินผา "ครับ... ไม่ได้เป็นอะไรเลยครับเฮีย หน้าแดงจนจะสุกเป็นกุ้งต้มอยู่แล้วเนี่ย" รันแค่นหัวเราะในลำคอ เดินนองน่องเข้าไปใกล้เตียงนอนขนาดคิงไซส์ "ถ้าผมไม่บังเอิญผ่านมาเห็นตอนที่คุณกรณ์โทรมาฟ้องว่าเฮียสลบคาห้องทำงานเมื่อคืน ป่านนี้คงนอนอืดตายกลายเป็นศพขึ้นอืดคาเตียงไปแล้วมั้งครับ" คิมหันต์ขมวดคิ้วมุ่นจนรอยย่นปรากฏระหว่างคิ้วหนา เขาพยายามยันกายลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง แม้ว่าข้อต่อทุกส่วนจะส่งเสียงประท้วงด้วยความปวดเมื่อยก็ตาม ดวงตาคมปลาบตวัดมองคนตัวเล็กที่ถือวิสาสะเดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับถาดไม้ในมือที่มีทั้งชามข้าวต้มร้อนกรุ่นและแก้วน้ำอุ่น "ใครสลบ... พูดจาให้เกียรติเก้าอี้ประธานของฉันด้วยรัน" คิมหันต์กัดฟันพูด เสียงแหบแห้งนั้นลดความน่าเกรงขามลงไปครึ่งต่อครึ่ง แต่ความดื้อรั้นยังคงพุ่งทะยาน "ฉันแค่นอนพักสายตาชั่วคราว งานเอกสารมันรุมเร้า นายก็รู้ว่าบริษัทเรากำลังจะประมูลโปรเจกต์ใหญ่..." "รู้ครับ... รู้ว่าเก่ง เก่งจนจะเป็นภาระให้ผมต้องมาคอยเช็ดตัวป้อนข้าวอยู่เนี่ย!" รันสวนกลับทันควันอย่างไม่ยอมแพ้ วางถาดลงบนโต๊ะข้างเตียงด้วยแรงกระแทกเบาๆ พอให้รู้ว่ากำลังหงุดหงิด "เลิกอ้างงานสักวันโลกไม่แตกห่างหรอกครับเฮีย เชิญอ้าปากกินข้าวต้มแล้วก็กินยาซะ จะได้เลิกทำตัวเป็นภาระชาวบ้านเขาสلบคาห้องทำงานแบบนั้นอีก" คิมหันต์หรี่ตามองคนปากเก่งที่ยืนเท้าสะเอวจ้องเขาเขม็ง รันในชุดเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์สีขาวกับกางเกงขาสั้นอวดเรียวขานวลเนียน กำลังยืนสั่งเขา—ประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพล—ราวกับเด็กอนุบาลดื้อยา หากเป็นยามปกติ เขาคงไล่ตะردให้พ้นทางไปนานแล้ว แต่ทว่า... ยามนี้พิษไข้เล่นงานจนสมองตื้อตัน แรงจะเถียงยังแทบไม่มี แถมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวรันยังทำให้ประสาทสัมผัสของเขาปั่นป่วนยิ่งกว่าเดิม "ไม่กิน... ไม่มีอารมณ์" คิมหันต์เบือนหน้าหนี ทำเป็นมองออกไปนอกกระจกใสบานใหญ่ที่เผยให้เห็นวิวเมืองกรุงยามสาย "บอกแล้วว่าไม่ได้เป็นแค่ไข้กระจอกๆ นายกลับไปซะเถอะ เดี๋ยวติดเชื้อจากฉันแล้วจะมาโวยวายทีหลัง" "อุ๊ย กลัวจังเลยครับ" รันเบะปากใส่ความปากแข็งนั้น ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียงอย่างไม่เกรงใจ มือเรียวเอื้อมไปคว้าชามข้าวต้มขึ้นมาเป่าเบาๆ แล้วตักขึ้นจ่อตรงริมฝีปากหยักที่เม้มแน่นสนิท "อ้าปากครับเฮีย หรือจะให้ผมใช้กำลังบังคับเหมือนตอนที่คุณมีนเข้ามาวุ่นวายในออฟฟิศวันก่อนล่ะครับ?" สิ้นคำว่า 'มีน' คิมหันต์ก็หันขวับกลับมามองทันที ดวงตาดุคมวาวโรจน์ขึ้นด้วยความไม่พอใจชั่ววูบ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นประกายระยิบระยับบางอย่างที่รันอ่านไม่ออก "นายหึงเหรารัน... ถึงได้ยกชื่อยัยนั่นขึ้นมาประชด" เสียงทุ้มแหบเอ่ยแซะ ทั้งที่ตัวเองกำลังป่วยหนัก รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นมาอย่างเหนือกว่า แม้ใบหน้าจะซีดเซียวก็ตาม "เพ้อเจ้ออะไรครับ!" รันหน้าขึ้นสีด้วยความฮึดฮัด มือที่ถือชอนสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะความหมั่นไส้ล้วนๆ "ใครเขาจะไปหึงคนปากเสียอย่างเฮีย ประสาท! กินข้าวเข้าไปเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นผมจะเททิ้งแล้วปล่อยให้นอนซมอยู่แบบนี้จริงๆ ด้วย" "ถ้าฉันตาย นายคงเหงาแย่สิไม่มีคนให้เถียงด้วยทุกวัน" คิมหันต์ไม่ยอมแพ้ เขายังคงยียวน แม้ร่างกายจะประท้วงด้วยการไอโขลกออกมาจนไหล่กว้างไหวสะท้าน รันชะงัก สีหน้าหงุดหงิดเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความกังวลที่ปิดไม่มิด ท่าทางดื้อรั้นของอีกฝ่ายลดทอนลงเหลือเพียงความอ่อนแอที่ซ่อนไว้ใต้มาดขรึม รันถอนหายใจเฮือกใหญ่ วางชามข้าวต้มลงก่อนจะเอื้อมมือไปแตะหน้าผากกว้างเพื่อวัดอุณหภูมิ สัมผัสจากปลายนิ้วเย็นเฉียบปะทะเข้ากับความร้อนผ่าวบนผิวเนื้อ ทำให้คิมหันต์ชะงักกึก ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างกายสูงใหญ่แข็งทื่อไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวรากลองเพลเมื่อปลายนิ้วนั้นลูบไล้ผ่านขมับเพื่อปัดปอยผมที่ปรกลงมาให้อย่างเบามือ ความอบอุ่นที่อ่อนโยนจนเกินกว่ามาตรฐานของ 'คู่กัด' ทำให้คิมหันต์เผลอกลั้นหายใจ "ตัวร้อนจี๋เลยนี่ครับ..." รันพึมพำเบาๆ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่เจือความอ่อนลงอย่างไม่รู้ตัว "ปากเก่งอยู่ได้... ถ้าช้ากว่านี้อีกนิดเดียวสมองคงฝ่อไปแล้วมั้งเฮีย" คิมหันต์ไม่ตอบโต้ ดวงตาคมมองลึกลงไปในดวงตากลมโตของคนที่นั่งประชิดตัว กลิ่นกายหอมสะอาดลอยวนอยู่ปลายจมูก ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้อง มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและลมหายใจร้อนผ่าวของทั้งคู่ที่สอดประสานกัน รันเพิ่งรู้ตัวว่าตอนนี้พวกเขานั่งใกล้กันมากแค่ไหน ใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบทำให้หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นผิดจังหวะ รันรีบชักมือกลับตั้งใจจะลุกหนี แต่ทว่า... หมรับ! ข้อมือเรียวถูกมือใหญ่คว้าหมับไว้แน่น แรงบีบไม่ได้มากนัก แต่มั่นคงจนขยับหนีไม่ได้ รันตวัดสายตากลับไปมองด้วยความตกใจ "ทำอะไรของเฮีย ปล่อยนะ ผมจะไปเอา..." "อยู่เฉยๆ ก่อนสิ..." คิมหันต์กระซิบเสียงพร่า ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่ทำให้คนมองรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ยิ่งกว่าพิษไข้ที่เจ้าตัวกำลังเผชิญอยู่เสียอีก "ถ้านายขยับหนีตอนนี้... ฉันอาจจะควบคุมตัวเองไม่ไหวก็ได้นะรัน" รันอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับคำพูดกำกวมและสายตาแพรวพราวที่ส่งมา ยิ่งมองลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลคู่นั้น รันก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตกลงไปในหลุมพรางที่อีกฝ่ายขุดดักไว้โดยไม่รู้ตัว ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด! เสียงสัญญาณเตือนภัยดังสนั่นลั่นห้องจากระบบสมาร์ทโฮมที่หน้าประตู พร้อมกับเสียงปลดล็อกกลอนประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทั้งคิมหันต์และรันสะعدสุดขีด หันขวับไปมองทางประตูห้องนอนที่กำลังค่อยๆ เปิดอ้าออก เผยให้เห็นร่างสูงของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้าง โดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาตแม้แต่น้อย "เฮียคิม! ผมซื้อยามาฝาก... อ้าว เฮียไม่ได้อยู่คนเดียวหรอวะเนี่ย?" -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะเวียนมาสัมผัสความซึนของเฮียคิมไปด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%