สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้•ตอนที่ 7

เสียงเพลงยามดึก

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
แสงไฟสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟดีไซน์มินิมอลบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ สาดส่องกระทบกับกระดาษร่างแบบที่ถูกขยำทิ้งลงถังขยะจนเต็มเกือบครึ่งถัง บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของประธานบริษัทหนุ่มไฟแรงในยามวิกาลเงียบสงัด จนได้ยินเพียงเสียงเคาะแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดรัวๆ เป็นจังหวะ และเสียงถอนหายใจยาวๆ ของคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะ "เย็นนี้..." คิมหันต์เว้นจังหวะไปชั่วครู่ น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาไม่ได้มีความแข็งกร้าวเหมือนทุกที แต่กลับมีความลังเลเจืออยู่จางๆ "อยู่เคลียร์งานโปรเจกต์ใหม่ด้วยกันต่อ... ผมมีเรื่อง 'สำคัญ' ที่ต้องคุยกับคุณตัวต่อตัว" รันต์รวีชะงักมือที่กำลังถือปากกา เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับคนพูด ดวงตากลมโตฉายแววระแวดระวังอย่างเห็นได้ชัด เรื่องสำคัญอะไรของเขากันล่ะ? ตั้งแต่ร่วมงานกันมา คำว่า 'เรื่องสำคัญ' ของเฮียคิมมักจะมาพร้อมกับภาระงานกองโตหรือข้ออ้างประหลาดๆ ที่ทำให้เธอต้องปวดหัวทุกที "เรื่องสำคัญอะไรคะเฮีย... อ้อ ขอโทษทีค่ะ ติดปาก" รันแกล้งทำเป็นยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเบาๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างนึกสนุก เมื่อเห็นคิ้วเข้มของคนเป็นประธานกระตุกเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความขัดเคือง "ฉันหมายถึง... เรื่องงานโปรเจกต์ใหม่ที่ว่าเนี่ย มันดึกมากแล้วนะคะเฮียคิม คนสวยอย่างฉันรักสุขภาพค่ะ ไม่ใช่วーカーโฮลิคเหมือนใครบางคน" คิมหันต์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้น ปากหนาๆ นั่นมักจะมีคำพูดกวนประสาทสวนกลับมาได้ทุก,ทีสิน่า ให้ตายเถอะ ผู้หญิงอะไร ดื้อด้านเป็นที่สุด ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แม้กระทั่งกับประธานบริษัทที่กุมชะตาการทำงานของเธอก็ตาม "ผมไม่ได้ถามความสมัครใจ รันต์รวี" คิมหันต์กดเสียงต่ำ สายตาดุคมกริบมองลอดผ่านกรอบแว่นสายตา (ที่นานๆ ครั้งเขาจะหยิบมาใส่ยามต้องจ้องหน้าจอนานๆ) "ในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์ ผมมีสิทธิ์สั่งให้คุณอยู่เคลียร์งานต่อได้จนกว่าจะเสร็จ" "แต่เอกสารสรุปยอดส่งให้ฝ่ายบัญชีไปหมดแล้วนะคะ ส่วนตัวดีไซน์ตัวต้นแบบ ฉันก็ส่งอีเมลให้เฮียตรวจตั้งแต่ห้าโมงเย็นแล้วด้วย หรือว่า... สายตาของท่านประธานจะเสื่อมจนมองไม่เห็นตัวอักษรในจอคอมพิวเตอร์คะ?" รันลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สองมือเท้าสะเอวอย่างไม่เกรงกลัว รอยยิ้มท้าทายบนใบหน้าสวยเฉี่ยวนั้นทำเอาคิมหันต์รู้สึกคันมือยิกๆ อยากจะลุกขึ้นไปเขกหัวสักทีสองที "คุณ!" คิมหันต์ผุดลุกขึ้นตาม แรงอารมณ์บางอย่างพลุ่งพล่านในอก ร่างสูงก้าวเท้าเข้าหาหญิงสาวทีละก้าวอย่างคุกคาม ทว่ารันกลับไม่มีทีท่าว่าจะถอยหลังหนี เธอเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาอย่างไม่ลดละ เคมีรอบตัวของคนทั้งคู่คุกรุ่นราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิตแล่นผ่าน แต่มีหรือที่คนอย่างรันจะยอมจำนนด้วยวิธีปกติ? ในเมื่อเขาอยากให้นักเธอยู่ดึกนัก เธอก็จะจัดให้... แต่ในแบบฉบับของรันต์รวีคนนี้ก็แล้วกัน! ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันสั่งอาหารเดลิเวอรีดังขึ้นเบาๆ จากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของคิมหันต์ ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ขณะที่รันกลับส่งยิ้มหวานหยดย้อยที่ชวนให้รู้สึกขนลุกมากกว่าจะประทับใจ "ไม่ต้องมองฉันแบบนั้นค่ะเฮีย พอดีฉันเห็นว่าเฮีย ‘หิว’ แสง เอ้ย! หิวโหยจากการทำงานหนัก ฉันเลยเมตตา สั่งเมนูพิเศษมาให้เฮีย" รันหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมากดหยิบยุก "อ้อ ไม่ได้สั่งแค่ชุดเดียวนะคะ ฉันสปอนเซอร์ความอ้วนให้พนักงานรักษาความปลอดภัยด้านล่าง และแม่บ้านที่กำลังทำความสะอาดชั้นนี้ด้วย สั่งไปสิบรอบ ชนิดที่เรียกว่ากินได้ยันชาติหน้าเลยล่ะค่ะ" คิมหันต์เบิกตากว้างเล็กน้อย "คุณทำบ้าอะไรลงไป? สั่งอะไรตั้งสิบรอบ สติสตาร์ทหลุดไปไหนหมดแล้วรัน!" "เปล่าสติหลุดสักหน่อย ฉันแค่..." รันจงใจเดินเข้าไปใกล้ร่างสูงจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ลอยแตะจมูกคิมหันต์ ทำเอาลมหายใจของประธานหนุ่มสะดุดไปชั่วขณะ "อยากให้เฮียอยู่เคลียร์งาน 'ตัวต่อตัว' กับฉันนานๆ ตามที่เฮียขอไงคะ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว อยู่ยาวไปจนถึงเช้าเลยดีไหมล่ะ?" ดึงดัน ปากร้าย ซึนเดระเหรอด? เจอความป่วนระดับสิบของรันเข้าไป คิมหันต์ถึงกับไปต่อไม่ถูก นัยน์ตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวผิดจังหวะเสียอย่างนั้น ทั้งที่ตั้งใจจะดุให้เข็ดขลาดยัยตัวแสบคนนี้แท้ๆ "คุณนี่มัน..." คิมหันต์เค้นเสียงลอดไรฟัน มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าแขนเล็กให้หยุดพูดจาชวนปวดหัว แต่รันไวรัสกว่า เธอเบี่ยงตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิว พร้อมกับเปิดเพลงจากโทรศัพท์มือถือเสียงดังลั่นห้อง ทำนองเพลงป๊อปจังหวะสนุกสนานเร้าใจดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานหรู บรรยากาศจริงจังเคร่งเครียดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงรอยยิ้มซุกซนของหญิงสาวที่ยืนโยกตัวเบาๆ ตามจังหวะเพลง "เฮียคิมคะ นั่งลงเถอะค่ะ งานดึกมันต้องมีดนตรีประกอบ ไม่งั้นเดี๋ยวเฮียจะหลับคาโตซะก่อน" รันผายมือเชิญด้วยท่าทางกวนประสาทสุดฤทธิ์ คิมหันต์ยืนนิ่งค้างมองหน้าคนตัวเล็ก สูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความรู้สึกบางอย่างที่กำลังตีรวนอยู่ในอก ปากบอกว่าหงุดหงิด ปากบอกว่ารำคาญ แต่ทำไม... มุมปากของประธานหนุ่มจอมซึนกลับค่อยๆ ยกยิ้มขึ้นทีละน้อยอย่างไม่รู้ตัว ให้ตายเžอะ... ยัยตัวแสบคนนี้ ชักจะทำให้เขาแพ้ทางเข้าจริงๆ แล้วสิ "ก็ได้ อยากเล่นสงครามประสาทนักใช่ไหมรันต์รวี..." คิมหันต์พึมพำกับตัวเองเสียงเบา ดวงตาคมเข้มทอประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก ขณะทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ทำงานตามเดิม แต่สายตากลับไม่ละไปจากร่างบางที่กำลังฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีเลยแม้แต่น้อย ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปในความเงียบปนเสียงเพลงเบาๆ และความรู้สึกแปลกใหม่ที่ก่อตัวขึ้นในใจของคนทั้งสอง... แกร็ก! เสียงเปิดประตูห้องทำงานที่ควรจะล็อคสนิทดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืน รันและคิมหันต์หันขวับไปมองพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ร่างสูงโปร่งของใครบางคนก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มหวานหยดที่ชวนให้คิมหันต์ขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่เห็นหน้า "พี่คิมคะ... มีนเอาเอกสารด่วนมาให้ค่ะ พอดีผ่านมาแถวนี้เลยแวะเอาเข้ามาให้เซ็น" ดวงตากลมโตของมีนกวาดมองสภาพภายในห้องที่ดูแปลกตา—เสียงเพลงที่เปิดคลอเบาๆ กลิ่นอาหารเดลิเวอรี และรันที่ยืนอยู่ใกล้ชิดกับคิมหันต์เกินความจำเป็น รอยยิ้มบนใบหน้าของมีนชะงักค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นแววตาวิเคราะห์ที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความไม่พอใจที่ซ่อนไว้ไม่มิด รันหรี่ตามองผู้มาใหม่ทันที สัญชาตญาณเตือนภัยดังขึ้นในหัว... งานเข้าแล้วล่ะสิเฮียคิม! ติดตามตอนต่อไปใน "สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้" นะครับ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของจอมยุทธ์เสื้อแพรด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%