“ถ้าจะมาเพื่อตอกย้ำเรื่องเดิมๆ ผมแนะนำว่าคุณกลับไปเถอะครับ งานผมมีค่ามากกว่าจะมาเสียเวลานั่งฟังคำสบประมาทของคุณ”
รันวางปากกาดีไซน์ลงบนโต๊ะด้วยเสียงที่ดังพอให้เกิดบรรยากาศกดดัน เธอไม่ได้เงยหน้ามองคนตรงหน้าที่เพิ่งก้าวเข้ามาในห้องทำงานของเธอด้วยใบหน้าถมึงทึง รัศมีความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวคิมหันต์นั้นรุนแรงจนลูกน้องคนอื่นในออฟฟิศต่างพากันถอยกรูด แต่ไม่ใช่กับรัน เธอเหนื่อยเกินกว่าจะปะทะด้วยอารมณ์ในวันนี้
คิมหันต์ไม่ตอบโต้ด้วยวาจา แต่เขากลับก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธอ ก่อนจะใช้ฝ่ามือหนาทาบลงบนโต๊ะแล้วโน้มตัวลงมา กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อโปรดที่เธอคุ้นเคยจู่โจมประสาทสัมผัสจนรันต้องขยับถอยหลังไปชิดพนักพิง
“คำสบประมาท? งั้นเหรอ?” เสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นพร่าด้วยความโกรธที่เก็บซ่อนไว้ไม่อยู่ “รัน... เธอคิดจริงๆ ใช่ไหมว่าที่ฉันมาหาทุกวันนี้ เพราะฉันแค่อยากจะหาเรื่องเธอน่ะ”
“แล้วมันมีเหตุผลอื่นด้วยหรือครับ เฮียคิม” รันเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาคู่สวยที่เคยเด็ดเดี่ยวบัดนี้กลับวูบไหว “ตลอดเวลาที่ผ่านมา เฮียทำเหมือนผมเป็นเบี้ยในกระดาน อยากจะเหวี่ยงก็เหวี่ยง อยากจะดึงเข้ามาก็ดึง ถ้าเฮียแค่อยากสนุก ผมขอร้อง... ไปสนุกกับคนอื่นเถอะครับ ผมเหนื่อยจะวิ่งตามเกมของเฮียเต็มทนแล้ว”
คิมหันต์ชะงัก คำพูดของเธอเหมือนมีดสั้นที่ปักลงกลางใจ เขาไม่คิดว่ากำแพงที่เขาพยายามสร้างไว้เพื่อปิดกั้นความรู้สึกตัวเอง จะกลายเป็นคุกที่กักขังทั้งเขาและเธอไว้ในความเจ็บปวด
“ฉันไม่เคยเห็นเธอเป็นเบี้ย” เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน “และไอ้คนทรยศนั่น... มันไม่มีค่าพอที่จะทำให้เธอต้องมาทำท่าทางตัดเยื่อใยกับฉันแบบนี้”
“มันไม่เกี่ยวกับคนอื่น!” รันลุกขึ้นยืน เผชิญหน้ากับเขาโดยตรง ความอัดอั้นที่เก็บไว้ระเบิดออกมา “มันเกี่ยวกับความเชื่อใจที่เฮียไม่เคยให้ผมเลยสักครั้ง! ทุกครั้งที่มีปัญหา เฮียเอาแต่ตั้งแง่ เอาแต่ตัดสินว่าผมเป็นฝ่ายผิด เฮียคิดว่าผมมีดีแค่รูปลักษณ์หรือยังไง... ถึงได้มองข้ามความจริงใจที่ผมพยายามมอบให้!”
คิมหันต์นิ่งอึ้ง สันกรามของเขานูนเด่นขึ้นมาจากการขบฟันแน่น เขาไม่เคยเห็นรันหลั่งน้ำตา และวันนี้... แม้มันจะยังไม่ร่วงเผาะลงมา แต่ขอบตาแดงก่ำของเธอก็ทำให้หัวใจที่เคยแข็งดั่งหินผาของเขาปวดหนึบ
เขาเปลี่ยนจากท่าทีคุกคามเป็นความสับสนที่พยายามปิดบังด้วยความเย็นชา “ฉันแค่กลัว...” เขาพึมพำเบาๆ จนแทบไม่ได้ยิน
“กลัวอะไรครับ?”
“กลัวว่าถ้าฉันเชื่อใจเธอมากไป... แล้วสุดท้ายคนที่ต้องเจ็บที่สุดจะเป็นฉันเอง”
รันแค่นยิ้ม สมองของเธอเบลอไปหมดกับคำสารภาพที่คลุมเครือนั้น “งั้นเราก็จบกันแค่นี้เถอะครับเฮีย ถ้าความสัมพันธ์นี้มันมีแต่ความระแวง ผมขอเลือกที่จะเดินออกมาเอง ดีกว่าต้องรอวันถูกผลักไสไล่ส่งจากคนที่ผมเคย... ไว้ใจ”
คำว่า ‘เคย’ ทำให้คิมหันต์สติขาดผึง เขาคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น ไม่ใช่ด้วยความรุนแรง แต่เป็นการยึดเหนี่ยวที่สื่อถึงความต้องการที่จะไม่ยอมปล่อยให้เธอจากไปไหน
“ห้ามพูดคำนั้น” คิมหันต์กัดฟันพูด ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในตาเธอ “เธอไม่มีสิทธิ์เดินหนีไปไหนทั้งนั้นรัน ถ้าเธอจะพัง... เราต้องพังไปพร้อมกัน”
“ปล่อยผมเถอะครับเฮียคิม...” รันพยายามบิดข้อมือออก แต่แรงมหาศาลของคนตรงหน้ากลับรั้งเธอไว้จนแผ่นหลังปะทะกับอกกว้างของเขา กลิ่นความโกรธและกลิ่นความรักที่ผสมปนเปกันอยู่ตรงนี้มันทำให้รันแทบขาดใจ
“ไม่ปล่อย” คิมหันต์กระซิบชิดใบหู เสียงของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความเว้าวอนอย่างที่เขาไม่เคยเผยให้ใครเห็น “ถ้าจะให้ฉันกลายเป็นหมาโบ้ที่คอยวิ่งตามเธอไปตลอดชีวิต... ฉันก็ยอม ดีกว่าต้องยอมรับความจริงที่ว่าโลกนี้จะไม่มีเธออยู่เคียงข้าง”
รันนิ่งงันไป เธอไม่คิดว่าจะได้ยินถ้อยคำที่เปิดเปลือยความรู้สึกถึงเพียงนี้จากชายปากร้ายที่เธอเคยเกลียดชัง
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนเกือบจะละลายความโกรธเกลียดของทั้งคู่ลงได้ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่ประนีประนอม
“เฮียคิมครับ! เรื่องไอ้คนที่หักหลัง... ตอนนี้มันหลุดไปถึงสื่อแล้วครับ!” เสียงของกรณ์ดังมาจากหน้าห้องด้วยความตื่นตระหนก
คิมหันต์สะดุ้งสุดตัว เขาผละออกจากรันอย่างรวดเร็ว สีหน้าเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเมื่อครู่กลับมาเป็นประธานบริษัทผู้เลือดเย็นในพริบตา เขามองหน้าจอโทรศัพท์ที่สั่นรัวไม่หยุด ก่อนจะหันมามองรันด้วยสายตาที่ซับซ้อนจนอ่านไม่ออก
“อยู่ที่นี่ ห้ามไปไหนจนกว่าผมจะกลับมา”
เขาสั่งทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปที่ประตู แต่ทว่า... เมื่อเขากระชากประตูออกไป ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้ฝีเท้าของเขาสะดุดลง
มีนยืนอยู่ตรงนั้น รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนใบหน้า พร้อมกับถือซองเอกสารในมือที่คิมหันต์จำได้แม่นว่ามันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่อาจทำลายบริษัทของเขาได้ในชั่วข้ามคืน
“เฮียคิม... ดูเหมือนเราจะมีเรื่องต้องคุยกันยาวเลยนะคะ” มีนแค่นยิ้ม ดวงตาคู่สวยจ้องมองไปที่รันที่ยืนอยู่ด้านหลังคิมหันต์ด้วยสายตาอาฆาต
คิมหันต์นิ่งงัน แผนการของเขาพังไม่เป็นท่า เพราะดูเหมือนว่าคนใกล้ตัวที่เขาคิดว่าไว้ใจที่สุด... ไม่ได้มีแค่คนเดียว
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับตัวละครของจอมยุทธ์เสื้อแพรนะครับ
สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้•ตอนที่ 23
คำเตือนจากหัวใจ
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!