“ถ้าคุณยังมองหน้าผมด้วยสายตาแบบนั้นอีกทีเดียว ผมจะถือว่าคุณกำลังใช้มารยาตื้นๆ เรียกคะแนนความสงสาร... ซึ่งบอกไว้ก่อนเลยว่ามันไร้ผลกับคนอย่างคิมหันต์”
เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววเย้ยหยันดังขึ้นทำลายความเงียบงันในห้องทำงานกว้าง รันต์รวีที่กำลังจ้องหน้าจอสมาร์ทโฟนค้างไว้กับภาพถ่ายเจ้าปัญหา ถึงกับแค่นั่นหัวเราะในลำคอ เธอไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับคำพูดเชือดเฉือนนั้นแม้แต่น้อย กลับค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและเย่อหยิ่ง ยัยดีไซเนอร์สาวเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ส่งยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความท้าทายกลับไปทันที
“มารยาตื้นๆ เหรอคะ... อ๊ะ ขอโทษทีค่ะ พอดีฉันเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่ถนัดเล่นละครตบตาใครเหมือนบางคนแถวนี้หรอกนะ” รันลากเสียงยาวอย่างจงใจ กวาดสายตามองสำรวจร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานด้วยท่าทางสบายๆ แต่แววตากลับคมกริบราวกับพญาอินทรีย์ที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ “อีกอย่าง ภาพในจอนี่ก็มุมกล้องมันพาไป หรือว่า... เฮียคิมกลัวว่าหัวใจตัวเองจะหวั่นไหวกับฉันจนต้องรีบหาเกราะกำบังด้วยคำพูดแย่ๆ แบบนี้กันแน่ล่ะคะ?”
คำว่า ‘เฮียคิม’ ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีสว่าง พร้อมด้วยน้ำเสียงล้อเลียน ทำให้คิมหันต์ถึงกับคิ้วกระตุก ใบหน้าคมคายบึ้งตึงขึ้นทันตาเห็น สันกรามหนานูนขึ้นจากการขบกรามแน่น ผู้หญิงคนนี้ช่างกล้าหาญ... ไม่ส, ต้องเรียกว่า ‘ไร้ความเกรงกลัว’ เสียมากกว่า ตั้งแต่เริ่มทำงานร่วมกันมานับสัปดาห์ รันไม่เคยยอมก้มหัวให้เขาเลยสักครั้ง แถมยังชอบต่อปากต่อคำจนเขาต้องคอยหาคำพูดเจ็บแสบมาขู่ขวัญอยู่เรื่อย
แต่แปลก... แทนที่เขาจะรู้สึกโกรธเกลียดจนอยากไล่ออกจากบริษัท กลับกลายเป็นว่าความดื้อรั้นและแววตาดื้อรั้นคู่นั้นมันกวนใจเขาจนนอนไม่หลับมาทั้งคืน
“ปากเก่งนักนะรันต์รวี” คิมหันต์ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าว ขายยาวๆ ของเขาทำให้ระยะห่างระหว่างกันลดลงอย่างรวดเร็ว จนรันต้องเป็นฝ่ายถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงานของตัวเองโดยอัตโนมัติ แม้ใจจะเริ่มเต้นผิดจังหวะกับแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างสูง แต่เธอก็ยังฝืนยืนนิ่ง เชิดหน้าสู้สายตา ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอให้อีกฝ่ายเห็นเด็ดขาด
“ขอบคุณที่ชมค่ะ” รันสวนกลับทันควัน น้ำเสียงไม่มีสั่นแม้แต่น้อย “แต่ถ้าจะเดินเข้ามาใกล้ขนาดนี้... รบกวนช่วยเช็คกลิ่นปากตัวเองก่อนดีไหมคะ พอดีฉันแพ้กลิ่นความอวดดีน่ะ มันฉุนจนแสบจมูก”
“เธอ!” คิมหันต์ยื่นมือไปค้ำโต๊ะทำงานกักตัวเธอไว้ตรงกลางทันที ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะเข้ากับแก้มเนียนทำให้รันต้องแอบกลั้นหายใจ หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล แต่นัยน์ตากลมโตยังคงแข็งกร้าว ไม่ยอมหลบสายตาคุกคามคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย “คิดว่าฉันใจดีกับเธอมากนักใช่ไหม ถึงได้กล้าปีนเกลียวฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
“ใครปีนเกลียวกันแน่คะ? คุณต่างหากที่เรียกฉันมาพบกลางดึกแบบนี้แถมยังเอาภาพบ้าๆ นี่มาโยนใส่หน้า” รันเอื้อมมือเล็กไปแตะอกเสื้อสูทราคาแพงของเขาเบาๆ ออกแรงดันให้ถอยห่างออกไปเล็กน้อย แม้สัมผัสจากแผงอกกว้างจะทำให้มือเธอร้อนผ่าวไปหมดก็ตาม “ถ้าไม่มีเรื่องงานสำคัญ กรุณาหลีกทางด้วยค่ะ ฉันง่วง”
คิมหันต์จ้องมองท่าทางอวดดีนั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก เขาอยากจะจับแม่ตัวดีนี่มาดัดนิสัยให้เข็ดหลาบเสียให้เข็ด แต่ติดตรงที่ว่า... ยิ่งเธอดื้อรั้นมากเท่าไหร่ เขากลับยิ่งรู้สึกอยากเอาชนะมากขึ้นเท่านั้น
ร่างสูงผละตัวออกไปยืนกอดอกตามเดิม ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยเย็นชาดังเดิมราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขายกมือขึ้นปัดปกเสื้อสูทเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบขาดจนบรรยากาศในห้องกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง
“ในเมื่อพวกเราต้องย้ายไปกินอยู่และทำงานร่วมกันที่โครงการรีสอร์ทจังหวัดเชียงใหม่เป็นเวลาสามเดือนเต็มเพื่อโปรเจกต์ใหญ่... เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาชวนปวดหัวและป้องกันไม่ให้ใครเอาเรื่องไร้สาระไปนินทลับหลัง ฉันมี ‘กฎเหล็กสามข้อ’ ที่เธอต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด”
รันเลิกคิ้วขึ้นสูง หรี่ตามองประธานหนุ่มอย่างระแวดระวัง “กฎอะไรของคุณอีก อย่าบอกนะว่าห้ามหายใจแรงเกินไปจนรบกวนสมาธิเฮียคิมน่ะ”
“อย่ามาเล่นลิ้น ฟังให้ดี” คิมหันต์ทำเป็นเมินคำเหน็บแนมนั้น ชูนิ้วขึ้นมาทีละข้อด้วยท่าทางจริงจัง “ข้อแรก ห้ามเข้าใกล้ผู้ชายคนไหนในรัศมีสามเมตรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากฉัน... โดยเฉพาะพวกไอ้กรณ์หรือพวกพาร์ทเนอร์หน้าไหนก็ตาม”
รันอ้าปากค้างทันที “นี่คุณบ้าไปแล้วหรือไงคะ! ฉันเป็นดีไซเนอร์นะ ต้องดีลกับลูกค้า ต้องทำงานกับทีม จะให้ไปยืนห่างจากคนอื่นสามเมตรแล้วจะทำงานยังไง แถม... ฉันจะไปเกี่ยวข้องอะไรกับเพื่อนคุณด้วยเล่า!”
“นี่คือข้อกำหนด ถ้าทำไม่ได้ก็เซ็นใบลาออกซะ” คิมหันต์ตัดบทอย่างไร้เยื่อใย ชูนิ้วที่สองขึ้น “ข้อสอง ห้ามออกนอกพื้นที่พักหลังสามทุ่มเด็ดขาด ถ้ามีธุระจำเป็นต้องรายงานและขออนุญาตฉันก่อนทุกครั้ง”
“นี่มันกักขังหน่วงเหนี่ยวชัดๆ!” รันโพล่งออกมาด้วยความเหลืออด ทุบมือลงบนโต๊ะดังป้าบ “ฉันไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ยของคุณนะคิมหันต์! ฉันมีสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล!”
“เสรีภาพของเธอจะหมดลงทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่เขตก่อสร้างโปรเจกต์ของฉัน” คิมหันต์สวนกลับด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ไม่สะเทือนใจกับท่าทางเกรี้ยวกราดนั้นเลยแม้แต่น้อย ปรายตามองร่างบางที่กำลังอกสั่นขวัญแขวนด้วยความโกรธด้วยซ้ำ ก่อนจะชูนิ้วสุดท้ายขึ้น “และข้อสาม... ข้อนี้สำคัญที่สุด”
รันเม้มปากแน่น หน้าตาแดงก่ำด้วยความโมโหจนแทบจะพ่นไฟใส่หน้าเขาอยู่รำคาญ แต่ก็ยอมเงียบฟังเพราะอยากรู้ว่าคนประสาทกินคนนี้จะสรรหาข้อตกลงบ้าบออะไรมาทรมานเธออีก
“ข้อสาม...” คิมหันต์เว้นจังหวะเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะขยับเข้าไปกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง “ห้ามหวั่นไหว... หรือตกหลุมรักผู้ชายปากร้ายอย่างฉันเด็ดขาด”
คำพูดนั้นทำเอารันถึงกับนิ่งค้าง สมองประมวลผลช้าไปสามวินาที ก่อนที่ความร้อนจะพุ่งขึ้นมาตีรวนที่พวงแก้มจนแดงจัด เธอเบิกตากว้าง หันขวับกลับมามองหน้าเขาเต็มตา หวังจะด่ากราดให้สำนึก
ทว่า... ยังไม่ทันที่คำพูดด่าทอใดๆ จะหลุดออกจากปาก เสียงเคาะประตูดัง ‘ก๊อกๆ’ สามครั้งก็แทรกขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน
ประธานหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ที่มีคนกล้ามาขัดเวลาสำคัญ ขณะที่รันรีบใช้จังหวะนี้ผลักร่างสูงออกห่างแล้วสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อตั้งสติ
แกร็ก...
ประวัติการสนทนาในห้องทำงานถูกเปิดออกโดยไม่ต้องรออนุญาต ร่างโปร่งของ ‘มีน’ เพื่อนร่วมงานฝ่ายการตลาดคนสวยก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ในมือถือแฟ้มเอกสารพร้อมกับถ้วยกาแฟส่งกลิ่นหอมกรุ่น
“เฮียคิมคะ มีนเอาเอกสารสรุปยอดงบประมาณล็อตสุดท้ายมาให้ตรวจค่ะ พอดีเห็นไฟในห้องยังเปิดอยู่เลยแวะเอามาให้... เอ๊ะ รันต์รวีก็ยังอยู่เหรอคะเนี่ย ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ทำไมถึงยังอยู่ด้วยกันสองต่อสองในห้องทำงานส่วนตัวของเฮียคิมล่ะคะเนี่ย?”
มีนกวาดสายตามองทั้งคู่สลับกันไปมา แววตาฉายแววสงสัยแกแกมไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด รันกำลังจะอ้าปากอธิบายเพื่อตัดรำคาญ แต่สายตาคมของคิมหันต์ที่หันไปมองมีนด้วยความเรียบเฉยกลับเอ่ยตัดหน้าขึ้นเสียก่อน
“ก็ดีแล้วที่เธอมา...” คิมหันต์เหยียดยิ้มมุมปาก สายตาเจ้าเล่ห์เหลือบมองรันที่ยืนกอดอกตีหน้ายักษ์อยู่ข้างๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอารันแทบสำลักน้ำลายตัวเอง “มีน... ช่วยบอกรันที ว่ากฎข้อที่สี่ที่ฉันเพิ่งนึกได้เมื่อกี้... มันควรจะเป็นอะไรดี”
รันชะựngงัน หัวใจกระตุกวูบเมื่อสบเข้ากับประกายตาเจ้าเล่ห์ที่ส่งตรงมาที่เธออย่างจงใจ
...ไอ้ผู้ชายเจ้าเล่ห์ ปากปีศาจ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความซึนของเฮียคิมนะครับ!
สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้•ตอนที่ 2
กฎเหล็กสามข้อ
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!