"ถ้าคิดจะเอาศักดิ์ศรีมารar ค้ำประกันหนี้ก้อนนี้ ผมแนะนำให้คุณเก็บมันใส่กระเป๋าแล้วเดินออกไปจากห้องทำงานของผมซะดีกว่าครับ คุณรันต์รวี"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความเยียบเย็นและแววตาดดูแคลนระคนสมเพชของ คิมหันต์ หรือที่ใครต่อใครในแวดวงธุรกิจต่างขนานนามว่า 'เฮียคิม' ประธานหนุ่มไฟแรงผู้กุมชะตากรรมของอาณาจักรหมื่นล้าน กำลังลอยคว้างอยู่กลางห้องทำงานส่วนตัวที่กว้างขวางและหรูหรา
รันต์รวี หรือ 'รัน' ดีไซเนอร์สาวฝีมือฉกาจผู้ยืนหลังตรงแหน่วอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานไม้สักทองราคาแพงระยับ เม้มริมฝีปากเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง นัยน์ตากลมโตคู่สวยไหวระริกด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามกดขี่ข่มเหงมันเอาไว้ไม่ให้ระเบิดออกมา เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำดูถูกเหยียดหยาม แต่เพราะบริษัทออกแบบจิวเวลรีของครอบครัวที่พ่อกับแม่สร้างมาหยาดเหงื่อแรงกายกำลังจะล่มสลายในชั่วข้ามคืนจากพิษเศรษฐกิจและกลโกงทางธุรกิจ
และคนตรงหน้านี่แหละ คือคนเดียวที่มีอำนาจต่อลมหายใจสุดท้ายนั้น
"ศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้หรอกค่ะคุณคิมหันต์... แต่เงินแปดหลักในบัญชีที่คุณกำลังจะเซ็นอนุมัติ ต่างหากที่ต่อชีวิตคนนับร้อยในบริษัทของฉันได้" รันสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมไม่แพ้กัน เธอยืดอกขึ้นเล็กน้อยเพื่อแสดงให้เห็นว่า ต่อให้สถานะตอนนี้เธอจะเป็นฝ่ายเดินมาขอความช่วยเหลือ แต่เธอก็ไม่มีวันยอมก้มหัวให้เขาง่ายๆ
คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักสวย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับประติมากรรมชั้นยอดฉายแววเย้ยหยันชัดเจน เขาสอดประสานปลายนิ้วเข้าด้วยกันบนโต๊ะ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ราคาแพงด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับกำลังชมการแสดงละครสัตว์ที่น่าขบขัน
"ปากเก่งดีนี่ครับ... สมกับที่เป็นดีไซเนอร์มือหนึ่ง แต่ก็น่าเสียดายนะ ที่ความปากเก่งของคุณมันช่วยค้ำจุนหุ้นที่ดิ่งลงเหวไม่ได้" คิมหันต์จงใจเว้นจังหวะ สายตาสีเข้มกวาดมองสำรวจเรือนร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเข้มของเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ทำเอารันรู้สึกเหมือนถูกลูบไล้ด้วยกระดาษทราย "บริษัทใกล้เจ๊ง ลูกน้องกำลังจะตกงาน พ่อคุณก็ล้มป่วยเข้าโรงพยาบาล... คุณเอาความมั่นใจมาจากไหน ถึงคิดว่าผมจะยอมยื่นมือเข้าไปช่วยบริษัทที่กำลังจะจมน้ำตาย โดยที่ผมไม่ได้อะไรกลับคืนมาเลย?"
ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศในห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ แต่กลับทำให้แผ่นหลังของรันชื้นเหงื่อ
เธอรู้ดี... รู้อยู่แก่ใจตั้งแต่อย่างก้าวเข้ามาในตึกนี้แล้วว่า ข้อเสนอที่คิมหันต์เตรียมไว้ให้เธอมันไม่มีทางเป็นเรื่องหมูๆ อย่างแน่นอน ผู้ชายอย่างคิมหันต์ไม่มีวันทำธุรกิจขาดทุน และยิ่งกับเธอ... คนที่เคยปฏิเสธคำชวนร่วมงานของเขาอย่างไร้เยื่อใยเมื่อสองปีก่อน ยิ่งไม่มีทางที่เขาจะใจดีปล่อยเธอไปง่ายๆ
"คุณอยากได้อะไร" รันตัดสินใจถามตรงๆ ข้ามขั้นตอนการไว้เชิงทั้งหมด เพราะเวลาของเธอนั้นเหลือน้อยเต็มทีแล้ว
คิมหันต์หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่น่ากลัวขึ้นกว่าเดิม เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนรันต้องเงยหน้าขึ้นมอง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูก ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
"ง่ายมาก..." คิมหันต์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ กระซิบด้วยน้ำเสียงกระด้างชวนฟัง "เซ็นสัญญาฉบับนี้... ย้ายสำนักงานของคุณมาควบรวมอยู่ใต้ร่มเงาของบริษัทผม และที่สำคัญที่สุด..."
เขาหยุดพูดไปชั่ววินาที ดวงตาสีเข้มคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการค้นหาความหวาดกลัวที่เธอพยายามซ่อนไว้
"...คุณต้องมาเป็นหัวหน้าทีมดีไซเนอร์ส่วนตัวให้ผม เป็นเบ๊รับใช้ คอยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าทุกอย่างตามที่ผมสั่ง... ตลอดสามปีเต็ม"
รันเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบไม่ใช่เพราะตกใจในเงื่อนไขการทำงาน แต่เป็นเพราะแววตาคุกคามที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังประโยคนั้น
การย้ายมาอยู่ใต้สังกัดของเขา เท่ากับการเอาอิสรภาพและศักดิ์ศรีทั้งหมดไปแขวนไว้บนเส้นด้าย โดยเฉพาะการต้องทำงานใกล้ชิดกับผู้ชายปากร้ายอย่างคิมหันต์ทุกวัน มันไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้ากรงเสือด้วยขาของตัวเอง
"มันไม่มากไปหน่อยเหรอคะคุณคิมหันต์? นี่ฉันมาขอกู้เงินทำธุรกิจ ไม่ได้มาขายวิญญาณให้ซาตาน" รันแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ พยายามดึงความเข้มแข็งทั้งหมดที่มีมาต้านทานแรงกดดันจากคนตรงหน้า แม้ว่ามือเรียวที่กำเข้าหากันแน่นในกระเป๋าเสื้อสูทจะสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความโกรธ
"ซาตานเหรอครับ?" คิมหันต์ทวนคำ เสียงหัวเราะต่ำๆ ในลำคอของเขาน่าหมั่นไส้เป็นที่สุด ใบหน้าหล่อเหลาขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน รันต้องผถอยหลังไปครึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ แต่ทว่าแผ่นหลังของเธอกลับชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานเสียแล้ว ทำให้เธอตกอยู่ในวงแขนของเขาโดยปริยาย
"จำไว้ให้ดีนะรันต์รวี..." คิมหันต์ก้มลงกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังจนขนลุกซู่ "ในโลกธุรกิจ ไม่มีคำว่าการกุศล... มีแต่ผู้ล่ากับผู้ถูกล่า และตอนนี้... คุณคือเหยื่อที่กำลังจะอดตาย"
รันเม้มปากแน่น ความโกรธพุ่งพล่านจนร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า เธออยากจะยกมือขึ้นตบหน้าคนหลงตัวเองสักฉาดใหญ่ให้หายหมั่นไส้ แต่ภาพใบหน้าของพ่อที่นอนป่วยอยู่บนเตียงโรงพยาบาลและหยาดน้ำตาของแม่ก็ลอยเข้ามาในหัว เป็นโซ่ตรวนรั้งมือเธอเอาไว้ไม่ให้ทำตามอำเภอใจ
เธอไม่มีทางเลือก...
รันสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาตรงๆ แววตาดุดันและทระงตนของเธอกลับมาฉายชัดอีกครั้ง ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวให้เห็นแม้แต่น้อย
"ก็ได้ค่ะ... ฉันตกลง" รันกัดฟันพูดทีละคำ "ฉันจะเซ็นสัญญาบ้าๆ นี่..."
คิมหันต์ชะงักไปชั่วครู่ แววตาคมกริบวาดประกายความพึงพอใจบางอย่างที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียน รอยยิ้มมุมปากของเขายิ่งขยายกว้างขึ้น ราวกับผู้ชนะที่ต้อนเหยื่อจนมุมได้สำเร็จ
"ดีมาก..." คิมหันต์ผละตัวออกห่างเล็กน้อยอย่างอารมณ์ดี เขายื่นแฟ้มเอกสารสีดำสนิทมาตรงหน้าเธอ "ถ้าอย่างนั้นก็เซ็นซะ... แล้วพรุ่งนี้เช้าแปดโมงตรง หวังว่าจะเห็นคุณนั่งรออยู่ที่โต๊ะทำงานใหม่ของคุณนะ หัวหน้าทีมคนใหม่"
รันคว้าปากกาจากมือเขามาด้วยความหงุดหงิด เธอจรดปลายปากกาลงบนกระดาษแผ่นสุดท้ายด้วยลายมือที่เฉียบคมและหนักแน่น ราวกับกำลังประกาศสงครามครั้งใหม่ที่ไม่มีวันยอมแพ้
แต่ทว่า... ก่อนที่ปลายปากกาจะจรดลงบนลายเซ็นเสร็จสมบูรณ์ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ตามด้วยเสียงบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท
"เฮียคิม! แย่แล้วครับ! มีข่าวหลุดเรื่องโปรเจกต์ใหม่หลุดออกไปสำนักข่าวแล้ว ทางหุ้นส่วนกำลังโกลาหลกันใหญ่เลย!"
เสียงหอบแฮกของ 'กรณ์' เพื่อนสนิทและมือขวาคนสนิทดังลั่นห้อง พร้อมกับการก้าวพรวดพราดเข้ามาโดยไม่ทันได้ดูตาม้าเรือว่าบรรยากาศในห้องตอนนี้มันชวนให้คนอยากมุดแผ่นดินหนีขนาดไหน
คิมหันต์หน้าตึงขึ้นทันที นัยน์ตาสีเข้มหันขวับไปมองเพื่อนสนิทด้วยสายตาดุร้ายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ กรณ์ที่เพิ่งสังเกตเห็นว่าตัวเองกำลังทำลายช่วงเวลาสำคัญถึงกับกลืนน้ำลายลงคอเอื้อมมือเกาหัวแกรกๆ ด้วยความทำตัวไม่ถูก
รันชะงักมือที่กำลังถือปากกา เธอเงยหน้าขึ้นมองสถานการณ์ตรงหน้าสลับกับใบหน้าบึ้งตึงของคิมหันต์ และในวินาทีนั้นเอง... ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้นเมื่อกวาดสายตาไปเห็นหน้าจอแท็บเล็ตในมือของกรณ์ที่กำลังแสดงภาพพาดหัวข่าวหน้าหนึ่ง
ภาพถ่ายในหน้าจอนั้น... คือภาพเธอกับคิมหันต์ที่ยืนใกล้ชิดกันจนเกินงามในห้องนี้จากมุมกล้องด้านนอก!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านกันนะครับ
สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้•ตอนที่ 1
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!