"กาแฟแก้วนี้ รันชงเองเหรอครับ หอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ เหมือนเจ้าของเลยนะ"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของมีนดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ส่งตรงมาให้คนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน รันเงยหน้าขึ้นจากร่างแบบชุดคอลเลกชันใหม่ ดวงตากลมโตฉายแววระריบระยับด้วยความขบขันเมื่อเห็นท่าทางพินพิเทาดอกไม้ริมฝีปากของรุ่นพี่ต่างแผนกคนนี้
"ถ้าชอบคราวหลังผมชงเผื่ออีกนะครับพี่มีน แต่บอกไว้ก่อนว่าสูตรนี้ผมไม่ได้ใส่ความหวานเพิ่มหรอกนะ พอดีเกรงใจคนแถวนี้กลัวเขาจะฟันผุกันซะก่อน" รันแกล้งเหลือบสายตาไปยังกระจกใสบานใหญ่ที่กั้นระหว่างห้องทำงานส่วนตัวกับพื้นที่ด้านนอก ซึ่งมีร่างสูงโปรดของใครบางคนกำลังนั่งหน้ายักษ์ทำเอกสารราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"ใครจะฟันผุไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนี้มีคนแถวนี้หน้าดำคร่ำเครียดจนตึกแทบถล่มแล้วมั้งครับ" มีนหัวเราะเบาๆ พลางยื่นเอกสารอนุมัติโครงการให้รันเซ็น "ว่าแต่เย็นนี้ว่างไหมครับ พอดีมีร้านอาหารเปิดใหม่บรรยากาศดีริมแม่น้ำ..."
"อุ๊ย เสียดายจังครับ พอดีผมมีนัด..."
ปัง!
เสียงเปิดประตูกระแทกผนังดังสนั่น ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นฝีมือของใคร คิมหันต์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยก้าวเท้าหนักหน่วง ใบหน้าคมคายบึ้งตึงจนแทบจะหยดเป็นน้ำแข็ง ดวงตาสีเข้มคมกริบกวาดมองแก้วกาแฟบนโต๊ะสลับกับใบหน้าของมีนที่ยืนยันรอยยิ้มค้างอยู่
"ไม่มีงานทำกันหรือไง ถึงได้มายืนสุมหัวจีบกันในเวลางาน" น้ำเสียงห้วนจัดเอ่ยขึ้นทันที พร้อมกับบรรยากาศรอบตัวที่ลดฮวบลงจนติดลบ คิมหันต์กอดอกจ้องเขม็ง ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความหงุดหงิดที่เจ้าตัวก็อธิบายไม่ได้ว่ามันคืออะไร รู้แต่ว่าเห็นไอ้เด็กมีนมันทำหน้าทะเล้นใส่รันแล้วเลือดในกายมันเดือดพล่าน
มีนไหวไหล่เบาๆ อย่างไม่สะทกสะท้านกับรังสีอำมหิตของท่านประธานหนุ่ม "ผมแค่เอาเอกสารมาให้รันเซ็นครับท่านประธาน ส่วนเรื่องกาแฟ... พอดีรันเขาชงให้ผมเป็นพิเศษ กลิ่นมันหอมเตะจมูกดีเหลือเกิน จนผมอดใจไม่ไหวต้องชมสักหน่อย"
ไอ้เด็กเวรนี่! คิมหันต์กัดกรามกรอดจนสันนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด อยากจะคว้าคอเสื้อแล้วโยนมันออกไปให้พ้นจากรัศมีสายตานี้เสียจริง รันที่เห็นท่าไม่ดีจึงรีบวางปากกาในมือแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาคนตัวโตที่ยืนหายใจฟึดฟัดอยู่ข้างโต๊ะ
"ถ้าท่านประธานตรวจงานเสร็จแล้ว เชิญห้องทำงานตัวเองเถอะครับ แถวนี้อากาศมันร้อน เดี๋ยวพาลให้หงุดหงิดพาลใส่คนอื่นเปล่าๆ" รันเอ่ยด้วยน้ำเนียงกวนประสาทเล็กน้อย จงใจหยอกเย้าให้คนปากแข็งแถวนี้สติแตกเล่น
"รันต์รวี!" คิมหันต์กัดฟันเรียกชื่ออีกฝ่ายลอดไรฟัน ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานจนรันต้องเอนตัวหนีเล็กน้อย "อย่ามาลามปามนะ ออกไปได้แล้วมีน งานการไม่มีทำรึไง!" ประโยคหลังหันไปตวัดสายตาดุใส่คู่กรณีทันที
"ครับๆ ไปก็ได้ครับท่านประธาน... ไปก่อนนะครับรัน เย็นนี้ผมโทรหา" มีนยักคิ้วให้รันอย่างกวนๆ ก่อนจะเดินผิวปากออกจากห้องไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้คิมหันต์ยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ลำพังกับคนตัวเล็กที่นั่งยิ้มรับหน้าตาเฉย
เมื่อประตูปิดลง คิมหันต์ก็ไม่รอช้าที่จะระเบิดอารมณ์ที่อัดอั้นมานาน ร่างสูงท้าวแขนกับโต๊ะทำงานโน้มตัวลงไปใกล้รันจนระยะห่างแทบไม่เหลือ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยราวกับจะค้นหาคำตอบ
"สนิทกันนักนะ มึงสองคนนี่" น้ำเสียงห้วนกระด้างเจือความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด
"ก็พี่มีนเขาน่ารักดีครับ พูดจาไพเราะ ไม่เหมือนใครบางคนแถวนี้หรอก ปากคอเราะร้ายแถมยังชอบทำหน้ายักษ์ใส่ชาวบ้านเขาไปทั่ว" รันลอยหน้าลอยตาตอบ ไม่ยอมก้มหัวให้ท่าทางคุกคามนั้นแม้แต่น้อย กลับส่งยิ้มหวานหยดย้อยที่ชวนให้คนมองยิ่งโมโหหนักขึ้นไปอีก
"รัน! อยากลองดีกับฉันใช่ไหมห๊ะ?" คิมหันต์ขบกรามแน่น มือหนาเอื้อมไปบีบคางสัปดนของอีกฝ่ายเบาๆ อย่างหมั่นไส้ "บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าไปยุ่งกับไอ้หน้าอ่อนนั่น มันคิดไม่ซื่อ ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องรึไง"
"แล้วทำไมผมต้องฟังคำสั่งเฮียด้วยล่ะครับ? ผมจะเป็นเพื่อนกับใคร ไปกินข้าวกับใคร มันก็เรื่องของผม หรือว่า..." รันแกล้งลากเสียงยาว นัยน์ตาคู่สวยระยิบระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ "เฮียหึงผมเหรอครับ?"
คำถามนั้นราวกับลูกศรที่พุ่งปักกลางใจคิมหันต์เข้าอย่างจัง ชายหนุ่มชะงักไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว
"หึง? เพ้อเจ้ออะไรของนาย ใครจะไปหึงคนปากจัดอย่างนาย ปรวดสติฟั่นเฟือนใหญ่แล้วรัน!" คิมหันต์รีบชักมือกลับราวกับโดนไฟลวก น้ำเสียงสูงกว่าปกติเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง
"อ้าวเหรอครับ? นึกว่าหึงซะอีก หน้าเฮียนี่แดงแจ๋เลยนะนั่น หรือว่าแพ้อากาศ?" รันแกล้งเอานิ้วแตะแก้มตัวเอง พร้อมกับหัวเราะคิกคักในลำคออย่างชอบใจที่ได้เห็นคนปากแข็งแสดงอาการลุกลี้ลุกลน
"ฉันไม่ได้หึง! และไม่ได้แพ้อากาศด้วย!" คิมหันต์เสียงแข็ง กลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่ลามเลียขึ้นมาถึงใบหู ร่างสูงยืนตรงกอดอกทำเป็นมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาจับผิด "แค่เตือนในฐานะเจ้านาย... กลัวบริษัทเสียชื่อเสียงที่มีพนักงานใจง่ายคอยอ่อยผู้ชายไปทั่ว"
"ปากแบบนี้สินะครับที่เขาบอกว่า... ปากไม่ตรงกับใจ" รันส่ายหัวเบาๆ อย่างระอาใจ แต่รอยยิ้มที่มุมปากกลับกว้างขึ้นเรื่อยๆ "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เชิญออกไปจากห้องผมได้แล้วครับ ผมจะทำงานต่อ หรือว่า... อยากอยู่ดูหน้าผมทำงานใกล้ๆ ล่ะครับ?"
"ใครอยากมองหน้านาย หลงตัวเองสิ้นดี!" คิมหันต์สะบัดหน้าหนีด้วยความเขินอายที่ถูกจับไต๋ได้เต็มเป้าหมาย ร่างสูงหมุนตัวเตรียมจะเดินหนีออกจากห้องเพื่อซ่อนความรู้สึกที่กำลังตีรวนอยู่ในอก แต่ทว่า...
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของกรณ์เพื่อนสนิทที่เปิดประตูพรวดเข้ามาหน้าตาตื่น โดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
"ไอ้คิม! แย่แล้ววะ มึงรีบออกมาดูนี่เร็ว มีเรื่องใหญ่แล้ว!" กรณ์โพล่งขึ้นเสียงดังลั่นห้อง สีหน้าเคร่งเครียดจนคิมหันต์ต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย
"มีเรื่องอะไรวะ เสียงดังโวยวายอยู่ได้" คิมหันต์หันไปดุเพื่อนสนิท
"ก็ไอ้คุณชายภคินนะสิ... มันโผล่มาที่ล็อบบี้บริษัท แถมยังถือช่อดอกไม้ช่อใหญ่มาก ประกาศกร้าวว่าจะมารับรันไปทานข้าวเย็นให้ได้!"
สิ้นคำพูดของกรณ์ รันก็ชะงักกึก รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่เลือนหายไปในพริบตา ขณะที่คิมหันต์หันขวับกลับมามองหน้าคนตัวเล็กทันที นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ขึ้นด้วยโทสะระลอกใหม่ที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้นะครับ
- จอมยุทธ์เสื้อแพร -
สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้•ตอนที่ 12
ความหึงที่ปิดไม่มิด
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!