“มึงอย่าเพิ่งไปไหน รัน!”
เสียงคำรามต่ำที่แฝงไปด้วยความสั่นเครือดังขึ้นในห้องทำงานกว้างที่ตกแต่งด้วยโทนสีขรึม คิมหันต์คว้าข้อมือเล็กของหญิงสาวไว้แน่นจนรันรู้สึกถึงแรงบีบที่แปรเปลี่ยนจากความเกรี้ยวกราดเป็นความสับสน ลมหายใจของเขาร้อนผ่าวแผ่ซ่านผ่านฝ่ามือที่สัมผัสกัน
รันสะบัดข้อมือออกทันที เธอไม่ได้แสดงอาการหวั่นไหว แม้ในใจจะเต้นระรัวจนแทบทะลุออกมาจากอก “เฮียคิม ปล่อยครับ ผมบอกแล้วไงว่าเราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก เรื่องกรณ์... มันก็แค่เรื่องของคนสองคนที่เขาต้องการพื้นที่ส่วนตัว เฮียไม่จำเป็นต้องทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของในเรื่องที่ไม่ใช่ธุระของเฮีย”
“ไม่ใช่ธุระเหรอ?” คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยไฟโทสะที่ขยับขยายกลายเป็นความเจ็บปวดลึกๆ “ไอ้กรณ์มันเป็นเพื่อนผม และผมรู้ว่ามันคิดยังไงกับคุณ มันไม่ได้หวังดีแบบที่แสดงออกหรอก!”
“แล้วเฮียล่ะ?” รันสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย “เฮียหวังดีแบบไหน? หวังดีแบบที่คอยสั่ง คอยบงการ หรือหวังดีแบบที่อยากเก็บผมไว้เป็นของเล่นในคอลเลกชันที่เฮียหวงนักหวงหนา?”
คิมหันต์ชะงัก ร่างสูงใหญ่ที่เคยดูองอาจทิฐิสูงส่งกลับดูชะงักงันเหมือนคนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ เขาปล่อยมือจากข้อมือเธอราวกับถูกของร้อน ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้อง มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ กั้นกลางระหว่างความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก เดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้รันจนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับโต๊ะทำงานกว้าง กลิ่นน้ำหอมยาสูบจางๆ ผสมกับกลิ่นไม้สนประจำตัวของเขาโอบล้อมเธอไว้ คิมหันต์ยกมือขึ้นวางบนขอบโต๊ะทั้งสองข้าง กักขังเธอไว้ในวงแขน
“ผมไม่เคยคิดว่าคุณเป็นของเล่น” เขาพูดเสียงพร่า แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงเหลือเพียงความเว้าวอนที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากากจอมบงการ “ที่ผมหงุดหงิด ที่ผมตามจิกตามกัดคุณทุกวัน... คุณไม่เคยสงสัยเลยหรือไงว่าทำไมผมถึงต้องเป็นเดือดเป็นร้อนกับแค่คนที่เดินเข้าใกล้คุณ”
“ผมไม่ใช่หมอดูครับเฮีย” รันเชิดหน้าขึ้น แม้หัวใจจะเต้นผิดจังหวะจนควบคุมไม่ได้ “ถ้าเฮียไม่พูดให้มันชัดเจน ก็อย่ามาหาเรื่องให้ผมต้องเดาใจคนปากร้ายแบบเฮียเลย”
“ถ้าผมพูด...” คิมหันต์ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีก ปลายจมูกของเขาเกือบจะแตะกับปลายจมูกของเธอ “ถ้าผมพูดแล้ว คุณจะยังผลักไสผมอยู่ไหม?”
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไป ความดุดันถูกแทนที่ด้วยแรงดึงดูดบางอย่างที่สั่นคลอนหัวใจ รันเม้มริมฝีปากแน่น เธออยากจะหนีไปให้พ้นจากสถานการณ์นี้ แต่ทุกครั้งที่สบตาคู่นั้น เธอกลับรู้สึกเหมือนถูกมนต์สะกด ความเย็นชาที่เธอสร้างไว้เป็นเกราะกำบังเริ่มแตกร้าว
“เฮียกำลังจะบอกว่า...”
“ผมกำลังจะบอกว่า...” คิมหันต์เว้นวรรค เขาโน้มใบหน้าลงมาจนรันสัมผัสได้ถึงไออุ่น “ผมไม่ชอบเวลาที่คุณไปยิ้มให้ใคร คนที่ควรจะได้เห็นรอยยิ้มพวกนั้น... ควรจะเป็นผมคนเดียว ไม่ใช่ไอ้กรณ์ ไม่ใช่ใครหน้าไหนทั้งนั้น”
รันหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ทว่าน้ำตาแห่งความน้อยใจกลับคลออยู่ที่หน่วยตา “หึงเหรอครับ? หรือแค่หวงของ? เฮียแค่เป็นคนเห็นแก่ตัวที่ไม่อยากให้ใครได้สิ่งที่มีค่าไปครอง แต่เฮียก็ไม่เคยคิดจะดูแลรักษามันให้ดีพอ”
“ผมแค่มัน... ปากไม่ดี” คิมหันต์ยอมรับเสียงอ้อมแอ้ม มือหนาขยับไปปัดปอยผมที่ปรกหน้าเธอออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นเบาหวิวแต่กลับสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ “ผมรู้ว่าผมทำตัวแย่ ผมรู้ว่าผมปากร้าย แต่รัน... เชื่อเถอะว่าไม่มีใครบนโลกนี้ต้องการคุณเท่ากับผมอีกแล้ว”
รันหันหน้าหนี “คำพูดแบบนี้มันราคาถูกไปครับเฮีย ถ้าเฮียอยากให้ผมเชื่อ เฮียต้องมากกว่าคำพูด... ซึ่งตอนนี้ ผมยังไม่เห็นว่าเฮียทำอะไรเลย นอกจากเอาแต่ใจตัวเอง”
เธอดันตัวเขาออกเบาๆ และครั้งนี้คิมหันต์ยอมเปิดทางให้เธอแต่โดยดี รันเดินเลี่ยงไปทางประตู ทิ้งให้เขายืนนิ่งอยู่กลางห้อง ความเงียบงันที่ตามมานั้นน่าอึดอัดยิ่งกว่าเสียงตะคอกเมื่อครู่
“พรุ่งนี้ผมจะไปงานประมูลโครงการที่ภูเก็ต” คิมหันต์พูดขึ้นโดยไม่หันมามอง “ไปกับผม... แล้วผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็น ว่าสิ่งที่ผมบอกไปเมื่อกี้ ผมไม่ได้พูดเพื่อประชดใคร”
รันหยุดยืนที่หน้าประตู เธอไม่ได้หันกลับไป แต่แผ่นหลังของเธอยังคงสั่นไหวเล็กน้อย “ผมไม่สัญญาครับเฮีย คืนนี้เฮียกลับไปทบทวนตัวเองดูเถอะ ว่าที่เฮียอยากให้ผมไป... เพราะเฮียต้องการผมจริงๆ หรือแค่ต้องการเอาชนะไอ้กรณ์”
เมื่อเธอก้าวพ้นประตูออกไป คิมหันต์ถึงกับทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพง เขาใช้มือกุมขมับด้วยความเหนื่อยล้า นี่คือครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าทิฐิของตัวเองกำลังจะพังทลายลงเพียงเพราะผู้หญิงคนเดียว
“มึงมันหมาจริงๆ คิมหันต์” เขาพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงสมเพช
ทว่าในตอนที่ความเงียบเข้าครอบงำ เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้องทำงาน ก่อนที่ประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งใบหน้าคุ้นตาที่ไม่ได้เจอกันนานเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่ดูเย้ยหยัน
“คุยกันไปถึงไหนแล้วล่ะวะคิม?” กรณ์เดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานพลางกวาดสายตามองเพื่อนสนิทด้วยความสมน้ำหน้า “ดูท่าทางหงอยๆ นะมึง รันเขาไม่เล่นด้วยเหรอ หรือว่ามึงยังปากแข็งไม่เลิก?”
คิมหันต์เงยหน้าขึ้น ดวงตาดุดันฉายชัด “มึงมาทำไม?”
“มาเตือนมึงน่ะสิ” กรณ์ยิ้มมุมปาก ก่อนจะวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะ “รันเขาไม่ได้มองแค่เรื่องความรู้สึกหรอกนะ... ดูเหมือนเขาจะเริ่มรู้เรื่อง 'ดีลลับ' ที่มึงทำไว้กับบริษัทคู่แข่งแล้วนะ ถ้ามึงไม่รีบจัดการ... เรื่องนี้อาจจะทำให้มึงเสียเขาไปจริงๆ”
คิมหันต์เบิกตากว้าง มือที่จับเอกสารสั่นสะท้านขึ้นมาทันที
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเส้นทางความรักอันแสนวุ่นวายของเฮียคิมและรันจนมาถึงตอนนี้นะครับ!
สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้•ตอนที่ 27
คำสารภาพที่รอคอย
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบเฮียปากร้ายให้กลายร่างเป็นโบ้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!