ระบบคราฟต์เทพทรู คู่หู(ไม่)ลับฉบับตัวตึง VRMMO•ตอนที่ 4

ดันเจี้ยนแรกที่ไม่ได้เตรียมใจ

ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
กลิ่นอายดินชื้นและกลิ่นฉุนของกรดฟอร์มิกตีรุนแรงเข้าที่โพรงจมูกจนคริสต้องขมวดคิ้วแน่น รองเท้าบูทหนังหุ้มข้อระดับกลางเหยียบย่ำลงบนพื้นถ้ำหินปูนที่ลื่นไถลด้วยเมือกใส ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงเรืองรองสีฟ้าอ่อนจากคሪสทัลผนังถ้ำคอยนำทาง เสียงฝีเท้าของเขาพยายามเบาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ในพื้นที่ปิดตายซึ่งมีเสียงสะท้อนเช่นนี้ ทุกย่างก้าวกลับฟังดูคล้ายเสียงกลองศึกที่กำลังประกาศการมาเยือนของเหยื่อผู้โชคร้าย "ระวังหน่อยสิครับ เซร่า... ทางข้างหน้าดูจะไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย" คริสเอ่ยกระซิบเสียงต่ำพลางเหลือบสายตากลับไปมองด้านหลังเล็กน้อย เซร่า จอมเวทสาวในชุดคลุมสีดำสนิทปักดิ้นลายอักษรเวทมนตร์โบราณ ไม่ได้สะท้านสะเทือนต่อคำเตือนนั้นแม้แต่น้อย เธอกลับยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มพึงใจ ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนานยามที่จ้องมองแผ่นหลังของชายหนุ่ม "ห่วงตัวเองก่อนเถอะครับ คุณอดีตโปรเพลเยอร์... หรือว่ากลัวจนเข่าอ่อนจนต้องให้ฉันช่วยอุ้มข้ามดงไข่มดพวกนี้ล่ะ?" น้ำเสียงเย้าแหย่ที่เจือความคลั่งรักแบบไม่ปิดบังนั้นทำเอาคริสลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ เขาเลือกที่จะเมินเฉยต่อประโยคยั่วเย้า แล้วเบนความสนใจกลับมายังสถานการณ์ตรงหน้าทันที นี่คือดันเจี้ยนเฉพาะกิจ "รังมดทมิฬพันศาลา" ระดับความยากระดับ B ที่กิลด์ใหญ่หลายกิลด์ยังต้องถอยทัพกลับมาตั้งหลัก แต่ด้วยความจำเป็นบางประการในการหาวัตถุดิบหายากมาซ่อมแซมค้อนตีเหล็กคู่ใจ ทำให้คริสและเซร่าต้องก้าวเข้ามาในดินแดนแห่งนี้โดยไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจรับมือกับความผิดปกติของระบบนิเวศภายในดันเจี้ยน ปัง! เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นจากมุมมืดเบื้องหน้า ตามมาด้วยแรงสั่นสะเทือนระลอกใหญ่ที่ทำให้เศษฝุ่นร่วงกวาดลงจากเพดานถ้ำ คริสชักดาบสั้นเนื้อดีออกจากฝักด้วยความรวดเร็ว เสียงเหล็กกระทบหนังฝักดังเฉียบคมท่ามกลางความเงียบงัน เขาก้าวขึ้นไปยืนบังร่างของเซร่าไว้โดยสัญชาตญาณ แม้จะปากไม่ตรงกับใจและชอบทำเป็นเย็นชา แต่การกระทำของเขากลับสะท้อนความห่วงใยออกมาอย่างชัดเจนทุกครั้ง "มาแล้วสินะครับ..." คริสพึมพำ ดวงตาสีเข้มหรี่ลงเพื่อโฟกัสภาพในความมืด เงาร่างมหึมาสีดำสนิทค่อยๆ เคลื่อนตัวออกมาจากความมืดมิด มันคือ "ราชินีมดทมิฬคลั่ง" บอสประจำชั้นที่ควรจะหลับใหลอยู่ลึกเข้าไปอีกสามชั้น แต่ด้วยบั๊กบางอย่างของระบบ มันกลับตื่นขึ้นมาอาละวาด ณ จุดเริ่มต้นนี้ ความยาวลำตัวกว่าสามเมตร เปลือกนอกเงาวับราวกับเคลือบด้วยไทเทเนียม และก้ามขนาดใหญ่ที่พร้อมจะหนีบร่างมนุษย์ให้ขาดเป็นสองท่อนในคราเดียว เซร่าขยับตัวเข้ามาใกล้คริสเล็กน้อย ไอความร้อนจากเวทมนตร์ในมือของเธอเริ่มหมุนวนเป็นเกลียวแสงสีแดงฉาน "ให้ฉันเผาพวกมันให้เป็นจุลเลยดีไหมครับ คุณคริส? ดูท่าทางแล้ว เกราะพวกนี้น่าจะเกรียมกำลังดีเลยนะ" "อย่าเพิ่งใจร้อนครับเซร่า!" คริสปรามเสียงเข้ม "เปลือกนอกของมันต้านทานเวทมนตร์ธาตุไฟได้ถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ถ้าคุณใช้เวทมนตร์โจมตีตรงๆ พลังงานจะสะท้อนกลับมาทำร้ายเราเอง... ถอยไปข้างหลังสามก้าว แล้วเตรียมสนับสนุนผมเมื่อผมให้สัญญาณ" เซร่ากะพริบตาปริบๆ รอยยิ้มบนใบหน้าเปลี่ยนเป็นความชื่นชมระคนเอ็นดู "โอ้? รอบคอบสมเป็นคุณจริงๆ นะครับ... งั้นฉันจะรอชมการแสดงของโปรเพลเยอร์ก็แล้วกัน" คริสไม่ตอบรับคำเย้านั้นอีก สมองของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็วราวกับเครื่องจักรกล บอสตัวนี้มีความเร็วสูง แต่มีจุดอ่อนสำคัญตรงรอยต่อระหว่างปล้องคอและส่วนอก ซึ่งเป็นจุดที่เกราะบางที่สุด ทว่าช่องว่างนั้นมีเวลาเปิดปิดเพียงแค่หนึ่งวินาทีต่อรอบการโจมตีเท่านั้น หากพลาดแม้แต่นิดเดียว ดาบสั้นในมือของเขาจะหักสะบั้นทันที ราชินีมดส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูงที่ทำเอาแก้วหูแทบแตก มันพุ่งทะยานเข้าหาคริสด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปหลายเท่า ลมกรรโชกจากการพุ่งชนหอบเอาฝุ่นละอองฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ *ซ้าย... หลบมุมสี่สิบห้าองศา ใช้แรงเหวี่ยงจากแรงเฉื่อยของมันเอง...* คริสไม่ถอยหลัง เขากลับพุ่งตัวไปข้างหน้าสวนทางกับก้ามมקมหนามที่พุ่งเข้ามา ระยะห่างระหว่างคมเขี้ยวกับใบหน้าของเขาเหลือเพียงไม่กี่มิลลิเมตรเท่านั้น ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มของชายหนุ่ม แต่แววตาของเขากลับนิ่งสนิทไร้ความหวาดกลัว ในเสี้ยววินาทีที่ราชินีมดพุ่งเลยผ่านไป คริสพลิกข้อมืออย่างรวดเร็ว ใช้สันดาบกระแทกเข้าที่รอยต่อบริเวณคอของมันอย่างแม่นยำราวกับจับวาง แรงกระแทกส่งผลให้ระบบบาลานซ์ของบอสเสียศูนย์ชั่วขณะ มันล้มไถลไปกระแทกกับผนังถ้ำจนหินปูนแตกละเอียดเป็นวงกว้าง "เซร่า! ตอนนี้แหละครับ!" คริสตะโกนลั่น เซร่าที่รอจังหวะอยู่นานแล้วร่ายเวทมนตร์อย่างรวดเร็ว วงเวทสีฟ้าครามปรากฏขึ้นใต้ร่างของราชินีมด โซ่ตรึงเวทมนตร์พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน ล็อกขาและหนวดของบอสยักษ์เอาไว้ตรึงกับที่ ทำให้มันไม่สามารถขยับตัวได้ชั่วคราว ความร่วมมือที่เข้าขาอย่างไร้รอยต่อนี้แสดงให้เห็นถึงความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบท่ามกลางการต่อสู้ คริสไม่รอช้า เขากระโดดเหยียบขึ้นไปบนหลังของบอส ใช้ปลายดาบแทงทะลุผ่านรอยต่อที่เปิดออกโดยสมบูรณ์ ตัวเลขความเสียหายสีแดงฉานพุ่งทะยานขึ้นเหนือหัวของราชินีมดทมิฬคลั่งอย่างต่อเนื่อง *Critical! Critical! Critical!* เสียงคำรามสุดท้ายดังสนั่นก้องถ้ำ ก่อนที่ร่างมหึมาจะค่อยๆ สลายกลายเป็นละอองแสงสีทองระยิบระยับ ทิ้งไอเทมหายากและชิ้นส่วนวัตถุดิบระดับสูงกองไว้บนพื้น คริสถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก เขายกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม ก่อนจะหันไปมองคู่หูสาวที่ยืนปรบมือให้อย่างอารมณ์ดี "ยอดเยี่ยมมากเลยครับคุณคริส ฝีมือยังเฉียบคมเหมือนตอนอยู่บนเวทีอีสปอร์ตไม่มีผิดเพี้ยน" เซร่ากล่าวเย้าพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้ ปลายนิ้วเรียวเอื้อมไปปัดเศษฝุ่นที่ติดอยู่บนไหล่ของชายหนุ่มอย่างถือวิสาสะ คริสะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ถอยหนี ใบหูของเขาขึ้นสีแดงเรื่อโดยที่เจ้าตัวพยายามเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย "อะแฮ่ม... เก็บกวาดไอเทมได้แล้วครับ เรายังต้องรีบไปหาวัตถุดิบชิ้นสุดท้ายต่ออีกนะ" คริสพูดเสียงแข็งกลบเกลื่อนความประหม่า ทว่า ในขณะที่เซร่ากำลังก้มลงเก็บผลึกมานาสีดำที่ตกอยู่บนพื้น จู่ๆ หน้าจออินเทอร์เฟซสีฟ้าใสก็เด้งขึ้นตรงหน้าของคริสโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า แสงไฟจากหน้าจอระบบเปลี่ยนจากสีฟ้าใสกลายเป็นสีแดงฉานกะพริบถี่ๆ พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังสะท้อนก้องในโสตประสาท [แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบการปลุกพลังงานปริศนาใต้ชั้นดินลึกระดับ 5] [ภารกิจลับระดับ SSS: "เสียงครางจากใต้พิภพ" ถูกกระตุ้นโดยอัตโนมัติเนื่องจากการกำจัดราชินีมดทมิฬคลั่ง] [คำเตือน: ผู้เล่นไม่สามารถออกจากดันเจี้ยนได้จนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ หรือจนกว่าร่างอวตารจะสูญสลาย] [เป้าหมายปัจจุบัน: ปิดผนึก "ประตูแห่งความมืด" ที่กำลังเปิดออกเบื้องล่าง โดยมีเวลาจำกัดเพียง 10 นาที...] ดวงตาของคริสเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความบนหน้าจอ ขณะที่เซร่าชะงักมือที่กำลังหยิบไอเทม รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าของเธอเลือนหายไปในทันที แทนที่ด้วยความเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน พื้นถ้ำใต้ฝ่าเท้าของทั้งสองคนเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงอีกครั้ง ครั้งนี้รุนแรงเสียจนหินย้อยบนเพดานแตกหักร่วงหล่นลงมาดั่งห่าฝน เสียงคำรามต่ำทุ้มราวกับเสียงกู่ร้องของอสูรกายโบราณดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องล่าง—ลึกลงไปกว่าที่แผนเดิมเคยสำรวจไว้ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง แสงสีแดงฉานก็นับร้อยสายก็พวยพุ่งทะลุรอยแยกของพื้นดินขึ้นมาโอบล้อมร่างของพวกเขาทั้งสองคนไว้ราวกับกรงขังมรณะ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรบทนี้ไปด้วยกันนะครับ ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบคราฟต์เทพทรู คู่หู(ไม่)ลับฉบับตัวตึง VRMMO นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%