"ถ้าวางศิลาเวทต่ำกว่าจุดศูนย์สูตรของวงแหวนอีกแค่พิกัดเดียว แรงดันมานาในเตาหลอมจะตีกลับจนแผงวงจรละลายกลายเป็นขยะราคาแพงทันที... แต่ก็นั่นแหละครับ ถ้าพวกมันไม่โง่พอที่จะเข้ามาขโมยของในช่วงที่ระบบระบายความร้อนกำลังทำงานพอดี ผมก็คงไม่ต้องเสียเวลามานั่งกางอาณาเขตดักรอแบบนี้หรอกนะ"
เสียงพึมพำเรียบเรื่อยดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของห้องใต้ดินกิลด์ร้าง กลิ่นอายของผงถ่านเวทมนตร์และเหล็กกล้าชั้นดีลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ แสงสีฟ้าจางๆ จากหน้าต่างโปร่งใสของระบบคราฟต์สะท้อนลงบนกรอบแว่นโลหะของชายหนุ่มผู้มีนามในเกมว่าคริส นิ้วเรียวยาวของเขาขยับคีมเหล็กคีบแท่งโลหะมิธริลที่เพิ่งผ่านการตีขึ้นรูปอย่างประณีต วางลงบนแท่นหินอัคคีด้วยจังหวะจะโคนที่ไม่รีบร้อนและไม่เชื่องช้าจนเกินไป
รอบตัวเขาคือกลไกกับดักเวทมนตร์ระดับสูงที่ถูกถักทอขึ้นจากเศษแร่เหลือใช้และทักษะช่างตีเหล็กขั้นปรมาจารย์ หน้าตาของมันดูเหมือนกองขยะอิเล็กทรอนิกส์ไม่มีผิดเพี้ยน หากแต่มองด้วยมุมมองวิเคราะห์ของโปรเพลเยอร์แล้ว นี่คือตาข่ายมรณะที่พร้อมจะตัดทอนค่าพลังชีวิตของเป้าหมายลงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ในพริบตาเดียว
"เจ้าเด็กนี่... ทำเป็นเล่นลิ้นทำเท่ใหญ่นะคะ เอ้ย... นะครับ!"
เสียงกระซิบกระซาบที่คุ้นเคยดังมาจากมุมอับของเสาหิน เซร่า ในชุดคลุมนักเวทสีนิลลึกลับก้าวเท้าออกมาจากเงาไม้ด้วยฝีเท้าที่เบาราวกับแมวป่า ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองแผ่นหลังของชายหนุ่มด้วยประกายระยิบระยับที่ยากจะคาดเดา ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเล็กน้อยพยายามแก้คำลงท้ายตามสัญญาก่อนจะเผลอหลุดมาดอาจารย์สาวผู้เคร่งขรึมอีกครั้ง "ถ้าแผนการล่อหนูสกปรกออกจากรูกลวงของเธอเกิดพลาดขึ้นมา ฉันนี่แหละที่จะเอาค้อนนั่นฟาดหัวเธอเป็นคนแรก ไม่ใช่เพราะโกรธหรอกนะ... แต่เพราะรำคาญสายตาที่ชอบทำตัวเหนือกว่าต่างหากเล่ะ!"
คริสชะงักมือที่กำลังเช็ดคราบเขม่าไปชั่วขณะ เขาไม่ได้หันกลับไปมอง แต่รอยยิ้มบางเบากลับปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็ว
"อาจารย์ครับ ช่วยกรุณาเก็บเสียงหัวใจที่เต้นดังจนมอนสเตอร์ชั้นต่ำยังได้ยินนั่นหน่อยเถอะครับ... อีกอย่าง ผมไม่ได้ทำตัวเหนือกว่า แค่กำลังใช้สมองแก้ปัญหาในแบบที่คนฉลาดเขาทำกัน ไม่เหมือนใครบางคนที่ชอบใช้ไม้เท้าฟาดทุกอย่างที่ขวางหน้าจนดันเจี้ยนพังทลายมาแล้วสามรอบหรอกนะครับ"
"หนอย... เจ้าศิษย์อกตัญญู!" เซร่าหน้าแดงก่ำด้วยความฮึดฮัด เธอสาวเท้าเข้าไปใกล้หมายจะหยิกแขนสักทีให้หายหมั่นไส้ แต่ทว่า—
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นกลางอากาศ พร้อมๆ กับเรดาร์เวทมนตร์ที่แสดงจุดสีแดงสามจุดกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ประตูห้องใต้ดินอย่างรวดเร็ว แรงกดดันจากจิตสังหารระดับสูงแผ่ซ่านผ่านรอยแยกของประตูไม้ผุๆ เข้ามาจนสัมผัสได้
บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนจากความผ่อนคลายกลายเป็นความตึงเครียดในเสี้ยววินาที
คริสวางคีมในมือลงอย่างนุ่มนวล ใบหน้าที่เคยติดจะขี้เล่นเมื่อครู่กลับเรียบสนิทและเย็นชาดุจน้ำแข็ง ดวงตาสีเข้มคมกริบกวาดมองหน้าจอสถานะที่แสดงตำแหน่งของเหยื่อที่กำลังเดินเข้าสู่หลุมพรางอย่างสมบูรณ์แบบ
"มาแล้วสินะครับ... หมาล่าเนื้อจากกิลด์พยัคฆ์ทมิฬ" คริสเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา มือขวาเอื้อมไปแตะกลไกสวิตช์ลับบนโต๊ะคราฟต์
"ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเถอะค่ะ... เอ๊ย! ของฉันนะ" เซร่าชักไม้เท้าหัวกะโหลกคริสตัลออกมาจากมิติเก็บของ ประกายไฟสีม่วงเข้มเริ่มล้อมรอบปลายนิ้วเรียวของเธอ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนใบหน้าสวย "ไม่ได้ออกกำลังกายมานาน พวกมันคงอยากรู้ซึ้งถึงนรกบนดินสินะคะ"
"ช้าก่อนครับอาจารย์" คริสเอื้อมมือไปคว้าชายผ้าคลุมของหญิงสาวไว้เบาๆ แรงสัมผัสเพียงเล็กน้อยทำให้เซร่าสะดุ้งเฮือก หน้าแดงลามไปถึงใบหู ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอย่างลืมตัว "อย่าเพิ่งใจร้อนไป... แผนของเราคือ 'จัดการเงียบๆ ตามสไตล์คนฉลาด' ไม่ใช่การระเบิดตึกทิ้งให้เป็นข่าวหน้าหนึ่ง"
"ทะ... ทำอะไรของเธอน่ะ! ปล่อยมือเลยนะ!" เซร่าสะบัดหน้าหนีเพื่อซ่อนใบหน้าที่ร้อนผ่าวเป็นกุ้งต้ม พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ยะ... อยากทำอะไรก็เชิญตามสบายเลย! ฉันแค่จะคอยดูอยู่เงียบๆ ว่าคนฉลาดอย่างเธอจะแก้ปัญหาโง่ๆ ยังไงต่างหาก!"
*แอ๊ดดด—!*
เสียงบานประตูไม้เก่าแก่ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับเงาร่างของชายฉกรรจ์สามคนในชุดเกราะหนังสีดำสนิท กลิ่นอายความกระหายเลือดและรอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหัวหน้าหน่วยสอดแนม มันกวาดสายตามองความว่างเปล่าภายในห้องที่มีเพียงโต๊ะทำงานและแสงไฟสลัว
"หึ... ข่าวกรองบอกว่าไอ้ช่างตีเหล็กสติเฟื่องซ่อนแร่ระดับตำนานไว้ที่นี่สินะ ไหนล่ะของ-"
ยังไม่ทันที่มันจะได้พูดจบประโยค คริสก็กดสวิตช์ในมือลงอย่างไร้ความปรานี
*ฟึบ! ฉ่า————!*
ตาข่ายเวทมนตร์ที่ถักทอจากสายฟ้าและกรดพิษความเข้มข้นสูงพุ่งทะยานขึ้นมาจากพื้นดิน ล็อคร่างของพวกมันทั้งสามไว้ในกรงข่ายโปร่งแสงอย่างแน่นหนา เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นเพียงชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่คริสจะดีดนิ้วเบาๆ เพื่อเปิดใช้งานระบบ 'ปิดกั้นเสียงสะท้อน' ทำให้ทุกอย่างกลับมาเงียบสงบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เซร่ายืนกอดอกมองภาพตรงหน้าด้วยความทึ่งปนหมั่นไส้ เธอเหลือบมองใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกของคริสแวบหนึ่ง ก่อนจะแอบอมยิ้มบางๆ คนเดียวในความมืด
แต่ทว่า... ในจังหวะที่คริสกำลังก้าวเข้าไปตรวจสอบไอเทมดรอปจากร่างที่หมดสติของศัตรู หน้าต่างระบบสีทองอร่ามที่ไม่มีใครคาดคิดก็เด้งขึ้นมากลางอากาศอย่างไร้สาเหตุ พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนที่ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ต้องสะดุด
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบการแทรกแซงจาก 'ผู้เล่นปริศนา' ภายนอกขอบเขตดันเจี้ยน]
[คำเตือน: รหัสลับที่คุณใช้ในการคราฟต์ไอเทม ถูกถอดรหัสโดยบุคคลที่สามแล้ว...]
[เป้าหมายกำลังมุ่งหน้ามายังพิกัดนี้... และมันไม่ใช่ผู้เล่น แต่เป็น "สิ่งนั้น"]
ดวงตาสีเข้มของคริสเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ขณะที่เซร่าหันขวับมามองเขาด้วยสีหน้าซีดเผือด
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม" ไปด้วยกันเสมอนะครับ
ระบบคราฟต์เทพทรู คู่หู(ไม่)ลับฉบับตัวตึง VRMMO•ตอนที่ 22
จัดการเงียบๆ ตามสไตล์คนฉลาด
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบคราฟต์เทพทรู คู่หู(ไม่)ลับฉบับตัวตึง VRMMO นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!