วิญญาณอาฆาตในราชสำนัก กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาคนเป็น•ตอนที่ 2

รอยเท้าปริศนาบนผืนน้ำ

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
กรรไกรเงินเล่มเล็กในมือของหลินเฟยสะท้อนประกายแสงสีเงินยวดยวงตัดกับความมืดมิดของยามราตรี นางกำลังบรรจงเล็มไส้เทียนหอมกลิ่นจันทน์กะพ้อที่จุดไว้มุมห้องนอน เพื่อมิให้ควันสีเทาพวยพุ่งจนรบกวนสมาธิอันเปราะบางในยามวิกาล กลิ่นอายของเรือนไทยโบราณอันคุ้นเคยยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงสำนึก แม้ว่ายามนี้ร่างเนื้อที่นางอาศัยอยู่จะอยู่ในเรือนพักอันหนาทึบและเย็นเยียบของวังอ๋องแห่งต้าหลี่แล้วก็ตาม เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ย่างกรายเข้ามาตามระเบียงทางเดินไม้เนื้อแข็งด้านนอก ไม่ได้ทำให้หัวใจของนางเต้นผิดจังหวะแม้แต่น้อย หลินเฟยเพียงแต่ปรายหางตามองเงาร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับลงบนประดาบกระดาษสาของบานหน้าต่าง "ดึกดื่นปานนี้แล้ว ท่านอ๋องยังไม่ทรงพักผ่อนอีกหรือครับ หรือว่าความหวาดระแวงในตัวสตรีผู้นำมาจากชายแดน จะทำให้พระองค์บรรทมไม่ลง" หลินเฟยเอ่ยขึ้นลอยๆ น้ำเสียงของนางราบเรียบ เยือกเย็น และเจือแววเย้ยหยันเล็กน้อยอย่างไม่เกรงกลัวอาญา ประตูกระดาษสาถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ไอความเย็นยะเยือกของยามดึกไหลทะลักเข้ามาในห้องราวกับสายน้ำวน อ๋องมู่เหรินก้าวเข้ามาในห้องบรรทมส่วนตัวของนาง พระองค์ทรงฉลองพระองค์ด้วยชุดลำลองสีนิลสนิท ไม่มีเครื่องประดับใดๆ นอกจากดวงเนตรคมกริบดุจพญาอินทรีที่จ้องมองตรงมายังนาง ราวกับต้องการจะทะลวงลึกเข้าไปถึงวิญญาณที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังดวงตาคู่นั้น "เจ้ากล้าดียังไงถึงมาทายใจเปิ่นหวาง" อ๋องมู่เหรินตรัสด้วยน้ำเสียงต่ำทุบ กวาดสายตาคมกริบสำรวจทั่วห้องนอนอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณของแม่ทัพผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนบอกเขาว่า มีบางสิ่งไม่ชอบมาพากลในห้องนี้ "กลิ่นอายอะไรนี่... กลิ่นเหมือนดอกไม้ไทยที่พวกตระกูลหมอผีใช้ทำพิธีเรียกวิญญาณ" "หม่อมฉันเพียงแต่วางตัวตามสบายในพื้นที่ของตนเอง หากท่านอ๋องทรงระแคะระคายเรื่องชาติกำเนิดของหม่อมฉัน ไฉนไม่ประทานผ้าแพรขาวให้จบๆ ไปเสียล่ะครับ จะต้องมาคอยเดินตรวจตราเรือนพักของเชลยเช่นหม่อมฉันด้วยพระองค์เองทำไม" หลินเฟยหันกลับมาเผชิญหน้า พระองค์สูงใหญ่จนนางต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตา ทว่าไม่มีแววหวาดกลัวใดๆ สะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น มีเพียงความดื้อรั้นและประกายปัญญาที่ยากจะหยั่งถึง อ๋องมู่เหรินก้าวเข้าไปประชิดตัวนางอย่างรวดเร็ว จนกลิ่นกายบุรุษผสมกลิ่นอายสนธยาและสนิมดาบโชยเข้าจมูก พระองค์ยื่นพระหัตถ์หนาขึ้นเชยคางมนของนางขึ้น บังคับให้หลินเฟยต้องรับSสบสายตาอย่างใกล้ชิด "ปากคอเราะร้ายนักนะหลินเฟย... เจ้าคิดว่าเปิ่นหวางไม่กล้าฆ่าเจ้าอย่างนั้นหรือ วิญญาณบรรพบุรุษของเจ้าจะช่วยปกป้องเจ้าจากคมดาบอาคมของเปิ่นหวางได้หรือไม่เล่า" "ถ้าพระองค์ทรงฆ่าหม่อมฉันในคืนนี้ สิ่งที่ตามหลอกหลอนพระองค์ไปตลอดกาล จะไม่ใช่แค่วิญญาณบรรพบุรุษของตระกูลหมอผี... แต่จะเป็นความจริงที่ว่า พระองค์ทรงหวาดกลัวสตรีอ่อนแอคนหนึ่งจนต้องลงมือด้วยพระองค์เองต่างหากล่ะเพคะ" หลินเฟยตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางเบarที่มุมปาก ท้าทายอำนาจมืดที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของท่านอ๋องอย่างไม่เกรงกลัว บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง ดั่งสายธนูที่ถูกดึงจนสุดแรง ทันใดนั้นเอง อุณหภูมิภายในห้องนอนกลับลดฮวบลงอย่างฉับพลัน เปลวไฟจากเทียนหอมสีนันทน์กะพ้อสั่นไหวรุนแรงก่อนจะดับลงพรึบเดียว ทิ้งให้ห้องทั้งห้องจมอยู่ภายใต้ความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์สลัวลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา อ๋องมู่เหรินชะงัก พระหัตถ์ที่เชยคางนางไว้พลันเกร็งแน่นขึ้น สายตาดุร้ายหันขวับไปมองยังพื้นห้องเบื้องล่าง เสียง... เสียงฝีเท้าเปียกชุ่มดังขึ้น *สวบ... สวบ... สวบ...* ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของมนุษย์ แต่มันคือเสียงย่างก้าวของเท้าเปล่าที่เดินย่ำไปบนพื้นไม้ขัดมัน เสียงนั้นดังมาจากมุมมืดบริเวณหน้าต่างที่ปิดสนิท ค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เตียงนอนของหลินเฟยทีละก้าว ทีละก้าว อย่างเชื่องช้า ทว่ามั่นคง และทุกครั้งที่ฝีก้าวตกลงบนพื้น จะทิ้งรอยน้ำนองเป็นทางยาว รอยน้ำนั้นไม่ใช่สีใสสะอาด แต่มันกลับเป็นสีแดงฉานราวกับหยาดโลหิตที่เพิ่งไหลรินออกจากร่างของผู้ที่จมน้ำตาย หลินเฟยขมวดคิ้วมุ่น สัญชาตญาณหมอผีตื่นตัวถึงขีดสุด นางสัมผัสได้ถึงไอความอาฆาตมาดร้ายที่แผ่พุ่งจนขนลุกซู่ รอยเท้าเปียกปอนนั้นกำลังเดินตรงมาที่เตียง... มาที่ร่างของนาง อ๋องมู่เหรินดึงกระบี่ประจำพระองค์ออกจากฝักในพริบตา เสียงเหล็กกระทบฝักดังคมกริบก้องกังวาน พระองค์ก้าวเข้ามาบังร่างของหลินเฟยไว้ครึ่งหนึ่ง ดวงเนตรคมกริบจ้องเขม็งไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้าที่มีรอยน้ำปรากฏขึ้นทีละรอยอย่างต่อเนื่อง ราวกับมีใครบางคนกำลังเดินเข้ามาหาพวกเขาทั้งสองคนจริงๆ "ใคร! ออกมา!" อ๋องมู่เหรินตวาดก้อง พลังปราณสีนิลแผ่ซ่านออกจากร่างจนม่านหน้าต่างปลิวสะบัด ทว่า ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ มีเพียงกลิ่นอายเน่าเฟะของโคลนตมและซากศพใต้น้ำที่ลอยคละคลุ้งไปทั่วห้อง รอยเท้าเปียกปอนนั้นหยุดลงตรงหน้าอ๋องมู่เหรินและหลินเฟยพอดี ห่างจากปลายพระบาทของท่านอ๋องเพียงคืบเดียวเท่านั้น! และในวินาทีนั้นเอง หยดน้ำสีแดงฉานหยดสุดท้ายก็ร่วงหล่นลงบนพื้นไม้ พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าเย็นยะเยือกที่ดังขึ้นข้างพระ कर्ण ของอ๋องมู่เหรินโดยตรง... *"ท่านอ๋อง... ทรงจำข้าได้หรือไม่..."* อ๋องมู่เหรินเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง สีพระพักตร์ที่เคยเยือกเย็นชาดั่งน้ำแข็งกลับซีดเผือดลงในชั่วพริบตา เมื่อทรงจำน้ำเสียงนั้นได้แม่นยำ น้ำเสียงของสตรีผู้กระโดดลงไปในบ่อน้ำมรณะเมื่อสิบปีก่อน... สตรีที่พระองค์ทรงเป็นผู้ผลักไสให้นางไปสู่ความตายด้วยพระหัตถ์ของตนเอง! ศาลาริมน้ำโบราณขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิญญาณอาฆาตในราชสำนัก กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาคนเป็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%