วิญญาณอาฆาตในราชสำนัก กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาคนเป็น•ตอนที่ 3

จากเรือนไทยสู่ราชสำนัก

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
กลิ่นกำยานป่าจันทน์ราคาแพงที่ลอยอวลอยู่เบื้องหน้าไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกหมุนคว้างในศีรษะของหลินเฟยบรรเทาลงเลยแม้แต่น้อย สิ่งสุดท้ายที่เธอยังจำได้แม่นยำคือเงาร่างสีดำทะมึนของสัมภเวสีเจ้ากรรมนายเวรที่พุ่งเข้ากระชากวิญญาณของเธอ ณ ศาลาริมน้ำโบราณอันเงียบสงบ แต่เวลานี้ เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบ เสียงซิ่นผ้าไหมกระทบกันระรัว และกลิ่นอับชื้นของตำหนักฝ่ายในอันกว้างใหญ่ไพศาลกลับเป็นสิ่งแรกที่กระชากสติเธอกลับคืนสู่ความจริงอันน่าพิศวง "คุณหนูฟื้นแล้ว! สวรรค์เมตตา... คุณหนูสามแห่งตระกูลหลินฟื้นขึ้นมาแล้วเพคะ!" เสียงร้องระคนตื่นตระหนกของสาวใช้ในชุดจีนโบราณสีซีดนางหนึ่งดังขึ้นข้างเตียง นางทรุดตัวลงคุกเข่าด้วยความหวาดผวา ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยคราบน้ำตา ขณะที่หลินเฟย คณาจารย์ผู้สืบทอดวิชาอาคมจากเรือนไทยโบราณ ค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นพิงเสาเตียงไม้แกะสลักลวดลายหงส์อันวิจิตรแต่ทว่าผุพังตามกาลเวลา สมองของเธอประมวลผลอย่างรวดเร็วด้วยสติปัญญาอันสุขุม ร่างกายนี้ไม่ใช่ของเธอ... กลิ่นอายความตายที่ยังคงติดอยู่ที่ปลายนิ้ว ความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านจากกระดูกสันหลัง และความทรงจำแปลกปลอมที่ไหลทะลักเข้ามาดั่งกระแสน้ำวน ล้วนยืนยันความจริงข้อเดียว วิญญาณของเถ้าแก่เนี้ยแห่งศาลาริมน้ำถูกดึงข้ามภพ ข้ามมิติเวลา ผ่านแรงอาฆาตตกลงมาสิงสถิตในร่างของ "หลินอิงเฟย" ธิดาขุนนางตกอับผู้เพิ่งจบชีวิตลงด้วยการกินยาพิษหนีความอัปยศในวังหลวงแห่งนี้ "ข้า... อยู่ที่ไหน" น้ำเสียงของหลินเฟยแหบพร่า ทว่าแฝงไว้ด้วยความเยือกเย็นและอำนาจบางอย่างที่ทำให้นางสาวใช้ถึงกับสะดุ้งเฮือก "นี่คือตำหนักบูรพา... เขตพระราชฐานในแคว้นต้าหลี่เจ้าค่ะคุณหนู ท่านถูกใส่ร้ายว่าใช้คุณไสยมนต์ดำหมายเอาชีวิตพระชายาเอก จนฝ่าบาทมีราชโองการกักบริเวณ และ..." สาวใช้กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะกระซิบเสียงสั่น "และท่านอ๋องมู่เหรินกำลังจะเสด็จมาที่นี่ด้วยพระองค์เองเจ้าค่ะ!" สิ้นคำนั้น อากาศภายในห้องนอนอันคับแคบก็ราวกับถูกสูบออกจนหมดสิ้น ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านเข้ามาทางประตูไม้ที่ถูกผลักออกอย่างไร้ความปรานี ร่างสูงใหญ่ในชุดคลองปักลายมังกรสีดำสนิทก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ทว่าทุกย่างก้าวกลับสร้างแรงสั่นสะเทือนในใจของผู้พบเห็น อ๋องมู่เหริน... บุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นเทพแห่งสงครามผู้เหี้ยมโหด ใบหน้าหล่อเหลาดั่งหยกสลักไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาคมกริบคู่นั้นเยชาชาติดั่งน้ำแข็งพันปีที่พร้อมจะบดขยี้ทุกชีวิตให้แหลกสลายคามือ กลิ่นอายความตายและกลิ่นคาวเลือดที่ติดตัวเขามาจากการสนามรบอบอวลอยู่รอบกาย ชัดเจนเสียยิ่งกว่าวิญญาณตนใดที่หลินเฟยเคยพบเจอ ดวงตาคู่นคมกริบของท่านอ๋องกวาดมองร่างบางที่นั่งอยู่บนเตียง ประหนึ่งราชสีห์กำลังจ้องมองเหยื่อผู้โชคร้าย ไร้ซึ่งความปรานี มีเพียงความรังเกียจเดียดฉันท์และไอสังหารที่แผ่ออกมาจากปลายนิ้ว "ฟื้นขึ้นมาพอดีหรือ..." สุ้มเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอื้อnขึ้น ประหนึ่งเสียงคำรามจากขุมนรก "นึกว่าจะใช้ความตายหนีพ้นความผิดที่เจ้าทำไว้กับน้องชายของข้าได้ สตรีสารเลว" หลินเฟยหรี่ตาลงเล็กน้อย นางไม่1เกรงกลัวต่อแรงกดดันมหาศาลนั้นแม้แต่น้อย สมองอันเฉียบแหลมกำลังวิเคราะห์สถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ศัตรูเบื้องหน้าคือนักล่าผู้กระหายเลือด ส่วนเธอก็คือวิญญาณต่างภพที่ถือไพ่เหนือกว่าในเรื่องที่คนพวกนี้คาดไม่ถึง—โลกหลังความตาย "ท่านอ๋องเข้าใจผิดแล้วกระมังเพคะ" หลินเฟยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้รอยสั่นเครือ นางเงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในราชสำนักตรงๆ "หม่อมฉันในตอนนี้... ไม่ใช่สตรีอ่อนแอที่ยอมให้ใครมาหยيمเหยียดอีกต่อไปแล้ว" มู่เหรินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบหรี่แคบลงอย่างพิจารณา สตรีตรงหน้าเปลี่ยนไป นางไม่ใช่คุณหนูตระกูลหลินผู้ขี้ขลาดและหวาดกลัวเขาจนตัวสั่นดังเช่นวันวาน แววตาคู่นั้น... ลุ่มลึกราวกับหลุมพรางที่ไร้ก้นบึ้ง และท้าทายอำนาจของเขาอย่างออาจหาญ "บังอาจ!" ขันทีคนสนิทที่ติดตามมาส่งเสียงตวัดหวาดผวา "เจ้ามีโทษถึงประหารชีวิต ยังกล้าสามหรับต่อหน้าท่านอ๋องอีกหรือ!" ท่านอ๋องยกมือขึ้นห้ามขันทีผู้นั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานแบบนักล่า รอยยิ้มเหยียดยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักสวย เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้หลินเฟยจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอันเย็นเยียบ "น่าสนใจ... เจ้าคิดว่าคำพูดพล่อยๆ ของเจ้า จะทำให้ข้าเปลี่ยนใจจากการส่งเจ้าไปลงทัณฑ์ในคุกหลวงได้งั้นรึ" "หม่อมฉันไม่ได้ใช้คำพูดพล่อยๆ เพคะท่านอ๋อง" หลินเฟยแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศรอบตัววังเวงขึ้นมาทันตาเห็น "แต่หม่อมฉันรู้ว่า... วิญญาณของใครบางคนกำลังยืนอยู่ข้างหลังท่านในตอนนี้ และเขากำลังกระซิบว่า ท่านคือผู้สังหารเขาด้วยมือของตนเอง" สิ้นประโยคของหลินเฟย อุณหภูมิภายในตำหนักก็ลดฮวบลงอย่างฉับพลัน เปลวไฟในตะเกียงสำริดวูบไหวและเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกต อ๋องมู่เหรินชะงักกึก ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งดั่งหินผาพลันแข็งค้าง ความทรงจำอันเจ็บปวดที่เขาพยายามฝังกลบไว้ก้นบึ้งหัวใจถูกกระชากขึ้นมาอีกครั้งด้วยวาจาของสตรีตรงหน้า ในเสี้ยววินาทีนั้น ก่อนที่ท่านอ๋องจะทันได้ตวัดกระบี่จ่อคอหอยเพื่อปิดปากนาง ขันทีเฒ่าผู้หนึ่งก็วิ่งหน้าตาตื่นถือถาดไม้ประดับหยกเข้ามาในห้องด้วยความเร่งรีบ เนื้อตัวสั่นเทาจนทำถาดเกือบหล่น "ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชโองการลับจากฮ่องเต้... ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้ส่งตัวคุณหนูหลินอิงเฟยไปเข้าเฝ้าเป็นการด่วนในค่ำคืนนี้ และ..." ขันทีกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ "ถ้วยชาพระราชทาน... ถูกส่งมาพร้อมกับราชโองการนี้พ่ะย่ะค่ะ!" ศาลาริมน้ำโบราณขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิญญาณอาฆาตในราชสำนัก กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาคนเป็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%