รอยเปื้อนสีชาดบนกระดาษสาแผ่นนั้น ไม่ได้บ่งบอกถึงความผิดบาปของตระกูลหลิน หากแต่เป็นประกาศิตแห่งความตายที่ถูกส่งตรงมาจากเบื้องสูง
"คุณหนูรอง... บ่าวว่าเราอย่ารั้นต่อเลยเจ้าค่ะ เรือนบูรพาหลังนั้นไม่มีผู้ใดกล้าเหยียบย่างเข้ามากว่าสิบปีแล้ว นับตั้งแต่เกิดโศกนาฏกรรมนองเลือดในคืนสารทจีนปีนั้น พระชายาองค์ก่อนสิ้นพระชนม์อย่างมีเงื่อนงำ เลือดสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนจนถึงบานหน้าต่างไม้แกะสลัก แม้แต่ฝ่าบาทก็ยังทรงมีรับสั่งให้ปิดตาย..."
เสียงสะอื้นไห้ของสาวใช้ประจำตัวดังระคนกับเสียงฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมา เม็ดฝนกระทบหลังคากระเบื้องเคลือบสีนิลจนเกิดเสียงดังระรัวคล้ายเสียงกลองศึก หลินเฟยป้องปลายนิ้วเรียวบางลงบนริมฝีปากเบาๆ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวซ่อนความรู้สึกไว้ใต้แพขนตางอนงาม นางหาใช่คุณหนูในห้องหอผู้ไร้เดียงสาไม่ ภายใต้ร่างบอบบางที่ถูกขับไล่ให้มาอยู่วังหลังอันรกร้างนี้ คือทายาทแห่งตระกูลหมอผีผู้กุมความลับในการสื่อสารกับวิญญาณข้ามภพ
"ปิดตายงั้นหรือ? สำหรับข้า... ที่แห่งนั้นคือบ้าน"
หลินเฟยเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเยือกเย็นจนคนฟังต้องขนพองสเกล เปลวประทีปสีส้มสั่นไหววูบวาบตามแรงลมที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่าๆ กลิ่นอายความชื้นและกลิ่นดินปะปนกับกลิ่นสาบสางจางๆ ลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศ เรือนบูรพาหลังนี้ตั้งอยู่ลึกที่สุดของเขตตำหนักใน ถูกรายล้อมด้วยต้นไทรโบราณที่แผ่กิ่งก้านสาขาราวกับซาตานกางกรงเล็บตะปบท้องฟ้า
ทันทีที่ก้าวเท้าข้ามธรณีประตู เสียงเอี๊ยดอาร์ดของบานไม้เก่าก็ดังขึ้นราวกับเสียงหัวร่อเยาะเย้ยจากความมืด ฝุ่นละอองที่ทับถมมานานนับทศวรรษลอยฟุ้งต้องแสงเทียน ทว่าสิ่งที่ทำให้ฝีเท้าของหลินเฟยต้องหยุดชะงักลงมิใช่ความทรุดโทรมของสถานที่ หากแต่เป็นสัมผัสเย็นเยียบที่แผ่ซ่านมาจากเบื้องล่าง ความเย็นที่ไต่ระดับจากพื้นไม้ขึ้นมาสัมผัสข้อเท้า ดุจดั่งมีมือที่ไร้ตัวตนกำลังเอื้อมมาลูบไล้
"คุณหนู... ได้กลิ่นอะไรไหมเจ้าค่ะ?" สาวใช้หน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด กอดแขนตัวเองแน่นด้วยความหวาดกลัว
หลินเฟยไม่ตอบ นางกวาดสายตามองไปรอบห้องโถงกว้าง หยาดน้ำค้างจากชายคาด้านนอกหยดลงกระทบพื้นศิลาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ *ติ๋ง... ติ๋ง...* ทว่าท่ามกลางเสียงฝนและหยดน้ำนั้น กลับมีอีกหนึ่งเสียงที่ดังแทรกขึ้นมาอย่างผิดที่ผิดทาง
*กริ๊ง... แกร๊ง...*
เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ กังวานใส ทว่าวังเวงบาดลึกถึงขั้วหัวใจ มันดังมาจากมุมมืดที่สุดของห้องโถง—บริเวณใต้โต๊ะบูชาบรรพชนที่มีฝุ่นหนาเตอะ
หลินเฟยปรายตามองไปทางต้นเสียงโดยไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความตื่นกลัว นางยกชายกระโปรงผ้าแพรสีหม่นก้าวเดินเข้าไปช้าๆ ทุกย่างก้าวเงียบสนิทราwithเงาพราย กลิ่นธูปเก่าที่ไม่ได้จุดมานานปีโชยแตะจมูก ทั้งๆ ที่ในห้องนี้ไม่มีแม้แต่ก้านธูปหรือกระถางธูปหลงเหลืออยู่
ที่เบื้องหน้าโต๊ะบูชา มีวัตถุกลมๆ ชิ้นหนึ่งวางอยู่บนพื้นกระดาน มันคือ "กระดิ่งทองเหลืองโบราณ" ลวดลายสลักรูปอสูรร้ายอ้าปากกว้าง ดวงตากลมโตฝังด้วยหยกสีโลหิตที่สะท้อนแสงไฟวับแวม และในวินาทีที่ปลายนิ้วของหลินเฟยยื่นเข้าไปใกล้ในระยะคืบ...
กระดิ่งโบราณนั้นก็สั่นสะท้อนด้วยตนเองอย่างรุนแรง!
*กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊งกริ๊ง!*
เสียงโลหะกรีดร้องก้องกังวานไปทั่วเรือนบูรพา ราวกับมันกำลังประกาศการตื่นขึ้นของสิ่งเร้นลับที่ถูกจองจำมาเนิ่นนาน ทันใดนั้น ประตูไม้บานใหญ่ด้านนอกก็ถูกกระชากให้ปิดฉับลงด้วยแรงลมมหาศาล ดับเปลวเทียนทุกดวงในห้องให้มืดสนิทลงในพริบตา เหลือเพียงความมืดมิดอันน่าสะพรึงกลัวและแสงจันทร์สีเลือดที่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาตกกระทบใบหน้าของนาง
และในความเงียบงันที่ถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจอันติดขัดของสาวใช้... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของใครบางคน ก็ดังขึ้นที่ระเบียงทางเดินด้านนอก
*ตึง... ตึง... ตึง...*
ฝีเท้านั้นไม่ได้เดินมาจากทางเข้าเรือน แต่มันดังมาจากระเบียงชั้นสอง—จุดที่ไม่มีใครขึ้นไปได้มากว่าสิบปี และหยุดลงตรงเหนือศีรษะของหลินเฟยพอดี พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าเย็นยะเยือกที่ดังกระซิบติดริมใบหูของนางในความมืด
*"ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ชายาแห่งท่านอ๋อง"*
ศาลาริมน้ำโบราณขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
วิญญาณอาฆาตในราชสำนัก กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาคนเป็น•ตอนที่ 1
กลิ่นธูปจากศาลาริมน้ำ
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิญญาณอาฆาตในราชสำนัก กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาคนเป็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
