"เจ้ารู้ตัวหรือไม่... ว่ากำลังเดินเข้าสู่สุสานของตนเอง"
เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของมังกรฟ้าดังสะท้อนก้องกราบไปทั่วหุบเขาอัสดง ปราณกระบี่สีครามเข้มพวยพุ่งออกจากร่างของเฟยเทียนหลงราวกับอัคคีผลาญโลก แผ่รัศชกดดันจนเหล่าศิษย์สายในของสำนักเหินฟ้าถึงกับกระอักเลือดออกมาคำโต พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของพวกมันแตกร้าวเป็นใยแมงมุมด้วยน้ำหนักกดทับของจิตสังหารที่ไร้รูป
เฟยเทียนหลงยืนหยัดอย่างโดดเดี่ยว ท่ามกลางวงล้อมของยอดฝีมือร่วมยี่สิบคน ร่างกายของเขาสวมชุดคลุมสีดำสนิทสะบัดพริ้วตามแรงลมปราณ ดวงตาคู่นั้นคมกริบดั่งคมกระบี่ที่ผ่านการลับคมในโลหิตมานับร้อยสนามประลอง ความทะนงตนฉายชัดผ่านสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่น
"เฟยเทียนหลง! อย่าได้ลำพองใจไปนัก แม้เจ้าจะเคยเป็นอัจฉริยะแห่งสำนักนอก แต่วันนี้ที่นี่คือจุดจบของเจ้า สำนักเหินฟ้าไม่อาจยอมให้สุนัขจนตรอกเช่นเจ้ามีชีวิตรอดไปสร้างความอับอายได้อีก" ผู้อาวุโสไป๋ ผู้ใช้วิชากรงเล็บมังกรเพลิงแผדเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว ฝ่ามือของมันลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีชาด บ่งบอกถึงพลังวัตรขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์
เฟยเทียนหลงเพียงแค่แย้มยิ้ม มุมปากหยักลึกปรากฏร่องรอยเย้ยหยัน รอยยิ้มนั้นช่างเย็นชาและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าความตาย
"สุนัขจนตรอกอย่างงั้นหรือ..." เฟยเทียนหลงทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่กลับกดดันจิตวิญญาณของผู้ฟังจนแทบหยุดหายใจ "น่าเสียดายที่พวกเจ้าเป็นได้แค่ฝูงสุกรที่รอวันถูกเชือดเท่านั้น"
สิ้นเสียง ชายหนุ่มไม่รอช้าให้ศัตรูตั้งตัว เคล็ดวิชา "กระบี่เดียวดายสะท้านนภา" ถูกขับเคลื่อนด้วยพลังปราณเก้าสวรรค์ ร่างกายของเขาพุ่งทะยานออกไปราวกับสายฟ้าแลบ ความเร็วของเขารวดเร็วจนทิ้งภาพติดตาไว้เบื้องหลัง
*ฉับ!*
ประกายกระบี่สีครามวาบผ่านความมืดมิดของหุบเขา รวดเร็วและเด็ดขาดจนไม่มีใครมองทัน ผู้อาวุโสไป๋เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก มันยกมือขึ้นหมายจะใช้กรงเล็บเพลิงปัดป้อง ทว่าช้าไป... เร็วเกินไป!
คมกระบี่ไร้ลักษณ์กรีดผ่านอากาศอย่างไร้เสียง ไร้ร่องรอย แต่กลับเฉียบคมจนสามารถตัดผ่านกระแสลมปราณคุ้มกายของผู้อาวุโสไป๋ได้อย่างง่ายดาย ราวกับตัดผ่านเต้าหู้
เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นย้อมผืนหญ้าสีเขียวขจีให้กลายเป็นสีชาด ศีรษะของผู้อาวุโสไป๋หลุดลอยออกจากบ่า ดวงตาเบิกโพลงด้วยความไม่เชื่อจนวินาทีสุดท้าย ร่างไร้หัวล้มฟุบลงกับพื้น ส่งผลให้เหล่าศิษย์สำนักเหินฟ้าที่เหลือถึงกับหน้าถอดสี ถอยหลังกรูเกรียวด้วยความหวาดกลัว
นี่คือการสำแดงฝีมือครั้งแรกของเฟยเทียนหลงนับตั้งแต่ถูกเนรเทศ! ไม่มีการเจรจา ไม่มีแม้แต่ความปรานี มีเพียงวิถีกระบี่ที่เด็ดเดี่ยวและนองเลือด
"ใครจะเป็นรายต่อไป?"
เฟยเทียนหลงกวาดสายตามองฝูงชนที่กำลังสั่นเทา กระบี่ในมือยังคงหยดหยาดโลหิตสีแดงสด หยดแล้วหยดเล่า เสียงหยดน้ำกระทบพื้นดังก้องในความเงียบงัน สร้างความกดดันทางจิตวิทยาจนแทบทำให้คนบ้าคลั่ง
ในขณะเดียวกัน บนยอดผาสูงชันที่ปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบ ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะแรกฤดูยืนนิ่งสงบ นางคือเซียนจื่อเวย เจ้าสำนักดาราจันทร์ ผู้คนต่างขนานนามนางว่านางเซียนไร้ใจผู้เย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี ทว่าในยามนี้ ดวงตางามล้ำคู่นั้นกลับจับจ้องไปยังร่างของชายหนุ่มเบื้องล่างด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน
หัวใจที่เคยด้านชาและปิดตายมาเนบเนนานนับร้อยปี กลับเต้นระรัวขึ้นมาอย่างไม่เป็นจังหวะ ยามที่เห็นเขายืนหยัดเผชิญหน้ากับศัตรูทั้งสำนักด้วยความอาจหาญ ความเย็นชาทั้งปวงละลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความห่วงใยลึกซึ้งที่นางไม่เคยมีให้ผู้ใดมาก่อน
*เจ้าคนโง่... เหตุใดต้องดึงดันแบกรับทุกสิ่งไว้เพียงลำพองใจเช่นนี้...* เซียนจื่อเวยรำพึงในใจ
แต่ก่อนที่นางจะได้ขยับกายเข้าไปช่วยเหลือ แรงกดดันปริศนาก็ดังก้องขึ้นมาจากท้องฟ้ายามค่ำคืน เมฆดำทมิฬม้วนตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็ว สายฟ้าสีม่วงคำรามลั่นสนั่นหวั่นไหวราวกับสวรรค์กำลังพิโรธ
เฟยเทียนหลงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นอีกครั้งเมื่อเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันคุ้นเคยที่กำลังคืบคลานเข้ามา ทัณฑ์สวรรค์... กำลังจะมาถึงเร็วกว่าที่คิด
และในวินาทีที่กระบี่ในมือของเขาเริ่มสั่นสะท้อนรับกับสายฟ้าฟาดเบื้องบน เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากความมืดมิดด้านหลังของเขา พร้อมกับกระบี่เล่มที่สองที่จ่อตรงมาที่ลำคอของเฟยเทียนหลงอย่างไร้ซุ่มเสียง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับวิถีกระบี่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
กระบี่เดียวดายใต้เงาจันทร์พิฆาต•ตอนที่ 4
คมกระบี่ไร้ลักษณ์
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายใต้เงาจันทร์พิฆาต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!