กระบี่เดียวดายใต้เงาจันทร์พิฆาต•ตอนที่ 5

ความลับใต้หุบเขา

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นจากปลายกระบี่เหล็กนิล กระทบลงบนพื้นศิลาเย็นเฉียบ เกิดเสียงดังกังวานก้องกังสดาลท่ามกลางความเงียบงันของถ้ำลึก ไร้ซึ่งเสียงลมหายใจอื่นใด นอกจากเสียงหัวใจที่เต้นระรัวราวกับกลองศึกของเฟยเทียนหลง ชายหนุ่มยืนหยัดตระหง่านราวกับภูผา ร่างกายเต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลจากการต่อสู้กับอสูรพิทักษ์ประตูคูหา แต่แววตาทะนงตนกลับเปล่งประกายคมกริบดั่งดาราในคืนเดือนมืด ดึงดูดสายตาคู่หนึ่งที่มองมาจากมุมมืดของคูหา เซียนจื่อเวยก้าวเท้าแผ่วเบาราวกับภูตพราย นางอยู่ในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายดาราจักร แม้ความเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปีจะปกคลุมใบหน้ารูปสลักนั้น แต่ในแววตากลับฉายแววห่วงใยที่ซ่อนเร้นอย่างมิดชิด นางยื่นผ้าแพรเนื้อดีซับคราบโลหิตที่ข้างแก้มให้เขาโดยไม่เอ่ยคำใด ความอบอุ่นจากปลายนิ้วของนางผสานไอเย็นจางๆ ถ่าย ทอดผ่านผิวเนื้อ สั่นสะเทือนจิตวิญญาณของยอดฝีมือผู้เย่อหยิ่งให้สั่นไหว "เจ้าไม่ควรตามข้ามาที่นี่... อันตรายเกินไป" เฟยเทียนหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เยือกเย็น แต่ไร้ซึ่งความห่างเหิน "ใต้หล้าไม่มีสถานที่ใดที่เจ้าไปได้ แล้วข้าจะไปไม่ได้" เซียนจื่อเวยตอบกลับเสียงเรียบ ทว่าหนักแน่นดั่งหินผา นางปรายตามองไปยังแท่นหินใจกลางถ้ำที่ถูกผนึกด้วยค่ายกลโบราณ "สิ่งที่พวกเราตามหา... อยู่หลังม่านพลังนั้น" เบื้องหน้าของทั้งสองคือผนึกศิลาอัคคีทมิฬ อักขระโบราณสีทองเรืองแสงวับแวมราวกับดวงตาของเทพเจ้าที่กำลังจับจ้องผู้บุกรุก เฟยเทียนหลงก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รัศมีกระบี่รอบกายพวยพุ่งขึ้นเสียดฟ้า เคล็ดวิชากระบี่เดียวดายที่ฝึกฝนจนบรรลุถึงขั้นไร้ลักษณ์แผ่ซแรงกดดันมหาศาลจนอากาศรอบบริเวณบิดเบี้ยว เขากำด้ามกระบี่ในมือแน่น โคจรลมปราณเก้าสวรรค์ทะลวงจุดชีพจรทั่วร่างจนเกิดเสียงคำรามราวกับสายฟ้าฟาด "ถอยไป... ข้าจะทำลายผนึกนี้เอง" สิ้นคำพูด ร่างของเฟยเทียนหลงก็พุ่งทะยานขึ้นสู่เบื้องบน คมกระบี่เปล่งประกายแสงสีครามเจิดจ้าผ่าตัดผ่านความมืดมิด ตวัดวาดลงมาดั่งมังกรฟ้าฟาดหาง พลังทำลายล้างมหาศาลปะทะเข้ากับค่ายกลโบราณอย่างจัง เกิดเสียงระเบิดกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่น หินผาร่วงกราวราวกับหิมะถล่ม แต่ทว่าผนึกศิลากลับเพียงแค่สั่นไหว มิได้แตกสลายตามที่คาด แรงสะท้อนกลับมหาศาลซัดร่างของชายหนุ่มกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว โลหิตคำรณพวยพุ่งออกจากปากของเขาอีกครา เฟยเทียนหลงกัดฟันกรอด ฝืนกดอาการบาดเจ็บภายใน ความทะนงตนในวิถีกระบี่ยอมให้เขาตายได้ แต่ไม่ยอมให้พ่ายแพ้ต่อกาลเวลาที่ล่วงลับ เซียนจื่อเวยขมวดคิ้วเรียวสวย นางร่ายรำมือวาดลวดลายกลางอากาศ ปราณดาราจักรบริสุทธิ์พวยพุ่งเข้าโอบอุ้มร่างของชายหนุ่มไว้ "อย่าฝืน... ผนึกนี้ใช้พลังปราณหยินหยางค้ำจุน หากใช้กำลังทำลายอย่างเดียว มีแต่จะถูกพลังย้อนกลับเผาผลาญจนวิญญาณแตกดับ" เฟยเทียนหลงหันมาสบตากลีบบัวคู่สวยของนาง ประกายความดุดันในแววตาค่อยๆ อ่อนลง ชายหนุ่มพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เขานั่งขัดสมาธิลงบนพื้นศิลา หลับตาลงเพื่อปรับลมปราณ ในขณะที่เซียนจื่อเวยยืนคุ้มกันอยู่เบื้องหน้า นางชักกระบี่ประจำกายออก ปลายกระบี่ชี้ฟ้า แผ่ไอเย็นเยือกแข็งปก คลุมรัศมีรอบกายร้อยวา ป้องกันมิให้สิ่งใดมารบกวนการโคจรลมปราณของเขา เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่มีผู้ใดล่วงรู้ จนกระทั่งลมปราณรอบตัวเฟยเทียนหลงเริ่มหมุนวนเป็นเกลียวพายุสีดำและขาวผสมผสานกันอย่างกลมกลืน ดวงตาของเขาเบิกโพลงขึ้น ประกายแสงสีทองเจิดจ้าพุ่งทะลุเพดานถ้ำขึ้นสู่ท้องนภายามค่ำคืน "เปิด!" เสียงคำรามราวกับพยัคฆ์คำรามดังกึกก้อง เฟยเทียนหลงซัดฝ่ามือออกไปพร้อมกับใช้นิ้วชี้ดั่งกระบี่แทงทะลวงไปยังจุดศูนย์กลางของค่ายกล อักขระโบราณสีทองพลันแตกสลายกลายเป็นละอองแสงโปรยปรายลงมาดั่งหิมะ ผนึกศิลาอัคคีทมิฬเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นหีบหินโบราณที่สลักลวดลายมังกรและหงส์อันวิจิตรตระการตา กลิ่นอายแห่งกาลเวลาและพลังปราณอันบริสุทธิ์พวยพุ่งออกมาจากหีบหินทันทีที่มันถูกเปิดออก สิ่งที่อยู่ภายในหาใช่ศาสตราเวทหรือสมบัติล้ำค่าใดๆ หากแต่เป็นคัมภีร์หนังมังกรสีทองอร่าม แผ่นพับจารึกด้วยอักษรโบราณที่ทรงพลังจนแม้แต่มองเพียงแวบเดียวก็ทำให้จิตวิญญาณสั่นสะเทือน *ตำราลมปราณบรรพกาลเก้าวิถีฟ้าดิน!* เฟยเทียนหลงหยิบม้วนคัมภีร์นั้นขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ตำราที่สูญหายไปนับหมื่นปี ตำราที่เหล่าสำนักใหญ่ในยุทธภพต่างแย่งชิงกันจนโลหิตนองแผ่นดิน บัดนี้มันมาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะกางม้วนคัมภีร์ออกเพื่ออ่านเคล็ดวิชาลับ ลมหายใจของเขาก็ต้องสะดุดกึกลง เมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างจากร่องรอยการสลักอักษรด้านหลังคัมภีร์ มันไม่ใช่บันทึกเคล็ดวิชาเพื่อการฝึกฝนทั่วไป... แต่มันคือแผนที่ระบุพิกัดของ "ประตูผนึกมาร" และรายชื่อของบรรพชนสำนักดาราจันทร์ที่ถูกบันทึกไว้ในฐานะ "ผู้ทรยศ" เซียนจื่อเวยที่ก้าวเข้ามาดูใกล้ๆ ใบหน้าถอดสีลงทันที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อกวาดสายตาไปเห็นลายมือที่สลักไว้ท้ายคัมภีร์—นั่นคือลายมือของปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักดาราจันทร์ ผู้เป็นอาจารย์ปู่ของนางเอง! "นี่มันหมายความว่าอย่างไร..." เสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย ความเย็นชาทั้งปวงมลายหายสิ้น เหลือเพียงความหวาดหวั่นที่เกาะกุมหัวใจ ก่อนที่เฟยเทียนหลงจะได้เอ่ยปากปลอบโยน พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าของทั้งสองก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงอีกครั้ง เงาสีดำทมิฬขนาดมหึมาปรากฏขึ้นที่ปากทางเข้าถ้ำ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจดังสะท้อนก้องกังวาน "ฮ่าๆๆ... ขอบใจพวกเจ้าสองคนที่ช่วยเปิดผนึกสมบัติชิ้นนี้ให้ข้า... ศิษย์หลานตัวน้อยทั้งสอง" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับวิถีกระบี่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายใต้เงาจันทร์พิฆาต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%