โลหิตสีชาดกระเซ็นต้องผืนศิลาเย็นเยียบ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนไปกับละอองหมอกยามค่ำคืนบนยอดผาร้าง ไร้ซึ่งเสียงกรีดร้อง มีเพียงเสียงหอบหายใจโรยรินและคมดาบที่กระทบกันดัง *เคร้ง!*
"พวกมันมิได้มาเพื่อเจรจa... แต่มาเพื่อตัดหัวเจ้าไปสังเวย"
สุ้มเสียงราบเรียบเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งหลุดจากริมฝีปากของ เซียนจื่อเวย นางยืนอยู่เบื้องหน้าบุรุษผู้หนึ่งอย่างสง่างาม อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางต้องสายลมราตรีจนพลิ้วไหวราวเทพธิดาจันทรา ทว่าปลายกระบี่ในมือกลับหยดหยาดโลหิตสีแดงสดตัดกับความขาวบริสุทธิ์อย่างน่าสะพรึงกลัว
เฟยเทียนหลงยืนพิงแผ่นศิลาเบื้องหลัง ร่างกายของเขาท่วมท้นด้วยไอโลหิตและบาดแผลฉกรรจ์จากการถูกลอบโจมตีต่อเนื่องสามวันสามคืน ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอประกายเย้ยหยันฟ้าดิน เขายกมือขึ้นปาดคราบเลือดที่มุมปาก ก่อนจะแย้มยิ้มบางเบาที่เปี่ยมด้วยความทะนงตน
"หึ... สุนัขรับใช้ตระกูลหลี่ช่างขยันขันแข็งยิ่งนัก ส่งมือสังหารระดับปรมาจารย์เงามาถึงห้าสิบคน คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายแล้ว กลับเหลือเพียงศพไร้ญาติบนยอดผานี้"
คำพูดของเฟยเทียนหลงไม่ได้เกินจริงเลย รอบกายของพวกเขาทั้งสองเวลานี้เกลื่อนกลาดไปด้วยร่างไร้ลมหายใจของนักฆ่ามือฉกาจแห่งยุทธภพ ทุกศพล้วนตายด้วยกระบวนท่าเดียว—รอยกระบี่ลึกปานประทับตราวิญญาณที่แม้แต่ความตายก็ยังไม่อาจลบเลือน
*ฟิ้ว!*
ประกายแสงสีดำสนิทแหวกอากาศพุ่งตรงเข้าใส่จุดตายของเฟยเทียนหลงด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ มันคือลูกดอกอาบยาพิษนรกโลกันตร์ที่ซ่อนเร้นไว้ในความมืด!
"ระวัง!"
เซียนจื่อเวยสะบัดข้อมือเบาๆ กระบี่ดาราจันทร์ในมือกรีดกรายเป็นวงโค้งดั่งดาราพวรพรายสะท้อนแสงจันทร์ พลังปราณหยินบริสุทธิ์ระเบิดออกรัศมีสามเชียะ ปัดป้องลูกดอกมรณะจนแหลกสลายกลายเป็นผุยผงในพริบตา แววตาคู่คมของนางที่ปกติเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี กลับฉายแววห่วงใยระคนกังวลยามที่เหลือบมองบุรุษด้านหลัง
"เจ้าไม่ต้องพะวงข้า" เฟยเทียนหลงเอ่ยเสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคง ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่หนักหน่วงยิ่งกว่าเดิมกำลังคืบคลานเข้ามา "วิถีกระบี่ของข้า... ยังไม่เคยยอมจำนนต่อผู้ใด แม้กระทั่งความตาย"
ทันใดนั้น บรรยากาศรอบยอดผาก็พลันแปรเปลี่ยน อุณหุภมิร่วงดิ่งจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เมฆหมอกบนท้องฟ้าม้วนตัวเป็นเกลียวพายุสีดำสนิท แรงกดดันมหาศาลระดับ "ขอบเขตหลอมรวมวิญญาณ" แผ่ซ่านกดทับลงมาจนพื้นศิลาใต้เท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม
เงานั้นก้าวออกมาจากความมืด มันเป็นชายชราสวมหน้ากากทองคำรูปอสูร ภายในมือถือเคียวอสูรโลหิตที่แผ่ไอสังหารน่าสะพรึงกลัวจนจิตใจของผู้ฝึกยุทธทั่วไปสั่นสะท้าน
"เฟยเทียนหลง... เจ้าเด็กไร้หัวนอนปลายเท้า บังอาจอาจหาญสังหารทายาทตระกูลหลี่ วันนี้ผู้อาวุโสแปดแห่งหุบเขาอสูรโลหิตผู้นี้ จะควักหัวใจของเจ้าออกมากินสดๆ!" เสียงแหบพร่าดั่งภูตผีคำรามก้องสะท้อนไปทั่วหุบเขา
เซียนจื่อเวยก้าวขึ้นมาขวางหน้าเฟยเทียนหลง ร่างระหงของนางแผ่ไอเย็นเยือกราดรดรัศมีของคู่ต่อสู้ นางย่อมรู้ดีว่าสภาพร่างกายของเฟยเทียนหลงในตอนนี้บอบช้ำเพียงใดจากการฝืนทะลวงจุดชีพจรเพื่อขับพิษ
"หากเจ้าอยากแตะต้องเขา... จงก้าวข้ามศพของข้าไปก่อน" น้ำเสียงของนางราบเรียบ แต่มันคือประกาศิตแห่งความตายที่เด็ดเดี่ยวที่สุด
"จื่อเวย ถอยไป" เฟยเทียนหลงยื่นมือหนามาแตะที่ไหล่บางของนางเบาๆ สัมผัสที่อบอุ่นทำให้หัวใจของนางเซียนผู้เยือกเย็นกระตุกวูบอย่างรุนแรง "สตรีของเฟยเทียนหลง... ไม่มีความจำเป็นต้องเอาชีวิตมาแลกกับสุนัขแก่ตัวนี้"
คำว่า 'สตรีของข้า' แม้จะกล่าวออกมาในสถานการณ์คับขัน แต่มันกลับทรงพลังยิ่งกว่าเคล็ดวิชากระบี่ใดๆ ในใต้หล้า เซียนจื่อเวยเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาคู่สวยไหววับ นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้มีความทะนงตนในวิถีกระบี่เหนือสิ่งอื่นใด เขาไม่มีทางยอมให้สตรีที่เขารักต้องแปดเปื้อนเลือดของศัตรูแทนตน
"ระวังตัวด้วย... หากเจ้าตาย ที่นี่จะเป็นสุสานฝังศพของพวกมันทั้งหมดเช่นกัน" นางเอ่ยเบาๆ ก่อนจะถอยร่นครึ่งก้าว แต่กระบี่ยังคงชี้ตรงพร้อมระเบิดพลังตลอดเวลา
เฟยเทียนหลงสูดลมหายใจเข้าลึก ภายในตันเถียนของเขา เม็ดโอสถปราณเริ่มหมุนวนด้วยความเร็วดุจพายุหมุน บาดแผลทั่วร่างถูกกดทับด้วยจิตวิญญาณแห่งกระบี่อันแข็งแกร่ง เขาก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว ร่างทั้งร่างพลันเปล่งประกายแสงสีครามเจิดจ้าตัดกับแสงจันทร์
"แก่ใกล้ลงโลงเช่นเจ้า ยังกล้าอาจหาญมาสอนสั่งวิถีกระบี่ให้กับข้าอีกหรือ?"
รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของเฟยเทียนหลง มือขวาจับด้ามกระบี่มั่น
*เปรี้ยง!*
สายฟ้าสีครามฟาดผ่าลงมาจากท้องน้าราตรีราวกับตอบรับเจตจำนงกระบี่ที่กำลังจะระเบิดออก ปลายกระบี่ชี้ตรงไปยังผู้อาวุโสแปดอย่างไร้ความเกรงกลัว
ทว่า ในวินาทีที่เฟยเทียนหลงกำลังจะพุ่งทะยานออกไปจู่โจมเพื่อตัดสินแพ้ชนะนั้นเอง แผ่นดินบนยอดผาก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม หลุมลึกขนาดใหญ่ปริแตกออกที่เบื้องหลังของศัตรู พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้านก้องฟ้าดินราวกับเสียงคำรามจากขุมนรกภูมิ
"ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นคู่รักที่น่าอิจฉายิ่งนัก น่าเสียดายที่พวกเจ้า... ไม่มีโอกาสได้ครองคู่กันในชาตินี้หรอก!"
สิ้นเสียงหัวเราะ เงาร่างสีดำอีกสามสายก็พุ่งทะยานขึ้นมาจากรอยแยกแผ่นดิน ปราณสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างทั้งสามนั้น... กลับแข็งแกร่งเหนือกว่าผู้อาวุโสแปดเสียอีก และที่น่าตกใจที่สุดคือ สัญลักษณ์บนหน้ากากของพวกมัน... คือตราประทับของ "สำนักพิทักษ์สวรรค์" สำนักอันดับหนึ่งแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ควรจะปิดตายไปนับร้อยปี!
เฟยเทียนหลงหรี่ตาลงคมกริบ หัวใจเต้นระรัวด้วยสัญชาตญาณอันตรายขั้นสุดยอด นี่ไม่ใช่การลอบสังหารของตระกูลหลี่ธรรมดาเสียแล้ว แต่มันคือ... แผนการใหญ่ที่ถูกชักใยจากเบื้องบน!
แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
กระบี่เดียวดายใต้เงาจันทร์พิฆาต•ตอนที่ 6
ราตรีเลือดบนยอดผา
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายใต้เงาจันทร์พิฆาต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!