"กระบี่มิได้มีไว้เพื่อฆ่าฟัน... แต่มันมีไว้เพื่อสลักร่องรอยแห่งจิตวิญญาณลงบนผืนปฐพี"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของมังกรในห้วงสมุทรลึกดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวของหุบเขาอัสนีทมิฬ เฟยเทียนหลงยืนหยัดตระหง่านอยู่บนแท่นศิลาโบราณ ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีมองตรงไปยังเบื้องหน้า ปราณกระบี่สีครามเข้มข้นแผ่ซ่านออกมาจากร่างจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น ความกดดันระดับนี้ หากเป็นศิษย์สำนักทั่วไป เกรงว่าคงกระอักเลือดและเข่าทรุดลงไปกองกับพื้นตั้งแต่สามลมหายใจแรกแล้ว
ทว่า... เบื้องหน้าของเขากลับมีร่างระหงร่างหนึ่งยืนอยู่อย่างสง่างาม ชุดยาวสีขาวบริสุทธิ์ราวดอกเหมันต์ยามต้องแสงจันทร์สะท้อนประกายระยิบระยับ เซียนจื่อเวย เจ้าสำนักดาราจันทร์ นางปรายตามองบุรุษผู้ทะนงตนด้วยแววตาที่ซ่อนความห่วงใยไว้ภายใต้ความเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี
"คำกล่าวของเจ้าลึกซึ้งขึ้นทุกที, เทียนหลง" สุ้มเสียงไพเราะดั่งเสียงหยกกระทบกันเอ่ยขึ้นแผ่วเบา แต่มันกลับก้องกังวานในโสตประสาท "ทว่าวิถีกระบี่ไร้พ่ายที่เจ้ากำลังไขว่คว้า... มันต้องแลกมาด้วยความโดดเดี่ยวชั่วกัปชั่วกัลป์ เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าจิตใจของเจ้าแข็งแกร่งพอที่จะแบกรับมันไว้ได้?"
เฟยเทียนหลงไม่ตอบคำทันที เขาหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้สายลมยามวิกาลกรีดกรายผ่านเส้นผมสีดำสนิท ในห้วงความคิดของเขา ภาพเหตุการณ์วันที่ถูกเนรเทศออกจากสำนักอย่างไร้ความยุติธรรมยังคงเด่นชัด ความเกลียดชัง ความแค้นเคือง และความโดดเดี่ยวเคยเป็นเชื้อเพลิงหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของเขา แต่ในยามนี้... เมื่อเขามีสตรีผู้นี้อยู่เคียงข้าง แม้จะอยู่ท่ามกลางศัตรูทั่วหล้าหรือความหนาวเหน็บแห่งวิถีเซียน หัวใจที่ด้านชาของเขากลับเริ่มมีความอบอุ่นไหลเวียน
"ความโดดเดี่ยวหรือ?" เฟยเทียนหลงลืมตาดขึ้น แววตาคู่นั้นประกายแสงวาบดั่งคมกระบี่ที่เพิ่งออกจากฝัก "ข้าเกิดมาตัวคนเดียว... ตายก็ย่อมตัวคนเดียว แต่วิถีกระบี่ของข้าในวันนี้ มิได้มีไว้เพื่อเหงาหงอยอีกต่อไปแล้ว จื่อเวย... จงดูให้ดี นี่คือกระบวนท่าใหม่ที่ข้าหลอมรวมขึ้นจากจิตวิญญาณของตนเอง"
สิ้นคำพูด ร่างของเฟยเทียนหลงก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภาราวกับสายฟ้าสีคราม
บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนแปร เมฆฝนสีดำทะมืดที่ปกคลุมหุบเขาอัสนีหมุนวนเป็นเกลียวคลื่น พลังฟ้าดินมหาศาลถูกดึงดูดเข้ามาสู่ตัวกระbีในมือของเขา กระบี่เหล็กกล้าธรรมดาเล่มหนึ่ง ในยามนี้กลับแผ่รังสีสังหารที่ทำเอาสรรพชีวิตต้องสั่นสะท้าน นี่คือ "วิถีกระบี่ที่เปลี่ยนไป" กระบวนท่าที่ไร้รูปแบบ ไร้กฎเกณฑ์ แต่กลับเต็มไปด้วยสัจธรรมแห่งการทำลายล้างและการสร้างสรรค์ในคราเดียวกัน
เซียนจื่อเวยแหงนมองภาพนั้น หัวใจของนางกระตุกวูบ ความเย็นชาที่เคยใช้ห่อหุ้มกายมาตลอดหลายสิบปีละลายหายไปจนหมดสิ้น นางพบว่าตนเองมิได้มองเขาเป็นเพียงสหายร่วมทางอีกต่อไปแล้ว หากแต่เป็น... โลกทั้งใบของนาง
"วิชา... ดาราผ่าพثภ!"
เฟยเทียนหลงคำรามก้องฟ้า ตวัดกระบี่ลงมาเบื้องล่างอย่างเด็ดเดี่ยวและไร้ความปรานี คลื่นกระบี่รูปจันทร์เสี้ยวขนาดมหึมาพุ่งแหวกอากาศลงมา เสียงระเบิดดังกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งขุนเขา ภูเขาหินผาเบื้องหน้าถูกผ่าออกเป็นสองซีกอย่างง่ายดายราวกับเต้าหู้ รอยแยกอันลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้งแผ่ขยายออกไปนับพันวา แรงปะทะของพลังปราณสร้างพายุหมุนขนาดใหญ่กวาดล้างทุกสิ่งทุกอย่างจนราบเป็นหน้ากลอง
เมื่อฝุ่นควันและละอองพลังปราณค่อยๆ จางลง เฟยเทียนหลงยืนหอบหายใจเล็กน้อยบนพื้นดินที่แตกละเอียด เหงื่อกาฬไหลซึมตามกรอบหน้าคมคาย แต่แววตากลับเปล่งประกายเจิดจ้าดั่งดวงดาว เขาสำเร็จวิชาขั้นนี้แล้ว การทะลวงผ่านขอบเขตพลังขั้นถัดไปอยู่ใกล้แค่เอื้อม
เซียนจื่อเวยก้าวเท้าเข้ามาใกล้ นางใช้ผ้าเช็ดหน้าสีขาวซับเหงื่อบนหน้าผากให้เขาอย่างอ่อนโยน ความอบอุ่นที่นางมอบให้มีเพียงเขาผู้เดียวที่ได้รับในใต้หล้า
"เจ้าทำได้ดีมาก..." นางเอ่ยเสียงแผ่วเบา รอยยิ้มบางเบาบนใบหน้างดงามล่มเมืองนั้นงดงามยิ่งกว่าบุปผาแรกแย้มในฤดูใบไม้ผลิ
ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบสงบอันงดงามกำลังโอบ ล้วนครอบงำคนทั้งสอง ทันใดนั้นเอง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม!
ท้องนฟ้าที่เพิ่งสงบลงกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือดในพริบตา เสียงคำรามต่ำๆ ราวกับเสียงคำรามของปีศาจบัวหลวงจากขุมนรกโลกันตร์ดังสะท้อนมาจากมิติที่ซ่อนเร้น พร้อมกับเงาร่างนับร้อยที่ปกคลุมด้วยชุดคลุมสีดำสนิท ปรากฏกายล้อมรอบหุบเขาอัสนีไว้อย่างแน่นหนา กลิ่นอายสังหารอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งตรงมาที่พวกเขาโดยไม่ให้ทันได้ตั้งตัว!
ผู้นำของกลุ่มเงาดำนั้นก้าวออกมาจากความมืด มันสวมหน้ากากรูปอสูรน่าเกลียดน่ากลัว และในมือถือป้ายคำสั่งสีทองสำริดที่สลักอักษรโบราณซึ่งทำให้สีหน้าของเซียนจื่อเวยเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในทันที
"ฮ่าๆๆๆ... เฟยเทียนหลง! เจ้าคิดว่าซ่อนตัวอยู่ที่นี่แล้วสำนักมารโลหิตจะไม่พบตัวเจ้าอย่างนั้นหรือ? ส่งกระบี่เล่มนั้นมา แล้วยอมจำนนแต่โดยดี มิฉะนั้น... วันนี้คือวันตายของพวกเจ้าทั้งคู่!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมา แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
กระบี่เดียวดายใต้เงาจันทร์พิฆาต•ตอนที่ 8
วิถีกระบี่ที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เดียวดายใต้เงาจันทร์พิฆาต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!