เสียงล็อกกลอนประตูด้านนอกดัง *กริ๊ก* เบาหวิว—เบาเสียจนหากประสาทสัมผัสไม่ถูกบีบให้ตื่นตัวถึงขีดสุดท่ามกลางความเงียบงันของห้องเอกสารหอจดหมายเหตุยามวิกาล ภัทรินคงคิดว่ามันเป็นเพียงเสียงลมหายใจของตนเอง
"ปิดทางออกทุกด้าน! อย่าให้ใครเล็ดลอดออกไปได้แม้แต่คนเดียว!"
เสียงตะโกนก้องกังวานมาจากโถงทางเดินชั้นล่าง ตามด้วยเสียงฝืนวิ่งกรูของรองเท้าคอมแบทหลายคู่กระทบพื้นหินอ่อน เสียงนั้นยังก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของเธอเมื่อไม่กี่วินาทีที่แล้ว แต่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่มีเพียงแสงจันทร์สลัวลอดผ่านกระจกสีบานสูง บรรยากาศกลับเปลี่ยนจากความตื่นตระหนกกลายเป็นความกดดันแบบปิดตาย ลมหายใจของภัทรินติดขัดอยู่ที่ลำคอ ฝ่ามือที่สวมถุงมือหนังสีดำชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ เธอกำแฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำตาลเข้ม—เบาะแสชิ้นสำคัญที่เพิ่งดึงออกมาจากชั้นเก็บของลับ—แนบไว้กับอกแน่นราวกับมันเป็นเกราะป้องกันเดียวในโลก
ในความมืดสลัว ร่างสูงโปร่งของใครบางคนแนบชิดอยู่กับบานประตูไม้สักหนาหนัก มือข้างหนึ่งยังคงคาอยู่ที่รอนล็อก
ธันวา...
เขากลับมาเร็วกว่าที่ตกลงกันไว้ แต่สายตาที่เขากวาดมองเข้ามาในห้องหาใช่ความโล่งอกไม่ มันคือความระแวงระวังขั้นสุด แววตาคมกริบภายใต้เงาหมวกฮู้ดไหววูบชั่วขณะก่อนจะเปลี่ยนเป็นความนิ่งสนิทแบบที่เธอเกลียดนักหนา
"เธอได้ยินที่ฉันพูดไหม" เสียงกระซิบของธันวาแหบพร่าและต่ำลึกจนแทบกลืนหายไปกับความเงียบ เขาไม่ได้ขยับเข้าไปใกล้ แต่การยืนขวางทางออกเพียงคนเดียวกลับสร้างอาณาเขตบีบคั้นที่ทำให้ภัทรินรู้สึกเหมือนกำลังจมน้ำ "ข้างนอกนั่นไม่ได้ตามหาแค่เอกสาร... พวกมันตามหาคนที่รู้เรื่อง 'รอยจารึก' และถ้าพวกมันเจอเธอในนี้ ความตายจะยังเป็นเรื่องปรานี"
"แล้วคุณคิดว่าฉันควรทำยังไง?" ภัทรินเค้นเสียงลอดไรฟัน ความโกรธระคนความกลัวแล่นพล่านขึ้นมาตีรวนในอก บ้านของเธอสอนให้เธออดทน สอนให้เธอเป็นเงาไร้ตัวตนเพื่อให้ผู้เป็นพ่อพอใจ แต่ไม่ใช่เพื่อให้มาตายอย่างไร้ค่าในห้องเก็บเอกสารเก่าๆ แบบนี้ "ให้ฉันยืนรอความตายอยู่ที่นี่ หรือให้ยอมจำนนแล้วเอาหลักฐานทั้งหมดส่งคืนพวกมัน เพื่อให้ตระกูลของฉันยังรักษาหน้าตาจอมปลอมต่อไปได้งั้นเหรอ!"
ธันวาไม่ตอบทันที เขาก้าวเข้ามาประชิดในระยะที่ภัทรินได้กลิ่นอายฝนจางๆ และกลิ่นเหล็กอับชื้นจากตัวเขา นิ้วเรียวยาวเอื้อมมาแตะที่ข้อมือเธอ—ไม่ใช่เพื่อฉุดกระชาก แต่เพื่อบังคับให้ปลายนิ้วที่สั่นเทาคลายจากการกำแฟ้มเอกสารแน่นๆ นั้น
"อย่าเอาความดื้อรั้นของเด็กมีปมมาแลกกับชีวิต ภัทริน" น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบแต่แฝงแรงกระแทกกระทั้นที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "โลกใบนี้ไม่ได้ใจดีกับคนที่มีอุดมการณ์ลมๆ แล้งๆ เธอกำลังเล่นอยู่กับไฟที่แผดเผาทุกคนในตระกูลเธอมาแล้วสามชั่วคน และตอนนี้... มันกำลังจะเผาเธอด้วย"
"ถ้าฉันกลัวไฟ ฉันคงไม่มาอยู่ที่นี่ตั้งแต่แรกหรอก ธันวา" เธอดึงข้อมือกลับอย่างแรง ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่ม ไม่ยอมหลบสายตาแม้หัวใจจะเต้นรัวรากับกลองเพล "คุณรู้บางอย่างมากกว่าที่พูด ทำไมคุณถึงช่วยฉัน? หรือจริงๆ แล้วคุณก็เป็นหนึ่งในคนที่ต้องการให้ความลับนี้ถูกฝังกลบไปพร้อมกับซากศพของบรรพบุรุษฉันกันแน่?"
คำถามนั้นแขวนลอยอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางเสียงฝีเท้าข้างนอกที่เริ่มใกล้เข้ามาทุกที เสียงรองเท้าหนังย่ำบนพื้นไม้ชั้นล่างดังเอี๊ยดอาด เป็นสัญญาณเตือนว่าเวลาของพวกเขากำลังหมดลง
ธันวาเม้มริมฝีปากแน่นสันกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่น แววตาที่เคยเย็นชากลับไหววูบด้วยอารมณ์บางอย่างที่อ่านไม่ออก ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียน
"เพราะถ้าเธอตาย... ใครจะช่วยฉันไขปริศนาที่ฉันตามหามาครึ่งชีวิตล่ะ" เขาผละออกอย่างรวดเร็วก่อนจะดันบานหน้าต่างบานเกล็ดออกสู่ความมืดด้านนอก ซึ่งเป็นระเบียงแคบๆ ที่เชื่อมกับโครงสร้างเหล็กดัดเก่าแก่ "ทางนี้ เร็ว!"
ภัทรินลังเลเพียงเสี้ยววินาที—วินาทีที่เธอต้องเลือกระหว่างความจริงที่เธอโหยหา กับความปลอดภัยจอมปลอมที่พันธนาการเธอมาทั้งชีวิต—ก่อนจะตัดสินใจก้าวตามเขาออกไปสู่ความมืดมิด
ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของเธอจะแตะขอบหน้าต่าง เสียงเคาะประตูสามครั้งดังขึ้นจากด้านในห้อง
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
ไม่ใช่เสียงจากทหารยามด้านนอก และไม่ใช่เสียงของคนรีบร้อน แต่มันเป็นจังหวะการเคาะที่สุขุม เยือกเย็น และคุ้นเคยจนน่าสะพรึงกลัว
"คุณหนูครับ..." เสียงแหบพร่าของผู้จัดการบ้านผู้ชราภาพดังลอดผ่านรอยแยกของประตูเข้ามา มันเป็นเสียงที่เธอได้ยินมาตั้งแต่จำความได้ เสียงที่อบอุ่นและภักดีเสมอมา... แต่ในยามวิกาล ในห้องเอกสารที่ถูกล็อกกลอน และท่ามกลางสถานการณ์ที่ทุกคนกำลังไล่ล่าเธอนี้ น้ำเสียงนั้นกลับกล aายเป็นการกรีดร้องในความมืด "ดึกมากแล้ว ทำไมไม่เปิดประตูให้ลุงล่ะครับ... นายท่านรออยู่ข้างล่างนะ"
ธันวาที่ห้อยตัวอยู่บนขอบหน้าต่างชะงักกึก เขาก้มมองลงไปเบื้องล่างสลับกับใบหน้าซีดเผือดของภัทริน ดวงตาของชายหนุ่มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ปฏิกิริยาแรกที่แสดงความตระหนักรู้ถึงอันตรายที่แท้จริง
ภัทรินหันกลับไปมองบานประตูไม้ที่ถูกบิดลูกบิดช้าๆ จากด้านนอก... กุญแจสำรองที่ควรจะมีแค่เธอกับพ่อ ตอนนี้มันกำลังไขเปิดออกโดยคนที่เธอไว้ใจที่สุด
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในเงาสลัวนี้ด้วยกันครับ — ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เขาวงกตกลืนวิญญาณ: บันทึกลับดันเจี้ยนนิรนาม•ตอนที่ 6
เสียงกระซิบจากความมืด
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เขาวงกตกลืนวิญญาณ: บันทึกลับดันเจี้ยนนิรนาม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!