เสียงโลหะกระทบกันดังแกร็กเบาๆ แต่อัดแน่นด้วยแรงกดดันมหาศาลในความเงียบงัน
ลูกบิดประตูทองליงหมุนวนจากภายนอกอย่างเชื่องช้าและมั่นคง มันคือจังหวะเวลาที่บิดเกลียวหัวใจของภัทรินให้ขมวดปมแน่นจนแทบหยุดหายใจ กุญแจสำรองดอกนั้น—ดอกที่พ่อเคยกำชับนักหนาว่ามีเพียงเธอกับเขาเท่านั้นที่ถือครอง—บัดนี้กำลังทำหน้าที่ของมันโดยเจ้าของมือปริศนา
ความเย็นเฉียบของอากาศยามวิกาลในห้องสมุดเก่าแก่ไม่น่ากลัวเท่าเงาร่างที่ทาบทับลงบนบานประตูไม้สักทอง ภัทรินไม่ได้ขยับหนี เธอเลือกที่จะถอยหลังไปหนึ่งก้าว ชิดแผ่นหลังเข้ากับชั้นหนังสือโบราณ สัญชาตญาณกรีดร้องให้ซ่อนตัว แต่ความอยากรู้กลับทำหน้าที่เป็นโซ่ตรวนตรึงเธอไว้กับที่
แอด...
บานประตูเปิดออกอย่างนิ่มนวลเกินคาด แสงไฟสลัวจากโถงทางเดินด้านนอกทาบทับร่างของคนที่ก้าวเข้ามา
ไม่ใช่พ่อ... และไม่ใช่เงาหลอนจากจินตนาการ
“คุณ...” เสียงของภัทรินหลุดรอดไร้เรี่ยวแรง ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นใบหน้าคมคายที่คุ้นเคยในยามวิกาล ธันวาก้าวเข้ามาในห้องโดยปราศจากเสียงฝีเท้า ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ไร้ร่องรอยความประหลาดใจราวกับรู้ดีอยู่แล้วว่าเธอจะอยู่ที่นี่ ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอกระตุกวูบ คือพวงกุญแจในมือเขา—มันคือพวงกุญแจลายครามโบราณแบบเดียวกับของพ่อไม่มีผิดเพี้ยน
ธันวากวาดสายตาคมกริบมองสำรวจรอบห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งที่ใบซีดเผือดของหญิงสาว มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่อ่านไม่ออก
“คุณมีรสนิยมแย่ในการเลือกเวลาหาความลับนะ ภัทริน” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่ทรงพลังพอจะทำให้ห้องทั้งห้องแคบลงถนัดตา
“คุณเข้ามาได้อย่างไร... แล้วกุญแจนั้น...” ภัทรินเค้นเสียงถาม มือเรียวที่ซ่อนอยู่ข้างลำตัวกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ พยายามข่มความสั่นเทาของน้ำเสียงให้กลับมามั่นคง “อย่าบอกนะว่าคุณกับพ่อ...”
“ถ้าผมกับศาสตราจารย์มหาอำมาตย์เป็นพวกเดียวกัน คุณคิดว่าตอนนี้คุณจะได้ยืนถือกระดาษแผ่นนั้นอยู่ตรงนี้หรือเปล่าล่ะ” ธันวาตัดบท เขาก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างคุกคาม ชายหนุ่มไม่ได้มองหน้าเธอ แต่มองตรงไปยังช่องลับหลังชั้นหนังสือที่ยังเปิดอ้างว้างอยู่ “ดูเหมือนว่าคุณจะเปิดประตู Pandora’s Box เร็วกว่าที่แผนกำหนดไว้สินะ”
“แผน?” ภัทรินทวนคำ หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจที่เคยมีต่อชายหนุ่มพังทลายลงในพริบตา เหลือไว้เพียงความหวาดระแวงขั้นสุด “นี่คุณหลอกใช้ฉันตั้งแต่แรกงั้นเหรอ ธันวา คุณต้องการอะไรกันแน่ คนพวกนั้น... รายชื่อในสมุดบันทึกเล่มแรกนั่นมันคืออะไร ทำไมทุกคนถึงต้องปิดบังเรื่องนี้!”
ธันวาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือถึง กลิ่นอายบุรุษเพศผสมกับความเย็นเยือกของค่ำคืนแผ่ออกมาจากตัวเขา ดวงตาสีนิลคู่นั้นมองลึกลงไปในดวงตาของเธอ ราวกับพยายามค้นหาความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านน้ำตาคลอเบ้า
“ถ้าคุณอยากรู้ความจริงทั้งหมด...” ธันวาโน้มตัวลงกระซิบแผ่วเบา ชิดริมใบหูของเธอจนรู้สึกถึงไออุ่น “ก็เลิกตั้งคำถาม แล้วตามผมลงไปข้างล่างซะ”
เขายื่นมือมาตรงหน้า ปลายนิ้วเรียวยาวแบออก รอมชอมและรอคอย แต่มันไม่ใช่การบังคับ มันคือการยื่นข้อเสนอที่เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ
ภัทรินมองมือคู่นั้นสลับกับใบหน้าที่นิ่งสงบของเขา สมองประมวลผลอย่างบ้าคลั่ง หากเธอปฏิเสธและวิ่งหนีออกไปตอนนี้ เธอก็จะเป็นแค่ลูกนกในกรงของพ่อที่ไม่มีวันรู้ความจริง แต่หากเธอยื่นมือไปจับ... เธออาจกำลังก้าวลงสู่นรกขุมที่ลึกที่สุดที่ไม่อาจหวนกลับ
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด ตัดสินใจก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างความปลอดภัยจอมปลอม กับความจริงที่อาจฆ่าเธอให้ตายทั้งเป็น
“นำทางไปสิ” ภัทรินเชิดหน้าขึ้น แม้เสียงจะยังสั่นเล็กน้อยแต่นัยน์ตากลับฉายแววเด็ดเดี่ยว
ธันวาไม่พูดอะไรอีก เขาหมุนตัวเดินนำไปยังมุมอับสายตาหลังห้องสมุด ที่ซึ่งประตูเหล็กกล้าบานเล็กซ่อนอยู่ใต้พรมหนาทึบ บานประตูถูกเปิดออกด้วยรหัสผ่านสี่หลักที่ธันวาเป็นคนกด กลิ่นอับชื้นและกลิ่นกระดาษเก่าพวยพุ่งขึ้นมาทันทีที่มันเปิดอ้าออก เผยให้เห็นบันไดวนทอดยาวลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง
แสงไฟจากโทรศัพท์มือถือส่องนำทางพวกเขาลงไปทีละก้าว เสียงฝีเท้าก้องกังวานสะท้อนไปกับผนังปูนเปลือย เย็นยะเยือกราวกับอุโมงค์ฝังศพ ภัทรินกวาดสายตามองไปรอบๆ เมื่อพ้นโค้งบันได ห้องใต้ดินแห่งนี้กว้างใหญ่กว่าที่เธอจินตนาการไว้มาก มันไม่ใช่ห้องเก็บของธรรมดา แต่เป็นห้องปฏิบัติการลับที่มีกระดานไวท์บอร์ดขนาดใหญ่เต็มไปด้วยผังความสัมพันธ์ เส้นด้ายสีแดงโยงใยเชื่อมโยงชื่อบุคคลสำคัญระดับประเทศเข้าด้วยกัน และตรงกลางห้องมีโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ วางเอกสารกองพะเนิน และ...
“นั่นมัน...” ภัทรินอุทานเบาๆ ร่างกายแข็งทื่อ
บนโต๊ะนั้น มีสมุดปกหนังสีดำเข้มวางอยู่ เล่มหนาและเก่าแก่ลักษณะเดียวกันกับเล่มแรกที่เธอเพิ่งเจอ แต่มันถูกคาดด้วยริบบิ้นสีแดงเข้ม และที่สำคัญที่สุด—มีชื่อของ ‘ใครบางคน’ ที่เธอรู้จักดีที่สุด สลักไว้ด้วยตัวอักษรทองคำนูนเด่นหราอยู่บนหน้าปก
ธันวาก้าวเข้าไปหยิบสมุดเล่มนั้นขึ้นมา เปิดมันออกในหน้าคั่น และส่งต่อให้เธอกลางคัน
“อ่านดูสิ ภัทริน” เสียงของธันวาราบเรียบ เย็นชา และบาดลึก “นี่คือบันทึกหน้าที่พ่อของคุณเป็นคนลงลายมือชื่อไว้ด้วยตัวเอง เมื่อยี่สิบปีก่อน... ในวันที่คดีฆาตกรรมอำพรางครั้งแรกเริ่มต้นขึ้น”
ภัทรินรับสมุดเล่มนั้นมาด้วยมือที่สั่นเทา สายตากวาดมองไปยังบรรทัดแรกที่เขียนด้วยลายมืออันคุ้นเคยของบิดบังเกิดเกล้า ลมหายใจของเธอสะดุดกึกเมื่ออ่านข้อความนั้นจบ โลกทั้งใบคล้ายหมุนคว่ำ
แต่ก่อนที่เธอจะได้ตั้งคำถามใดๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากบันไดวนเบื้องบน พร้อมกับเสียงกดรหัสผ่านประตูที่ถูกปลดล็อกอีกครั้ง...จากด้านนอก!
“ซ่อนตัว!” ธันวาคำรามเสียงต่ำ คว้าต้นแขนเธอแล้วกระชากเข้าไปหลบหลังชั้นวางแฟ้มเอกสารสูงทึบทันที
แสงไฟสว่างวาบสาดส่องลงมาในห้องใต้ดิน พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนก้าวพ้นขอบประตูลงมา และเมื่อคนคนนั้นเอ่ยปากพูด ภัทรินก็แทบอยากจะหยุดหายใจ—นั่นคือเสียงของคนที่ควรจะกำลังนอนหลับอยู่บนเตียงนอนชั้นบน... พ่อของเธอเอง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความลับนี้... แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เขาวงกตกลืนวิญญาณ: บันทึกลับดันเจี้ยนนิรนาม•ตอนที่ 7
เบาะแสในห้องใต้ดิน
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เขาวงกตกลืนวิญญาณ: บันทึกลับดันเจี้ยนนิรนาม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!