"พ่อ..."
คำเดียวที่หลุดรอดจากลำคอของภัทรินแห้งผากราวกับถูกทรายกลบ กลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินผสมผสานกับกลิ่นไอน้ำฝนจางๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวบีบร่างกายจนแทบแหลกสลาย เบื้องหน้าเธอคือร่างสูงใหญ่ของบิดา—ผู้ซึ่งควรจะนอนหลับพักผ่อนอยู่บนห้องนอนชั้นบนตามกิจวัตรอันเคร่งครัดที่ถือปฏิบัติมานานแรมปี แต่ในยามวิกาลนี้ เขากลับยืนอยู่ ณ จุดอับสายตา แสงไฟจากหลอดนีออนเปลือยเปล่าสาดส่องกระทบใบหน้าด้านหนึ่ง เกิดเงาทอดยาวบิดเบี้ยวทาบทับลงบนชั้นวางแฟ้มเอกสารเก่าคร่ำคร่า
ไม่มีร่องรอยความง่วงงุนบนใบหน้านั้น มีเพียงแววตานิ่งเรียบ เย็นชา และเต็มไปด้วยคำถามที่ไม่ได้เปล่งเสียง
"ดึกดื่นค่อนคืนแบบนี้... ลูกลงมาทำอะไรที่นี่, ภัทริน"
น้ำเสียงของพ่อนิ่งสนิท ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใดๆ แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้เลือดในกายของเธอกลายเป็นน้ำแข็ง ภัทรินกลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอลงไปอย่างยากลำบาก สมองของเธอกำลังประมวลผลอย่างบ้าคลั่ง ท่ามกลางเอกสารลับเกี่ยวกับคดีการหายตัวไปของอดีตหุ้นส่วนบริษัทที่เธอกำลังซ่อนไว้ข้างหลัง
"หน... หนูแค่นอนไม่หลับค่ะพ่อ" ภัทรินพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น ปลายเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือตัวเองเพื่อเรียกสติ "อากาศข้างบนมันอบอ้าว หนูเลยลงมาหาลมเย็นๆ แถวนี้"
พ่อก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว... เสียงรองเท้ากระทบพื้นปูนซีเมนต์ดัง ก้อง กังวาน ทุกจังหวะที่เคลื่อนไหวราวกับค้อนที่ตอกย้ำความผิดปกติของสถานการณ์ เขาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงก้าวเดียว กลิ่นโคโลญจน์ราคาแพงที่คุ้นเคยมาทั้งชีวิต บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกลิ่นอายของนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม
"ลมเย็นๆ งั้นเหรอ?" มุมปากของพ่อกระตุกขึ้นเล็กน้อย—ไม่ใช่รอยยิ้ม แต่มันคือการขยับของกล้ามเนื้อที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "ห้องใต้ดินที่ไม่มีหน้าต่างระบายอากาศเนี่ยนะ... เป็นจุดชมวิวที่ดีจริงๆ"
สายตาคมกริบของเขาเคลื่อนผ่านไหล่ลูกสาว ไปหยุดอยู่ที่กองแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานเก่าๆ ที่ถูกเปิดค้างไว้ รัศมีแห่งความกดดันแผ่ซ่านจนภัทรินแทบไม่กล้าหายใจ เธอรู้ดีว่าหากพ่อก้าวเข้าไปอีกก้าวเดียว ความลับทั้งหมดที่เธอและธันวาพยายามขุดคุ้ยจะพังทลายลงในพริบตาเดียว และตัวเธอเองก็คงไม่ต่างอะไรจากหมากตัวหนึ่งที่หมดประโยชน์
"ขึ้นไปนอนซะ, ภัทริน" พ่อเอ่ยเสียงเรียบ แต่เด็ดขาดราวกับคำสั่งสิทธิ์ขาด "พ่อไม่อยากเห็นลูกมาเดินเล่นในที่อัฟๆ แบบนี้อีก... มันอันตราย"
คำว่า 'อันตราย' ถูกเน้นเสียงหนักหน่วงเป็นพิเศษ จนภัทรินสัมผัสได้ถึงความหมายที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลัง เธอพยักหน้ารับอย่างจำยอม ขาสั่นเทาค่อยๆ ก้าวเลี่ยงร่างของบิดาขึ้นบันไดไม้ทีละขั้นอย่างระมัดระวัง ทุกวินาทีที่หลังของเธอห่างจากสายตาของเขา คือความหวาดระแวงว่าจะมีคมมีดหรือมือปริศนาพุ่งเข้ามาคว้าตัวไว้
จนกระทั่งเธอกลับขึ้นมาถึงห้องนอนของตัวเองได้สำเร็จ แรงทั้งหมดก็พลันมลายหายไป ภัทรินทรุดตัวลงพิงกับบานประตูห้อง หอบหายใจถี่กระชั้น หยดเหงื่อกาฬไหลโทรมกาย แม้จะรอดพ้นจากสถานการณ์เฉียดตายในบ้านมาได้ แต่หัวใจเธอกลับเต้นรัวด้วยความหวาดกลัวขั้นสุด
คืนนั้นผ่านไปอย่างไร้การนอนหลับ รุ่งอรุณแห่งวันใหม่มาเยือนพร้อมกับความอึมครึมของท้องฟ้าที่ปกคลุมด้วยเมฆฝนหนาทึบ ภัทรินตัดสินใจออกจากบ้านให้เร็วกว่าปกติ เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับสายตาจับผิดของพ่อ แต่ความรู้สึกราวกับถูกจ้องมองจากที่ไกลๆ ยังคงเกาะกัดจิตใจไม่ยอมคลาย
ตลอดทั้งวันในที่ทำงาน เธอนั่งไม่ติดเกร็ง สมาธิทั้งหมดจดจ่ออยู่กับการโทรหาธันวา แต่ปลายสายกลับมีเพียงเสียงสัญญาณรอสายที่ว่างเปล่าอย่างไร้การตอบรับ ความโดดเดี่ยวถาโถมเข้าใส่จนเธอรู้สึกราวกับยืนอยู่บนปากเหวที่พร้อมจะร่วงหล่นได้ทุกเมื่อ
จนกระทั่งเลิกงาน ท้องฟ้าด้านนอกมืดครึ้มเร็วกว่าปกติ เมฆฝนตั้งเค้าทะมึนส่งเสียงคำรามครืนๆ เป็นสัญญาณเตือนว่าพายุใหญ่กำลังจะมาเยือน ภัทรินเดินกึ่งวิ่งออกมาจากอาคารสำนักงาน รีบเร่งฝีเท้าไปยังสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินเพื่อกลับบ้านโดยเร็วที่สุด
ถนนสายรองที่ต้องเดินผ่านช่างเปลี่ยวเหงาและเงียบเชียบกว่าทุกวัน ร้านค้าสองข้างทางต่างพากันปิดร้านหนีฝน ลมพัดกรรโชกแรงพัดพาเอาใบไม้แห้งปลิวว่อน บรรยากาศรอบตัววังเวงจนน่าขนลุก
และในวินาทีนั้นเอง... ภัทรินก็สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ
เงาสะท้อนจากกระจกหน้าร้านขายของเก่าริมทางเผยให้เห็นเงาร่างของใครบางคนกำลังเดินตามเธอมาด้วยระยะห่างที่คงที่ ไม่ว่าเธอจะเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น หรือแกล้งทำเป็นหยุดดูป้ายประกาศข้างทาง เงาร่างนั้นก็จะหยุดตาม และขยับตามในจังหวะเดียวกันอย่างพพอดี
ความหวาดระแวงจากคืนก่อนพุ่งทะยานขึ้นสู่ขีดสุด หัวใจของเธอบีบตัวจนเจ็บแปลบ ภัทรินไม่กล้าหันกลับไปมองตรงๆ เธอกำโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อโค้ทแน่น นิ้วโป้งพยายามคลำหาปุ่มโทรด่วนเพื่อติดต่อธันวา แต่ก่อนที่เธอจะได้กดโทรออก ฝีเท้าด้านหลังก็เริ่มขยับเร็วขึ้น... เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นถนนดังใกล้เข้ามาทุกที
พรึ่บ!
ไฟริมถนนเกิดกะพริบติดๆ ดับๆ ส,องข้างทางมืดลงชั่วขณะ ก่อนที่มือปริศนาคู่หนึ่งจะพุ่งเข้ามาตะמתคว้าที่หัวไหล่ของเธอจากด้านหลังอย่างแรง พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูที่ทำให้เลือดในกายหยุดไหล—
"เดินเร็วจังนะ... หนูภัทริน คิดว่าหนีพ้นเหรอ?"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความระทึกนี้ด้วยกันครับ — ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
เขาวงกตกลืนวิญญาณ: บันทึกลับดันเจี้ยนนิรนาม•ตอนที่ 8
เงาตามตัว
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เขาวงกตกลืนวิญญาณ: บันทึกลับดันเจี้ยนนิรนาม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!